ชักยังงัยใครตัวถ่วง !!! “ พล.อ.ไพบูลย์ ” ยันชัดหลักฐานคดีธัมมชโยสั่งฟ้องได้แล้ว เปรยไม่รู้อัยการ-พนักงานสอบฯใครถ่วงคดี???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

       พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวกรณีคณะทำงานพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวกซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานฟอกเงิน และรับของโจรจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ว่าได้สอบถามไปยังพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งก็ได้รับรายงานว่าในส่วนของดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ประเด็นใหญ่ที่เป็นประเด็นหลักนั้น สามารถสั่งฟ้องได้แล้ว

       “ ประเด็นใหญ่ที่มันเป็นประเด็นที่จะนำไปสู่การฟ้องศาลครบถ้วนหมดแล้ว แต่ถ้าจะไปมองเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพิ่มนิดเพิ่มหน่อยมันไม่ใช่ปัจจัยหลักของข้อมูลที่จะต้องมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งสามารถไปว่ากันในชั้นศาลได้ ซึ่งเขาตอบผมมาอย่างนี้ จึงต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ ไม่ใช่มาถามผม เพราะผมไม่ใช่พนักงานสอบสวน” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว ทั้งนี้หากสังคมมองว่าอาจเป็นการถ่วงเวลา พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ ไม่ทราบ จะให้ตนไปพูดได้อย่างไรว่าใครถ่วง พร้อมกับย้อนถามว่าสรุปแล้วใครถ่วง พนักงานสอบสวนหรืออัยการถ่วง คือวันนี้สังคมกำลังพูดแบบคุณ ตนเป็นรัฐมนตรีก็มีหน้าที่คุมแค่นโยบาย ซึ่งมันมีอยู่สองคนที่จะถ่วงคือพนักงานสอบสวนหรืออัยการ ถ้าเข้าใจว่าเป็นการถ่วง ดังนั้นจะไปตอบได้อย่างไรว่าใครถ่วง

       อธิบดีดีเอสไอ รายงานมาว่า มันเป็นประเด็นที่ไม่ใช่หัวใจหลัก ถ้าขาดปัจจัยหลักมันจะทำให้คดีมันฟ้องไม่ได้ ซึ่งเขาพูดอย่างนั้น ไม่ใช่ตนพูด  ผมจะไม่ทำอะไร เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม คุณคิดว่าพล.อ.ไพบูลย์เป็นรัฐมนตรีจะทำอะไร ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จึงต้องไปถามอัยการกับพนักงานสอบสวน คุณจะให้รัฐมนตรีไปนั่งเป็นพนักงานสอบสวนเองหรือ ซึ่งมันทำไม่ได้ มันเป็นการไปก้าวก่ายการทำงานของเขา อีกทั้ง ทางอธิบดีเขาก็บอกผมมาแล้วว่าจุดแตกหัก จุดใหญ่ มันสอบสวนครบหมดแล้ว ” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว