“ ช่วยชาวนา ผมคิดมา3ปีแล้ว ตลอดอาทิตย์นอนไม่หลับ ” ฟัง!!!ความในใจนายกฯบิ๊กตู่ วันแรกที่ยึดอำนาจนึกถึงใคร???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) จากนั้นมีการแถลงภายหลังการประชุม โดยพล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันรัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งเกษตรกรทั้งชาวนา ชาวไร่ และชาวสวน ทุกอย่างที่เสนอมาได้รับฟังทุกคน ทั้งชาวนา โรงสีข้าว และผู้ประกอบการค้าข้าว การแก้ปัญหาราคาข้าวทั้งหมดจะต้องมีมาตรการรองรับ  “ ห่วงใยทุกคน รัฐบาลต้องคิดล่วงหน้าแบบนี้ นี่คือการแก้ปัญหาที่ปลายทางทั้งสิ้น และก็แก้กันแบบนี้มาตลอด จนกระทั่งประชาชน เกษตรกรคุ้นเคย จึงทำให้วงจรการแก้ไขปัญหาทำได้ยาก รัฐบาลย้อนไปที่ต้นทาง ปรับเรื่องการใช้น้ำ เปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสม ลดพื้นที่การปลูก ลดต้นทุนการผลิต รัฐบาลคิดทั้งหมดและทำมาโดยตลอด

       แต่ปัญหาคือประชาชนและสังคมสนใจแต่เรื่องการแก้ปัญหาปลายทาง จนลืมไปว่ารัฐบาลทำที่ต้นทางมีอะไรบ้าง ถ้าทุกคนไม่ช่วยกันที่ต้นทาง สนใจแต่ปลายทาง มันแก้ไม่ได้หรอก ไม่มีใครแก้ได้ และไม่มีใครสนใจจะแก้ด้วย วันหน้าก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ทำอย่างไรถึงจะไม่เดือดร้อน ผมจึงเริ่มที่ต้นทางให้เกิดความชัดเจน ยอมรับว่าความร่วมมืออาจจะน้อยหน่อย เพราะคุ้นเคยกับตรงนี้ รอปลูกข้าว น้ำท่วม ไม่เป็นไรเดี๋ยวรัฐบาลก็ช่วย เป็นแบบนี้มาตลอด แม้แต่การจำนำยุ้งฉางซึ่งชาวนาก็ไม่ได้สร้างไว้แล้ว เดิมชาวไร่ชาวนามียุ้งฉางไว้เก็บแต่วันนี้ไม่มีจึงเอามาฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หากรับข้าวจำนวนมากๆ ก็ต้องไปจ้างเก็บไว้ในคลังเสียค่าใช้จ่ายไปอีก มันผิดไปหมด

       ถามว่าเรื่องหนี้สินชาวนาจะทำอย่างไร ที่ผ่านมาให้งดดอกเบี้ยชะลอหนี้สิน พักการชำระหนี้ ก็ทำกันมาตลอด ผมถามว่าแล้วจะให้มันอยู่อย่างนี้หรือ เงินก็จะหมดตรงกลางและปลายทางหมด ด้วยการช่วยเหลือและแก้ปัญหาแบบนี้ ทั้งหมดสำคัญอยู่ที่ต้นทาง ทุกมาตรการทำมาตลอด 3 ปี ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสรุปว่าสำเร็จไปแค่ไหน หากจะทำแบบเดิม ก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ไม่มีวันเข้มแข็ง เราต้องใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการระเบิดจากภายใน คือต้นทางทำให้ดี

       ประชาชนจะอยู่ได้ต้องใช้ความพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานไว้แล้ว โดยเก็บข้าวไว้ทำพันธุ์ส่วนหนึ่ง ไว้กินส่วนหนึ่ง ที่เหลือขายโรงสี ขายสหกรณ์ ขายอิสระด้วยการใส่ถุงขายในชุมชน ซึ่งรัฐก็จัดตลาดชุมชนให้เป็นตลาดกลางอยู่แล้ว เดี๋ยวจะมีการประกาศเครื่องหมายที่ชัดเจนอีกที เพื่อให้ชาวนาเอาข้าวมาขายในจุดนี้ได้ ส่วนเรื่องหนี้สินรัฐบาลจะไปเจรจากับโรงสีขอให้มาร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อให้สังคมรับทราบว่าเขาก็ทำประโยชน์ เราจะไปกันใครคงไม่ได้ เพราะจำนวนผลผลิตข้าวมีมหาศาล การมาขายลักษณะนี้ได้เพียงส่วนหนึ่งไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ จากผลผลิตทั้งหมดของทุกชนิดข้าว แต่เป็นการทำให้คนอยู่ได้ เลี้ยงตัวได้ ขอให้ลองทำดู

       ถ้าทุกคนไม่เข้าใจตรงนี้สุดท้ายก็เดือดร้อน เงินก็หมดไปเรื่อยๆ แล้วเข้มแข็งขึ้นไหม วันนี้มาตรการต่างๆ ต้องทำควบคู่กันไป แต่ไปได้ช้าขอให้เข้าใจตรงกัน ถ้ามีอะไรผิดก็ให้บอกมา แต่ไม่น่าผิด ตนคิดมานาน คิดมา 3 ปีแล้ว แต่ทำได้แค่นี้ เพราะเจอปัญหาแบบนี้ วันนี้ต้องคิดใหม่ทั้งหมด

       ขอให้ช่วยรัฐบาล ผมจะไม่ไปโต้ตอบกับใคร ใครจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ถ้าทำดี ตั้งใจดี บริสุทธิ์มันก็เป็นกุศล ก็แค่นั้นเอง รัฐบาลไม่ได้ไปมุ่งหวังทำอะไรให้ใครเสียหายอยู่แล้ว เรื่องที่มีเหตุการณ์นี้โน้นเกิดขึ้น ขอให้พอได้แล้ว ผมจะไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น เฉยๆ สังคม ประชาชน จะดูเอง ใครทำดีก็ต้องขอบคุณ ใครทำดีได้ดี

       มันแก้สิ่งที่เกิดมา 20-30 ปี คงแก้ไม่ได้ภายในวันเดียว คงต้องแก้ทั้งระบบทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง หากแก้เช่นนี้ได้ตนรับรองไม่เกิน 5 ปี ชาวนาชาวไร่รวยขึ้นเยอะ ขอให้เข้าใจความตั้งใจของรัฐบาลและกระทรวง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงหมาดไทย และธ.ก.ส. ที่พยายามทำกันอยู่ นอนตาไม่หลับกันมาหลายอาทิตย์แล้ว ไม่ใช่มีปัญหาและมาแก้ แต่คิดมาตลอดตั้งแต่วันแรก 22 พฤษภาคม 2557 ว่าทำอย่างไรชาวนาจะดีขึ้น ซึ่งต้องร่วมมือกันก็แค่นั้น ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณภาพ : GREENPEACE