- 15 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. โดยก่อนเข้าประชุม นายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย
ได้นำตัวแทนชาวนาเข้าขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ได้ช่วยเหลือชาวนามาโดยตลอด
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ก็ให้กำลังใจชาวนา พร้อมยืนยันไม่โกหก รัฐบาลไม่ทอดทิ้งแน่ “ ขอให้กำลังใจจากใจ ไม่มีโกหก เพราะรู้ว่าคนข้างล่างยังแย่ ย้ำว่าขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้ให้เลิกปลูกข้าวเพียงลดการปลูกเวลาน้ำท่วม ฝนแล้งเท่านั้น ไม่มีอะไรที่จะได้มาเร็ว ผมไม่ทอดทิ้งชาวนาเพียงแต่ต้องทำให้ถูกต้องโดยจะไม่มียกหนี้ให้ทั้งหมด ”
ก่อนหน้านี้ครม.มีมติเมื่อวันที่ 1 พ.ย.2559 ที่ผ่านมาโดยเห็นชอบมติการประชุมของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) ซึ่งมีการปรับแก้ไขใหม่ก่อนการประชุมครม. โดยเพิ่มเงินช่วยเหลือสำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิเป็นตันละ 13,000 บาท จากมตินบข.เดิมเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ตันละ 11,525 บาท
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ครม. มีมติกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ประกอบด้วย สินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกหอมมะลิราคาตันละ 13,000 บาท ซึ่งเป็นตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีราคาเฉลี่ยที่ตันละ 9,700-12,000 บาท จึงเห็นควรว่าราคาเฉลี่ยที่ตันละ 11,000 บาท
ดังนั้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะรับจำนำตามความเห็นชอบของครม. คือแบ่งเป็นรับจำนำข้าวเปลือกที่ราคาตันละ 9,500 บาท ค่าเก็บเกี่ยว 2,000 บาท ค่ายุ้งฉางอีก 1,500 บาท รวมเป็น 13,000 บาท แต่หากไม่มียุ้งฉางรัฐบาลจะช่วยเก็บเกี่ยวและรักษาคุณภาพข้าวตันละ 2,000 บาท
อย่างไรก็ตามล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 พล.อ. ประยุทธ์ ได้เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) นัดพิเศษ ซึ่งภายหลังการประชุม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นบข. มีมติเห็นชอบมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีในฤดูกาลผลิต 2559/2560 เช่นเดียวกับมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวหอมมะลิ โดยกำหนดวงเงินสินเชื่อรับจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉางดังนี้
สำหรับข้าวหอมปทุมธานี ได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อตันละ 7,800 บาท ค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวตันละ 2,000 บาท และค่าฝากข้าวที่ยุ้งฉางอีกตันละ 1,500 บาท รวมชาวนาที่ปลูกข้าวหอมปทุมธานีจะได้รับเงินสนับสนุนทั้งสิ้น 11,300 บาทต่อตัน
ส่วนชาวนาที่ปลูกข้าวเปลือกเจ้า หรือ ข้าวขาว ได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อตันละ7,000 บาท ค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว 2,000 บาท และค่าฝากข้าวที่ยุ้งฉางตันละ 1,500 บาท รวมชาวนาที่ปลูกข้าวเปลือกเจ้าได้รับเงินสนับสนุนตันละ 10,500 บาท สำหรับชาวนาที่ไม่มียุ้งฉางจะได้รับเงินค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวตันละ 2,000 บาท
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
