- 11 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
หลังจากที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ นั้นเป็นที่ชัดเจนว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ครองตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ คนที่ 45 อย่างแน่นอนแล้วโดยเอาชนะ นางฮิลลารี คลินตัน แบบหักปากกาเซียนบรรดานักวิเคราะห์ แบบไม่ไว้หน้า ก็ต้องมาดูปฎิกริยาจากต่างประเทศกันบ้าง ว่าแต่ละประเทศนั้น รู้สึกอย่างไร โดยเฉพาะกับนโยบายของผู้นำคนใหม่ ของสหรัฐฯ รัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ได้ส่งสารแสดงความยินดีกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทันที และสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐหลายสำนัก ปรับเปลี่ยนการรายงานข่าวเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างโกงการเลือกตั้ง หันมายกย่องว่าเป็นชัยชนะของ "คนของประชาชน"ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นหนึ่งในบรรดาผู้นำโลกที่แสดงความยินดีกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถทำงานร่วมกันเพื่อยุติวิกฤตในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและรัสเซีย นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้มีการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานแห่งความเคารพซึ่งกันและกันและมองถึงผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายอย่างแท้จริง
จีน นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า จีนจะยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีต่อสหรัฐ สำหรับจีนแล้ว สหรัฐถือเป็นคู่แข่งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์แต่ก็เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งไม่ว่านโยบายต่างประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ที่มีต่อประเทศจีนจะเป็นอย่างไร ก็ย่อมส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลกแน่นอน ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี ญี่ปุ่น นายชินโซ อาเบะ และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดี คนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ได้คุยโทรศัพท์กันประมาณ 20 นาที และนัดพบกันในวันที่ 17 พฤศจิกายน นี้ ก่อนที่ นายชินโซ อาเบะ จะเดินทางไปร่วมประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่เปรู นายกฯ ญี่ปุ่นได้แสดงความยินดีกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนแรกๆ หลังจากที่เขาสามารถคว้าชัยในศึกเลือกตั้งผู้นำอเมริกา โดยระหว่างพูดคุยโทรศัพท์กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำญี่ปุ่น ยืนยันว่าญี่ปุ่นพร้อมที่จะรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และความเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีและความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นนั้นจำเป็นเพียงใด และขอให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกด้วย
ทางด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของเขาจะกระชับความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นให้แนบแน่นยิ่งๆ ขึ้นไป พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมนโยบายเศรษฐกิจของญี่ปุ่น และรอคอยที่จะได้ร่วมทำงานกับเขานี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นว่า ทิศทางความสัมพันธ์ ระหว่างสหรัฐฯ อเมริกา กับประเทศที่ได้ชื่อว่ามหาอำนาจ เช่นกัน ก็ขานขับผู้นำที่ชื่อว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” แต่เหลือเพียงเวลา ที่เขาจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เขาทำได้อย่างที่เคยพูดไว้หรือไม่นั่นเอง
