- 16 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
นายสัญญา โยธวงษ์ อายุ 50 ปี เกษตรกรบ้านสีกายเหนือ ต.สีกาย อ.เมือง จ.หนองคาย ประธานกลุ่มธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ตำบลสีกาย ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบและเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เปิดเผยว่า ก่อนที่จะประสบความสำเร็จมาถึงจุดนี้ได้ว่า ตนมีพื้นที่นา 5 ไร่ ทำนาทุกปีลำบากมาก แต่หลังจากที่ได้ดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ได้นำมาเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ของตนให้มีน้ำร้อยละ 30, นาข้าวร้อยละ 30, มีพืชผลต่างๆ ร้อยละ 30 และเป็นที่อยู่อาศัยร้อยละ 10 ซึ่งพืชหลักที่ตนปลูกคือมะพร้าวน้ำหอม มีประมาณ 200 ต้น
จากการดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเวลา 5 ปี ย่างเข้าปีที่ 6 ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทุกอย่างทำเอง ผลิตเอง โดยเฉพาะปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนอาหารก็มีการเลี้ยงปลา กบ เป็ด ไก่ ที่นำมาบริโภคในครัวเรือน ก็พอเพียงกับการบริโภคในแต่ละปี สามารถทำเองได้ทั้งหมด ซึ่งเดิมนั้นที่ทำนาอย่างเดียวลำบากมาก ต้องจ้างแรงงาน ค่าใช้จ่ายก็สูง ทั้งซื้อปุ๋ย ซื้อยา หลังทำนาเสร็จช่วงเย็นก็ยังต้องลำบากในการหาอาหาร ต้องไปหาปลาตามห้วยตามหนอง แต่หลังจากมาดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ทุกวันนี้หลังเลิกงานแล้ว ก็สามารถนำสิ่งที่เราเลี้ยงไว้มาประกอบอาหารได้
ผลสำเร็จจากการดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เห็นได้อย่างชัดเจนหลังจากที่ดำเนินการมาได้ 3 ปี พืชผลที่ปลูกโดยเฉพาะมะพร้าวก็ได้ออกผลผลิต หน่วยงานราชการต่างๆ ก็ได้จัดงบประมาณและเครื่องมือเข้ามาสนับสนุน เพื่อต่อยอดให้กับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแห่งนี้
ปัจจุบันมีคนเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ก่อนนั้นเวลาเพื่อนมาหาที่บ้านก็ต้องเลี่ยงพบเพราะไม่รู้จะหาอะไรให้เพื่อนกิน ปัจจุบันนี้พร้อมรับตลอดเวลา หากเรารู้จักประหยัด เก็บออม ก็สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสบาย รายได้จากการขายผลผลิตก็มีทุกวัน
นายสัญญา กล่าวอีกว่า ตอนที่ตนปรับเปลี่ยนที่นามาเป็นตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เพื่อนบ้านมองว่าตนเป็นคนบ้า สติไม่ดี เพราะนาที่ทำให้ผลผลิตดีอยู่แล้ว แต่ตนได้ศึกษาได้ดูโทรทัศน์เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง และยอมรับว่าเหน็ดเหนื่อยจากการทำนามาหลายปีก็ไม่มีอะไรที่ดีขึ้น เลยตัดสินใจมาปรับพื้นที่นาที่มีอยู่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่ตนเห็นว่ามีความยั่งยืน คนที่มาดูงานที่เป็นชาวต่างประเทศยังยอมรับหลักเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าใช้ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ นายสัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า จากนี้ไปตนก็จะปรับพื้นที่ผืนใหม่ของตนที่มีอยู่ประมาณ 25 ไร่ ตามหลักทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง เน้นการปลูกมะพร้าวน้ำหอม เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ และทำนาบางส่วน โดยทำตามกำลังที่ครอบครัวตนทำได้ สิ่งใดที่หนักเกินไปและไม่ค่อยได้ประโยชน์ สิ้นเปลืองเวลามากก็จะเลิกไป
จากความสำเร็จในการดำเนินการตามหลักทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้ปัจจุบันนี้ นายสัญญา มีรายได้จากการขายผลผลิตทางการเกษตร เดือนละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท นอกจากนี้ยังร่วมกับสมาชิกผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ไว้ใช้เองและจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับกลุ่มธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ตำบลสีกาย อีกด้วย
ขอบคุณที่มา : แนวหน้า
