สำนึกแบบไหน??  "น๊อต" ยกมือไหว้ขอโทษรับสิ้นไร้สติก่อเหตุ  แต่ปฏิเสธข้อหาใหม่ ข่มขืนใจลากคอ "หนุ่มบอย"  กราบรถ ..!!! (ชมคลิป)

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

หลังจากเก็บตัวเงียบมาระยะหนึ่ง  ล่าสุด  นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ “น๊อต เวคคลับ” พร้อมนายอดุล ทินะพงศ์ ทนายความส่วนตัว เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เจ้าของคดี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหาข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

 

 

ต่อมาเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีอะไรจะบอกกับสังคมในตอนนี้บ้าง นายอัครณัฐได้ยกมือไหว้พร้อมทั้งกล่าวว่า “ขอโทษจริงๆ ครับ ขอโทษกับสิ่งที่มันไม่ดี ขอโทษที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้น ผมยังเหมือนเดิมจะรับผิดชอบน้องเขาครับ ขอโทษทุกคนที่ผมมีสติไม่พอ มันไม่พอจริงๆ ผมพยายามติดต่อน้องทุกวัน ในวันนี้ผมก็โทรศัพท์ทั้งวันแต่ช่วงเย็นคุณแม่ของน้องก็ไม่รับโทรศัพท์ผมแล้ว ผมจึงส่งข้อความไปหา จึงยังไม่ได้ไปเยี่ยม และยืนยันว่าจะติดต่อน้องทุกวัน” 

 

 

 

ทั้งนี้พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รองผกก.(สอบสวน)สน.ยานนาวา ใช้เวลาแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำนายอัครณัฐ  นาน 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นนายอัครณัฐจึงเดินออกจากห้องสอบสวน  พร้อมยกมือไหว้ลงบันไดด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยปฏิเสธไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว  โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่านายอัครณัฐให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ก่อนหน้านั้น น.ส.สุธิรา หงษ์ทอง มารดาชอง นายกิตติศักดิ์ สิงโต หรือ "บอย”  ระบุว่า   ได้พาบุตรชายมาพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บ ปรากฏว่าแพทย์ระบุว่าดั้งจมูกแตกละเอียด ต้องอยู่พักฟื้นตั้งเพื่อที่จะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกก่อนใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ พยาบาลพาตัวออกมานอนพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ ซึ่งขณะนี้บุตรชายยังอยู่ในอาการบาดเจ็บยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยข้อมูลใดๆ ได้ แพทย์บอกว่าต้องนอนพักฟื้นอีก 2-3 วันเพื่อดูอาการ

 

พร้อมรับว่าทางฝ่ายน็อตได้โทรศัพท์ติดต่อมาเพื่อจะเข้าเยี่ยมอาการบุตรชายและสอบถามเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ทางตนปฏิเสธไป เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นขณะนี้บุตรชายตนใช้สิทธิประกันสังคม แต่ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาลเองในบางส่วน ยังไม่ทราบว่าเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นเท่าไร ส่วนเรื่องที่ทำงานของบุตรชายได้ติดต่อเข้ามาพร้อมทั้งยื่นข้อเสนอให้การช่วยเหลือ ส่วนตนต้องพักกิจการที่บ้านไว้ก่อน เพื่อมาดูแลอาการบุตรชายอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางตนก็ไม่ได้มีฐานะอะไรมากมาย อีกทั้งก็มีอายุมากแล้วต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด

         

ที่ผ่านมามีผู้หยิบยื่นโอกาสให้ความช่วยเหลือหลายรายไม่ว่าจะเป็นออกค่าทำศัลยกรรมใบหน้า และเรื่องว่าคดีความ ทั้งนี้ตนต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือแต่ตนคิดว่าบุตรชายไม่จำเป็นต้องทำให้ใบหน้าหล่อเหลาถึงขนาดนั้น ส่วนเรื่องคดีความขณะนี้ทางทนายความสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อให้การช่วยเหลือว่าความในคดีนี้ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม่แต่อย่างใด

        

"เรื่องคดีความปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการทางกฎหมาย พวกเราไม่มีความรู้เรื่องนี้ สำหรับเรื่องที่ปฏิเสธยังไม่อยากให้ทางฝ่ายคุณน็อตเข้าเยี่ยม ก็เพราะจะมีนักข่าวมากันเยอะ กลัวจะเกิดความวุ่นวาย ขอพักฟื้นรักษาตัวให้หายดีก่อน"

 

เรียบเรียงโดย : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์