ศาสตร์พระราชา!!! "บิ๊กตู่" เผยแก้ปัญหาเกษตร ใช้หลักปลูกกิน-ที่เหลือขาย ระบบสหกรณ์ต้องเข้มแข็ง

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

ศาสตร์พระราชา!!!!!! "บิ๊กตู่" เผยแก้ปัญหาเกษตร ต้องทำระบบสหกรณ์-วิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็ง เกษตรกรปลูกพืชผักส่วนหนึ่งเก็บไว้กิน อีกส่วนนำไปขายสร้างรายได้ แต่พี่น้องเกษตรกรก็ต้องเปลี่ยนแปลง อย่าท้อ ต้องอดทน พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายออกมาช่วยชาวนา

 

วันนี้ (15 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาพืชผลทางการเกษตรในปัจจุบันว่า ขอให้พวกเราช่วยกันทำความเข้าใจว่า รัฐบาลไม่ต้องการวงจรอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ารัฐบาลไม่อยากให้เป็นหนี้เป็นสิน วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่ทุกคนช่วยกันขายข้าว ซึ่งตนก็บอกว่า ไม่ใช่เฉพาะขายข้าว วันหน้าต้องขายอย่างอื่นไปด้วย พืชผัก ปลาต่างๆ อย่างเรื่องปลาที่ตนได้สั่งการให้มีการจัดหาพื้นที่ตลาด ถ้าทำอย่างนี้เงินหมุนเวียนในประเทศ เศรษฐกิจประเทศก็จะดีขึ้น ประชาชนก็จะมีรายได้ประจำวัน เกษตรกรที่ปลูกพืชผักควรที่จะต้องเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ทำพันธุ์ต่อไป ผลผลิตส่วนหนึ่งเก็บไว้รับประทาน อีกส่วนนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ ทั้งนี้ ต้องไปดูระบบพ่อค้าคนกลางให้มีความเข้มแข็ง โดยใช้ระบบสหกรณ์หรือรัฐวิสาหกิจชุมชน อยากให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้ ไปบอกพี่น้องเกษตรกรว่าอย่าท้อแท้ ต้องอดทน ถ้าเราอยากไปสู่ส่ิงที่ดีกว่า ก็ต้องมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงบ้าง ไม่อย่างนั้น มันไปไม่ได้ วันหน้าเราจะลำบากกว่านี้

 

นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า เป็นเรื่องดีที่ทุกคนช่วยกันออกมาขายข้าวช่วยชาวนา แต่การขายข้าวโดยตรง ขายได้เพียง 5% เท่านั้น แต่หากขายจากโรงสีจะขายได้มาก ซึ่งขณะนี้มีปริมาณข้าว กว่า 50 ล้านไร่ ซึ่งอยู่ในเขตชลประทานเพียง 20% ดังนั้นจะได้ต้องวางแผนเรื่องข้าวใหม่ และรวมกลุ่มเกษตรกร อย่าไปตีกันกับเรื่องราคาข้าว ซึ่งวันนี้ยังมีปัญหาเรื่องข้าวที่เก็บไว้ในโกงดัง ว่าจะปล่อยออกมาหรือเก็บไว้ แต่จะมีปัญหาเรื่องข้าวเสีย และปัญหาด้านกฏหมายอีก

 

ขณะเดียวกันเรื่องข้าวเหนียวที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลประกันยุ้งฉาง เช่นเดียวกับข้าวหอมมะลิ และข้าวขาวนั้น เห็นว่าราคาข้าวเหนียวยังไปได้ เพราะเป็นการบริโภคภายใน ต้องแก้ทีละเรื่อง เพราะหากขึ้นราคาคนก็จะไม่บริโภคเป็นปัญหาอีก โดยแนวทางระยะยาวต้องลดพื้นที่ปลูกข้าว ลดต้นทุนในการผลิต ต้องต่างกัน 3,000 บาทต่อตัน ถึงจะอยู่ได้ แต่ปัจจุบันต่างกันไม่ถึง 1,000 บาท และยังขาดทุนอีก ดังนั้นสื่อต้องช่วยกันทำความเข้าใจกับชาวนา อย่าเอาตนไปทะเลาะกับชาวนาอีก