เอาให้ชัดๆใครกลั่นแกล้ง?? ถามจริงๆ เหอะ "หลานโอ๊ค" ไม่รู้เหรอว่ารัฐบาล“อาปู"ไม่มีเงินจ่ายหนี้ชาวนาแสนล้าน เพราะอัดงบฯจำนำจนเกลี้ยงแล้ว!!?!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการนำสืบพยานจำเลยคดีทุจริตจำนำข้าว และการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองฯ   ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร   มีส่วนเกี่ยวข้องใน 2  กรณี   เมื่อล่าสุด  นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร  ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำแยกเป็นประเด็นสำคัญ ๆ คือ

 

1 .กล่าวหาว่ามีกระบวนการสร้างภาพช่วยเหลือชาวนาในลักษณ์เสแสร้งเห็นอกเห็นใจชาวนา

 

2.กล่าวหามีนักการเมืองและพรรคการเมือง รวมหัวกลั่นแกล้งชาวนา ไม่ให้ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว

 

3.กล่าวหาว่าขั้นตอนทั้งหมดมีเป้าหมายยกระดับให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อเอื้อสถานการณ์ให้ทหารออกมาปฏิวัติ

 

ประการสำคัญนายพานทองแท้ใช้คำว่า “ วันใด ที่ประเทศกลับมาเป็นประชาธิปไตย วันนั้นชาวนาไทย จะออกมาตอบแทนคนเหล่านี้อย่างสาสม”

 

ทั้งนี้จะว่าไปแล้วจากถ้อยประโยคของนายพานทองแท้ แม้จะเป็นการแสดงความเห็นส่วนบุคคล แต่โดยเจตนาก็สามารถอนุมานได้ว่ามีเป้าหมายในเชิงผลทางการเมืองเช่นเดียวกัน ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาไปพร้อมกันว่า ที่ผ่านมามีกระบวนการกลั่นแกล้งชาวนาไม่ให้ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวจริงหรือไม่ หรือว่าปัญหาแท้จริงแล้วมากลไกการบริหารโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์เอง

 

ประเด็นแรกก็คือโครงการรับจำนำข้าวซึ่งเริ่มต้นด้วยคำว่ารับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ดในราคา 15,000 บาทต่อตัน มีความสำเร็จถึงขั้นสามารถดำเนินการได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ... คำตอบก็คือ “ไม่” ( เอาความจริงมาพูดดีกว่า!!! ถ้าจำนำข้าวดีจริง ทำไมรัฐบาลของ “วัฒนา เมืองสุข” ต้องทำร้ายใจชาวนาหั่นราคาลงฮวบฮาบ ซ้ำจำกัดวงเงินรายได้ # เลิกจำนำทุกเมล็ด?? http://deeps.tnews.co.th/contents/210601/ )

 

ประเด็นที่สอง คือ สถานะทางการเงินเพื่อดำเนินโครงการรับจำนำข้าวก่อนจะเกิดวิกฤตที่ชาวนาลุกฮือออกมาทวงหนี้ค่าข้าว มีข้อเท็จจริงตามข้อมูลซึ่งสามารถสืบค้นได้ดังนี้ ภายหลังครม.มีมติเห็นชอบเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี 56/57 เริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่าเม็ดเงินวงเงิน 2.7 แสนล้านบาท มีแนวโน้มว่าอาจไม่คล่องตัวในการสรรหาเหมือนตอนเริ่มต้นโครงการรับจำนำใหม่ ๆ ในช่วงปลายปี 2554

 

นางสาว จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในขณะนั้น อธิบายกับสื่อมวลชน ถึงการระดุมทุนรองรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลผลิตปี 56/57 ว่า “ยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้แหล่งทุน แต่ยอมรับว่า สบน. เหลือวงเงินค้ำประกันให้กับรัฐวิสาหกิจเพียง 250,000 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่แผนการรับจำนำข้าวตามมติครม.ในฤดูกาลผลิตปี 56/57 ต้องการใช้เงินทุนมากถึง 270,000 ล้านบาท จึงต้องรอดูยอดการส่งเงินคืนจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ว่าจะมีจำนวนเท่าใด โดยปัจจุบันยังคงบริหารวงเงินกู้เดิมที่ใช้ในโครงการ 410,000 ล้านบาท ร่วมกับวงเงินสภาพคล่องของธกส.อีก 90,000 ล้านบาท เท่ากับว่ามีวงเงินเหลือสำหรับนำเงินมาใช้ได้หมุนเวียนในโครงการได้อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

 

อีกข้อมูลหนึ่งมาจาก นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า งบประมาณสำหรับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่ฤดูการผลิต 56/57 เป็นหน้าที่ของทางกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ ที่จะต้องจัดหาเงินมาให้ ธ.ก.ส. เพราะโครงการรับจำนำข้าวที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ใช้เงินรับจำนำข้าวสูงถึง 660,000-670,000 ล้านบาท (ขาดทุนแล้ว 130,000 ล้านบาท ไม่นับรวมปริมาณข้าวอีกกว่า 10 ล้านตันในสต็อก) ซึ่งเกินกรอบวงเงินที่ ครม.กำหนดไว้ที่ 500,000 ล้านบาทแล้ว โดยปัญหาหลัก ๆ ก็มาจากเหตุผลที่กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถระบายข้าวในสต๊อกในเวลาที่กำหนดได้

 

"การรับจำนำข้าวรอบใหม่นั้น ธ.ก.ส. คงจะไม่สามารถสำรองจ่ายให้ได้อีก ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์ควรต้องเร่งระบายข้าวมาใช้หนี้คืน ธ.ก.ส. ส่วนวงเงินจำนำเกินกรอบ ครม. 160,000-170,000 ล้านบาทนั้น กระทรวงคลังตั้งงบประมาณปี 57 คืนให้กับ ธ.ก.ส.วงเงิน 80,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 90,000 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งขายข้าวในสต๊อก หากไม่ได้กระทรวงการคลังต้องหาเงินมาให้กับธ.ก.ส. เพื่อเปิดรับจำนำข้าวให้กับเกษตรกรฤดูการผลิตใหม่"

 

เอาให้ชัดๆใครกลั่นแกล้ง?? ถามจริงๆ เหอะ "หลานโอ๊ค" ไม่รู้เหรอว่ารัฐบาล“อาปู"ไม่มีเงินจ่ายหนี้ชาวนาแสนล้าน เพราะอัดงบฯจำนำจนเกลี้ยงแล้ว!!?!!

 

ขณะที่โดยข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่สาธารณชนรับทราบ คือการระบายข้าวของภาครัฐเป็นไปได้อย่างยากลำบาก เพราะต้นทุนราคาซื้อจากการโครงการรับจำนำมีมูลค่าสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป รวมถึงราคาขายของคู่แข่งประเทศค้าข้าวอื่น ๆ ก็อยู่ในระดับต่ำกว่าของไทยอย่างชัดเจน

 

อีกหนึ่งประเด็นที่อาจทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนและอาจสามารถตอบคำถาม หรือ ข้อกล่าวหาของนายพานทองแท้ได้ไม่มากก็น้อยว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนกลั่นแกล้งชาวนาไทย โดยเฉพาะกับข้อมูลที่มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนทุกแขนงว่า ตั้งแต่ปลายปี 2556 หรือภายหลังที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจลดระดับราคาจำนำข้าวเปลือกจาก 15,000 บาทต่อตัน ลงเหลือ 13,000 บาทต่อตัน และจำกัดวงเงินรับจำนำข้าวไม่เกิน 300,000 บาทต่อครัวเรือน

 

สภาวะการคงค้างหนี้สินระหว่างภาครัฐกับชาวนาไทย ได้เริ่มส่งสัญญาณว่าจะกลายเป็นปัญหาหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจากสัญญาประชาคมครั้งแรกที่จะจัดหาเงินกู้มาชำระค่าข้าวของชาวนาให้ทันในสิ้นปี 2556 ถูกผัดผ่อนเป็นการนัดหมายจ่ายเงินให้ชาวนาครบทุกคนภายในวันที่ 15 มกราคม 2557 และต่อมาเลื่อนเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 25 มกราคม 2557 แต่ท้ายสุดรัฐบาลไม่สามารถจัดหาเงินกว่า 1.3 แสนล้านบาท มาชดใช้คืนแก่ชาวนาซึ่งนำข้าวเข้าโครงการรับจำนำได้ และปฏิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบส่วนหนึ่งก็มาจากเหตุทางการเมือง เมื่อรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย ร่วมกันผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพื่อช่วยเหลือ นายทักษิณ ชินวัตร

 

เนื่องจากเป็นเหตุสำคัญทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลือกตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนทำให้รัฐบาลเพื่อไทยอยู่ในสถานะเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ และส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งผูกโยงไปถึงการทำให้แนวทางแก้ปัญหาหนี้ติดค้างชาวนายิ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก

เพราะแม้แต่การมอบหมายให้สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดประมูลเป็นการทั่วไปกับ 34 สถาบันการเงิน เพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนวน 2 หมื่นล้านบาทที่ต่ำที่สุด เพื่อนำมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าว

 

แต่ปรากฎว่าท้ายสุด สบน.ก็ต้องตัดสินใจยกเลิกการประมูล เพราะสถาบันการเงินเกือบทั้งหมด ไม่ให้ความสนใจเข้าประมูล ส่วน 2-3 สถาบันการเงินที่เข้าร่วม ก็ยื่นข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ เพราะเห็นว่าเป็นความเสี่ยงที่สถาบันต้องแบกรับ รวมถึงยังมีข้อกังวลว่า ธุรกรรมทางการเงินดังกล่าวจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ( 3 ) เพราะหลายฝ่ายเห็นว่า ก่อนที่จะยุบสภา ครม. ยังไม่เคยมีมติเพิ่มกรอบวงเงินสำหรับการจำนำข้าวปี การผลิต 2556/57 ที่ 500,000 ล้านบาท ตามที่ครม.มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 และ 10 มิถุนายน 2556 ดังนั้นกรณีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้เม็ดเงินมาใช้จ่ายหนี้สินกับชาวนาและทำให้โครงการรับจำนำข้าวเดินหน้าต่อนอกเหนือกรอบวงเงิน 500,000 ล้านบาท จึงไม่อาจกระทำได้โดยหน้าที่ของกระทรวงคลังในการจัดหาและค้ำประกันเงินกู้ให้ธกส.

 

ข้อพิจารณาอีกประการสำคัญก็คือ แนวทางที่รัฐบาลเลือกใช้แก้ปัญหาในขณะนั้น โดยการประสานผ่าน นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเครือญาติตระกูชินวัตร เพื่ออนุมัติปล่อยกู้ให้กับธกส. จำนวน 20,000 ล้านบาท ในรูปแบบอินเตอร์แบงก์ (การปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร) เพื่อนำไปใช้สำหรับแก้ปัญหาสภาพคล่องโครงการรับจำนำข้าว โดยกระทรวงการคลังเป็นฝ่ายทำ Letter of comfort ค้ำประกันให้  ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส ความถูกต้องในข้อกฎหมาย และนำไปสู่การคัดค้านอย่างรุนแรงภายในหมู่พนักงานธนาคารออมสินเองเป็นสำคัญ ไม่แพ้แรงกดดันจาก กปปส.

 

ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎเป็นแถลงการณ์ของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ตามข้อความระบุว่า   ขอให้ยกเลิกการปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ ให้กับ ธ.ก.ส. โดยระบุว่าเกิดผลกระทบในวงกว้างจากความไม่เข้าใจ และเกิดข้อกังขากับผู้ฝากและสาธารณชนทั่วไป แม้ว่าการดำเนินธุรกรรมดังกล่าวนี้ไม่ได้เกี่ยวโยงหรือเกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าว แต่เพื่อความโปร่งใสและถูกต้องจึงขอให้ผู้บริหารธนาคารออมสิน หยุดการให้กู้อินเตอร์แบงก์ทันที และขอให้ทวงถาม ธกส.คืนเงินที่กู้ยืมไปจากธนาคารออมสินโดยทันที พร้อมทั้งงดการปล่อยกู้ใดๆ ก็ตามที่จะกระทบความเชื่อมั่นต่อลูกค้า และประชาชนทั่วไป อันจะเกิดความเสียหายต่อธนาคารออมสิน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน ยืนยันจะปกป้องและรักษาธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นพระราชสมบัติของรัชกาลที่ 6 จนถึงที่สุด

 

เอาให้ชัดๆใครกลั่นแกล้ง?? ถามจริงๆ เหอะ "หลานโอ๊ค" ไม่รู้เหรอว่ารัฐบาล“อาปู"ไม่มีเงินจ่ายหนี้ชาวนาแสนล้าน เพราะอัดงบฯจำนำจนเกลี้ยงแล้ว!!?!!

เอาให้ชัดๆใครกลั่นแกล้ง?? ถามจริงๆ เหอะ "หลานโอ๊ค" ไม่รู้เหรอว่ารัฐบาล“อาปู"ไม่มีเงินจ่ายหนี้ชาวนาแสนล้าน เพราะอัดงบฯจำนำจนเกลี้ยงแล้ว!!?!!

 

ทั้งหมดนี้ย่อมประจักษ์ชัดในระดับสำคัญ  ว่า  ข้อเขียนของนายพานทองแท้เพียงแต่หยิบยกปัญหาเพียงจุดหนึ่งขึ้นมา เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงในภาพรวมแล้วกล่าวหาว่ามีกระบวนการกลั่นแกล้งชาวนาโดยนักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ไม่ให้ได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าว ทั้ง ๆ ที่จุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด น่าจะมาจากความผิดพลาดของพรรคเพื่อไทยเอง ที่ก่อหนี้ก่อสินกับชาวนาด้วยการรับจำนำข้าวไว้แต่ไม่มีเงินจ่าย เพราะใช้เงินงบประมาณจนเต็มกรอบวงเงินอนุมัติ 500,000 ล้านบาท ใช่หรือไม่ ??

 

 

เรียบเรียงโดย  :  ชัชรินทร์  สำนักข่าวทีนิวส์