“วาเด็ง ปูเต๊ะ” เรื่องราวของพระสหาย เรื่องเล่าที่ยิ่งฟังยิ่งซาบซึ้ง ทำไมคืนนั้นเมื่อ24ปีก่อน“รายอ”ถึงหัวเราะเสียงดังมาก ???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสายบุรี

 

ถ้าหากวาเด็ง ปูเต๊ะ ยังไม่ตาย เมื่อปี 2555 ตอนอายุ 90 ปี วันนี้ที่บ้านบาเลาะ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นักข่าวทีวีหนังสือพิมพ์คงผลัดเปลี่ยนเวียนหน้าไปขอสัมภาษณ์...บันไดบ้านไม่แห้ง

เรื่องราวของพระสหายแห่งสายบุรี จะเล่าซ้ำอีกสักกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ

ค่ำวันนั้น วันหนึ่งในปี พ.ศ.2535 วาเด็งอายุ 70 ปี เลี้ยงวัวอยู่ในเขตสวนผลไม้ ลองกอง ทุเรียน เก็บขายไปหมดแล้วเหลือทุเรียนดิบคาต้นอยู่ผลเดียว มีคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ แล้วกวักมือเรียก

วาเด็งพูดไทยไม่ได้จึงเกิดอาการกล้าๆกลัวๆ เดินเลี่ยงหนี วาเด็งต้อนวัวกลับดางาฮ์ (ขนำ) สาลาเมาะ ภรรยาบอกว่า คนแปลกหน้าเป็นคนของ “รายอ” หรือในหลวง ขนาดรู้แล้ว “ใครมา สำคัญแค่ไหน” เมื่อตำรวจนายหนึ่งมาตาม วาเด็งก็ยังไม่ยอมไป

ตำรวจกับคนมุสลิมนั้นมีเรื่องให้ต้องหวาดระแวงกันมานาน จนเมื่อตำรวจสื่อสารให้วาเด็งรู้ว่า “ในหลวงจะมาสร้างฝายกั้นน้ำที่คลองน้ำจืด บ้านทุ่งเค็จ เลยสวนวาเด็งไปนิดเดียว”

“เขามาดี” วาเด็งตั้งสติ แล้วก็เดินตามตำรวจไป พอเข้าใกล้ วาเด็งก็ลังเลอีก

แอบหยิบแบงก์ใบละ 100 ออกมาดู แน่ใจ “ในหลวง” มาจริง หันมามองตัวเอง นุ่งกางเกงขาก๊วยตัวเดียว มีผ้าขาวม้าคาดพุง ก็คิดว่า “ไม่บังควรเข้าไปเฝ้าฯ”

“ในหลวง” นั่นเองที่ทรงถามผ่านล่าม วาเด็งรู้อะไรก็ตอบไปตามเนื้อผ้า

“วาเด็ง ปูเต๊ะ” เรื่องราวของพระสหาย เรื่องเล่าที่ยิ่งฟังยิ่งซาบซึ้ง ทำไมคืนนั้นเมื่อ24ปีก่อน“รายอ”ถึงหัวเราะเสียงดังมาก ???

“ลุงวาเด็งเป็นคนอารมณ์ดี พูดแบบจริงใจ เอาจริงเอาจัง ปนมุกตลกบ้าง วันนั้นพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลเสียงดังมาก คนตามเสด็จบอกว่า ไม่ค่อยได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลเสียงดังมาก คนตามเสด็จบอกว่า ไม่ค่อยได้เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสำราญเช่นนี้มาก่อน”

ธีรพจน หะยีอาแว ล่ามมลายูเล่า

วันรุ่งขึ้น “ในหลวง” รับสั่งให้วาเด็ง พายเรือให้พระองค์นั่งสำรวจคลอง ทรงสงสัยอะไร วาเด็งก็ตอบ จนถึงคำถาม ทรงอยากได้ที่ดินบางส่วนในสวนวาเด็งทำโครงการพระราชดำริ

วาเด็งไม่ลังเล สีหน้าแววตาปลื้ม กราบทูลทันที เต็มใจถวาย “วาเด็งเป็นคนซื่อตรง” นี่เป็นพระราชดำรัส “ฉันขอตั้งให้วาเด็งเป็นเพื่อนของในหลวง”

ความผูกพันข้อนี้นี่เองเป็นที่มาของคำเรียกขาน พระสหายแห่งสายบุรี พายเรือนำขบวนเสด็จมาถึงบ้าน...วาเด็งเหลียวซ้ายแลขวา กราบทูลผ่านล่าม ความว่า

“วาเด็ง ปูเต๊ะ” เรื่องราวของพระสหาย เรื่องเล่าที่ยิ่งฟังยิ่งซาบซึ้ง ทำไมคืนนั้นเมื่อ24ปีก่อน“รายอ”ถึงหัวเราะเสียงดังมาก ???

“พระเจ้าอยู่หัวมาเยี่ยมถึงบ้านทั้งที ไม่มีอะไรจะถวายเลย เหลือทุเรียนลูกเดียวก็ยังดิบ ผลไม้ในสวนก็เพิ่งเก็บขาย ได้เงินมา 2 หมื่น จึงซื้อเครื่องสูบน้ำมาใช้

จึงขอถวายเครื่องสูบน้ำ แล้วแต่ในหลวงจะเอาไปใช้”

น้ำเสียงที่กราบทูล จริงจัง รอยยิ้มแสนซื่อจริงใจ

หนังสือพิมพ์บางฉบับติดตามข่าววาเด็ง เคยรายงาน วาเด็งและภรรยาในฐานะพระสหายแห่งสายบุรี เคยฝากผลไม้ในสวนไปถวายและครั้งหนึ่งเคยมาเป็นแขกเยือน “รายอ” ของเขาถึงพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

ช่วงเวลาข่าวในพระราชสำนัก ตอนที่ไฟฟ้ามาถึง บ้านมีทีวี วาเด็งไม่เคยคลาดสายตาจากจอทีวี มีคนถาม ตอนที่ยังไม่มีทีวี คิดถึงในหลวง ทำอย่างไร

“ก็หยิบแบงก์ออกมาดู” คำตอบจากวาเด็ง หลายคนที่ฟังซาบซึ้ง น้ำตาซึม ผู้เฒ่าวาเด็งคนนี้รักพระสหายของเขาจริงจังเสียเหลือเกิน

“วาเด็ง ปูเต๊ะ” เรื่องราวของพระสหาย เรื่องเล่าที่ยิ่งฟังยิ่งซาบซึ้ง ทำไมคืนนั้นเมื่อ24ปีก่อน“รายอ”ถึงหัวเราะเสียงดังมาก ???

 

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : กิเลน ประลองเชิง นสพ.ไทยรัฐ ,ภาพพระราชทาน,RoonPhoto