- 14 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ในที่สุดภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมี ที่พสกนิกรกว่า 3 แสนคน ที่ได้ร่วมแสดงพลังที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 22 ต.ค. โดย มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ก็ได้ถูกเผยแพร่ออกมาผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแล้ว เมื่อเช้าหลังเคารพธงชาติ 8.00 น. ที่ผ่านมา เรียกว่าสมการรอคอยจริงๆ
โดยเฉพาะกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานไว้ให้กับคนไทยทั้งประเทศเนื่องในวันปีใหม่ วันที่ 31 ธันวาคม 2519 ถือว่าเป็นจุดเด่นที่สุดในภาพยนตร์เพลงชุดนี้ เรียกว่าใครฟัง ทุกคนก็เหมือนถูกมนต์สะกดตรึงแน่นในพระสุรเสียงของพระองค์ท่าน และคงคิดเหมือนกันว่าพระราชดำรัสที่ผ่านมากว่า 40 ปี แต่ถือเป็นพระราชดำรัสที่อมตะและทันสมัย ที่ยังคงดังก้องเข้าไปในหัวจิตหัวใจของคนไทยทุกคน
และช่วงหนึ่งของพระราชดำรัส ความว่า ประชาชนคนไทยมีการแสดงออกชัดเจนขึ้นว่าต้องการอะไร เมื่อแสดงออกมาเช่นนี้ก็ทำให้รู้ใจกัน และสามารถช่วยกันทำ ช่วยกันสร้างสิ่งที่ต้องการ แม้จะมีอุปสรรค หรือ ความยากลำบาก ขัดขวางอยู่ก็ทำได้ ขอเพียงให้ร่วมมือร่วมใจกันจริงๆ แต่ทั้งนี้ควรจะต้องเข้าใจด้วยว่า สถานการณ์ของประเทศโดยส่วนรวมยังไม่แจ่มใสนัก ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคนเข้าใจและเล็งเห็นสถานการณ์บ้านเมืองตามความเป็นจริง
เวลานี้บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมอย่างรีบด่วน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากทรัพยากร จากพื้นภูมิประเทศ และจากกำลังงาน กำลังปัญญาของคนไทยเราทุกคนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จะได้นำไปสร้างเสริมการเจริญก้าวหน้าทุกๆ ด้านให้เพิ่มพูนมั่นคงยิ่งขึ้นโดยเร็ว เพื่อการนี้เราจะต้องวางโครงการพัฒนาอีกหลายอย่างโดยรีบด่วน ทั้งจะต้องดำเนินโครงการนั้นๆ ให้สำเร็จผลโดยฉับพลัน จะลังเล หน่วงเหนี่ยวให้ชักช้าด้วยเหตุใดๆ ไม่ได้ เพราะจะทำให้เสียประโยชน์ที่จะพึงได้ไปเปล่าๆ
ซึ่งในยามนี้จะต้องถือเป็นความเสียหาย ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือการทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ในอันที่จะยึดถือชาติ บ้านเมือง เป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระเลย ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เริ่มกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเต็มกำลังความสามารถด้วยความบริสุทธ์ใจ ด้วยความเมตตา ด้วยความปรองดองกัน และ ด้วยความปรารถนาดีต่อกัน ที่สุด ผลงานของทุกคนนั้น จะรวมกันเข้าเป็นความสำเร็จและความพัฒนาถาวรของประเทศชาติได้ไม่นานเกินคอย และทั้งหมดกับพระราชดำรัสนี้ ก็คงทำให้คนไทยทุกคนต้องกลับมาคิดทบทวนกันแล้วว่า ได้เวลาแล้วหรือยังที่เราคนไทยที่ต่างบอกว่า เรารักในหลวงจักต้องน้อมนำเอาพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมายึดเป็นแนวปฎิบัติเพื่อเป็นธงนำให้กับชีวิตและประเทศชาติต่อไปในยามนี้
