เดือดร้อนหนัก!!! เจ้าของร้าน "เบคคุ" โดนกระแส "น็อต" #กราบรถกู ถึงขั้นถูกขู่วางระเบิด วอนสังคมช่วยแยกแยะ!!

ติดตามข่าวเพิ่มเติม http://deep.tnews.co.th/

เดือดร้อนหนัก!!! เจ้าของร้าน "เบคคุ" โดนกระแส "น็อต" #กราบรถกู ถึงขั้นถูกขู่วางระเบิด วอนสังคมช่วยแยกแยะ!!

 


เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน น.ส.น้ำผึ้ง เบคคุ หนึ่งในเจ้าของ ร้าน Bekku Tonkatsu ย่านอโศก ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ หนุ่ม “น็อต อัครณัฐ” เจ้าของดราม่า “กราบรถกู” เป็นหนึ่งในหุ้นส่วน เปิดเผยว่า ตนเองกับนายมิซูโทชิ สามีชาวญี่ปุ่นได้เริ่มก่อตั้งร้านเบคคุนี้มากว่า13ปี จนมีลูกค้าติดใจในรสชาติและบริการของทางร้าน ซึ่งร้านจะให้ความเป็นกันเองกับทุกๆคน จนมาเมื่อปี 2556 สามีตนเสียชีวิต ได้ทนทำต่อไปอีกประมาณ 9 เดือน จึงหยุดไปเนื่องจากตนเองทำคนเดียวไม่ไหว จากนั้นก็มีลูกค้ากลุ่มเก่าๆ ซึ่งรวมถึงน็อตด้วยได้ชวนกันมาทำร้านใหม่ ซึ่งในวันที่19 ธันวาคมนี้ จะครบ 1 ปี ทั้งนี้ปกติ เท่าที่เห็น น็อตก็เป็นคนนอบน้อมดี เจอใครก็ไหว้ เจอยามก็ไหว้ ก็เป็นคนอารมณ์ดีที่เคยเห็น ครั้งนี้ครั้งแรกที่เห็นแบบนี้ ก็ตกใจเหมือนกัน ถ้าปกติเขาเป็นแบบนั้น ก็คงไม่ร่วมทำธุรกิจกันมาได้เป็นปี

น.ส.น้ำผึ้ง กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า “วันสองวันแรกก็ยังไม่มีผลกระทบ พอเมื่อวานออกข่าว หลายคนก็ให้กำลังใจ มีลูกค้ามาแน่นมาก เป็นลูกค้าจริงๆ ก็จะเข้าใจ แต่ก็มีโทรศัพท์เข้ามาเยอะมาก ข่มขู่ จะเอาระเบิดมาเขวี้ยง แจกของลับ มาด่าลูกน้องบอกให้ลาออก จนต้องถอดปลั๊กออก อย่าด่าลูกน้องหนูเลย หนูพอรับได้ แต่เด็กรับไม่ได้หรอก

เดือดร้อนหนัก!!! เจ้าของร้าน "เบคคุ" โดนกระแส "น็อต" #กราบรถกู ถึงขั้นถูกขู่วางระเบิด วอนสังคมช่วยแยกแยะ!!

“หลังจากนั้น น็อตโทรมาขอโทษที่ทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานาน เขาก็เสียใจ ก็ขอโทษ ก็บอกไปว่าลูกค้าเขาแยกแยะได้ คนที่แยกแยะไม่ได้ส่วนมากก็ไม่ใช่ลูกค้า เข้าใจว่าใครที่เห็นเหตุการณ์วันนั้นก็คงรู้สึก เป็นใครก็รู้สึกว่าแรง อยากให้เขาเคลียร์เรื่องของเขาก่อน ตรงร้านนี้ไม่ต้องห่วง”น.ส.น้ำผึ้งกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า น็อตจะถอนหุ้นส่วนหรือไม่ น้ำผึ้งกล่าวว่า “เราก็บอกว่าไม่เป็นไรถ้าหนูไปลงโทษเขาอีก สังคมก็ลงโทษเขาพอแล้ว แทบไม่มีที่ยืน ก็ไม่อยากซ้ำเติม ก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ผิดก็ว่าไปตามผิด ก็เห็นใจ กว่าจะเปิดร้านกันมา น็อตก็เคยมาช่วยเสิร์ฟ ช่วยเช็ดโต๊ะ เรื่องถอนหุ้นก็ยังไม่ได้คุย ยังไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ตอนนี้คนยังมีอารมณ์ ผิดก็ให้อภัยกันดีกว่า ไม่มีใครอยากทำให้เกิดเรื่องผิดพลาดขนาดนี้ ไม่มีใครอยากทำร้ายตัวเองหรอก

เรียบเรียง : อติ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : ข่าวสด