- 07 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ต่อกรณีปัญหาสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของพี่น้องเกษตรกรชาวนา และจากปัญหาที่เกิดขึ้นนี่เอง ได้กลายเป็นประเด็นตอบโต้ทางการเมืองตามมา จนทำให้เรื่องนี้จากประเด็นปัญหาปากท้อง กลับกลายปัญหาทางการเมืองไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และขณะเดียวกันปัญหาดังกล่าวก็ได้กลายเป็นช่องทางให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เล่นงานรัฐบาลและคสช.อย่างหนักหน่วงแบบไม่ทีท่าว่าจะยุติง่ายเสียด้วย เช่นการโจมตีโครงการรับจำนำยุ้งฉางที่รัฐบาลใช้เป็นแนวทางช่วยชาวนา ว่าไม่ได้แตกต่างไปจากโครงการรับจำนำข้าวสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยก็ออกมาบอกว่า ขออย่ามาใช้วิธี 2 มาตรฐานกับพรรคเพื่อไทย หรือน.ส.ยิ่งลักษณ์
และยังกรณีการเคลื่อนไหวอย่างหนักของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังเจอมรสุมลูกใหญ่ทั้งจากการถูกเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท และอีกคดีคือกรณีการละเลยโครงการรับจำนำข้าวจนก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลที่คดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
โดยการเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็เป็นการลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี และจ.สุรินทร์เพื่อซื้อข้าวช่วยชาวนา และนำข้าวมาขายกลางกรุงเทพไปเมื่อวันก่อน พร้อมๆ กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า เป็นดราม่าทางการเมือง และก่อให้เกิดข้อถกเถียงและการตอบโต้กันไปมา โดยมีการระบุว่าจุดเริ่มต้นทั้งหมดนั้นเกิดมาจากนายกรัฐมนตรีที่ออกมาระบุว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเกิดมาจากนักการเมืองร่วมมือกับโรงสีกดราคารับซื้อ จนในที่สุดนายกรัฐมนตรีต้องสั่งให้โฆษกรัฐบาลหยุดตอบโต้เสียงวิจารณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
และตามมาด้วยเสียงสำทับจากตัวนายกรัฐมนตรีเองในวันนี้ว่า จากนี้ไปจะไม่ขอตอบโต้กับใครอีก ใครจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ทำดีก็ได้ดี ถ้าทำดีตั้งใจดี บริสุทธิ์ก็เป็นกุศล รัฐบาลไม่ได้ไปมุ่งหวังที่จะไปทำอะไรให้ใครเสียหายเลย สังคมจะเป็นคนตัดสินเองจากนี้ไป ก็น่าสนใจค่ะว่าการประกาศหยุดตอบโต้ครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง จะทำให้วิวาทะ หรือการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่หยิบเอาความทุกข์ยากของชาวมาใช้เป็นเกมในการต่อสู้ทางการเมืองจะจบลงได้จริงหรือไม่
