- 08 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยกับสำนักข่าวทีนิวส์ กรณีเลื่อนฟังคำสั่งคดีพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โดยพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาบอกว่ากระบวนการยุติธรรมต้องเดินไปตามกฎหมาย ผู้ที่ทำคดีต้องไม่กลัว ทั้งยังได้คำยืนยันจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าสำนวนคดีพระธัมมชโย มีมูลเพียงพอที่จะสามารถฟ้องศาลได้แล้ว รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ไม่อยากจะพูดว่าใครเป็นคนถ่วงคดี เพราะทางดีเอสไอยืนยันหลักฐานมีพอฟ้อง ทั้งประเด็นที่ทางฝ่ายอัยการขอเพิ่มนั้นไม่ใช่หัวใจหลักของคดี “ ไม่ใช่ประเด็นถ่วงคดีแน่นอน แต่ยังมีหลายประเด็นต้องสอบ ซึ่งข้อมูลนี้ทางคระทำงานอัยการบอกมา ว่ายังต้องการผลสอบจากพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ เห็นว่ายังไม่ครบถ้วน ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับคณะทำงาน ที่เป็นผู้ทำคดีสำนวน ” โฆษก อสส.กล่าว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีที่อัยการเลื่อนสั่งคดี พระธัมมชโย ว่าได้เรียกอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาสอบถามว่าทำไมถึงยังสอบสวนไม่จบเสียที เพราะตนเองไม่เข้าใจขั้นตอนในการดำเนินการ หรือรายละเอียด ซึ่งดีเอสไอ เชื่อมั่นว่าแนวทางที่ทำ และประเด็นสำคัญๆได้สอบทั้งหมดแล้ว รวมถึงมีมูลเพียงพอที่จะฟ้องศาลได้ โดยทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของพนักงานสอบสวน ซึ่งประเด็นที่เรียกสอบถามเพิ่มเติมนั้นไม่ใช่หัวใจหลักของคดี ขณะเดียวกันก็ไม่ทราบว่ามุมมองของอัยการคืออะไร ซึ่งต้องรับฟังทั้งสองฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการถอนฟ้อง เหมือนเมื่อหลายปีก่อน โดยอาจมีการใช้อำนาจของอัยการสูงสุดในการไม่ส่งฟ้อง พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า สังคมสามารถมองได้ เรื่องนี้ต้องไปถามทางอัยการสูงสุด เนื่องจากประเด็นที่แล้วไม่ได้ถอนฟ้องในประเด็นที่ไม่มีความผิด แต่เพราะเห็นว่าฟ้องแล้วกลัวเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นการใช้อำนาจเฉพาะตัวของอัยการสูงสุด แต่ที่ศึกษามานั้นไม่ใช่เรื่องของการไม่ฟ้องเพราะไม่มีความผิด แต่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น ต้องไปถามอัยการสูงสุด ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เขาคงรู้ว่าสังคมมองอยู่
เมื่อถามว่า ถ้าส่งฟ้องแล้วจะมีปัญหาตามมาอีกหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ต้องการให้กฎหมายเป็นกฎหมายหรือไม่ ถ้าจะบอกว่าเหมือนเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปจับกุมตัว และมีประชาชนปิดล้อมไม่ให้เข้านั้น เป็นคนละประเด็นกับการส่งฟ้องศาลของอัยการ ซึ่งศาลอาจจะไม่รับฟ้องก็ได้
" กระบวนการยุติธรรมก็ต้องเดินไปตามกฎหมาย ถ้าเราคิดว่าเรากลัวโน้นนี่แล้ว มันก็จะเป็นคำถามที่ถามว่าจะให้เป็นอย่างนั้นหรือไม่ ก็แสดงว่าพวกเราเองก็ไม่พอใจแบบนั้นใช่หรือไม่ เพราะแบบนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องใช่หรือเปล่า พวกเรากำลังหวั่นใจว่าจะเกิดแบบนี้ใช่หรือไม่ หวั่นใจว่าทำไมไม่ทำกฎหมายออกมา ดังนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป " พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
