“ เศรษฐกิจพอเพียงทางรอดมนุษยชาติ”!!! “เปลว สีเงิน”ปลุกชาวนาตื่น!!! เลิกเป็นทาสนักการเมืองกดหัวดูดเลือด ???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

ชาวนา 'ยืนบนขาได้' ไทยก็รอด

 

       ประเทศจะ "ลอกคราบสู่อนาคตใหม่" อย่าเข้าใจกันนะว่า ต้องเริ่มที่การเมือง

       สำหรับไทยเรา.......ภูมิศาสตร์วางตำแหน่งจุดเริ่มไว้ที่ "ชาวนา-ชาวไร่" คือคนในอาชีพเกษตรกรรม!วันไหน ที่ชาวนาฟื้นสติ ลืมตาตื่น "ยืนบนขาตัวเอง" ให้เห็น วันนั้นแหละ......คือวันที่ประเทศไทย "ลอกคราบสู่อนาคตใหม่" แท้จริง!

       ส่วน "การเมือง" นั้น โดยสายพันธุ์กำเนิด มีชีวิตอยู่ด้วยการเกาะชาวนา-ชาวไร่ดูดเลือด ไม่ใช่ชาวนาเป็นฝ่ายเกาะการเมืองกินอย่างที่เข้าใจ แต่ทีนี้ ธรรมชาติพันธุ์การเมือง เขี้ยวยาวเหนือชาวนา จึงสร้างกลไก วางตนชนชั้นบริหาร ทำให้เห็นว่า ข้า-นักการเมือง คือเจ้านาย เอ็ง-ชาวไร่ชาวนา คือข้าทาส! โลกจึงเกิด "๒ สุดโต่ง" คือระบบเศรษฐกิจทุนนิยม (Capitalism) กับระบบเศรษฐกิจสังคมนิยม (Socialism) ก็ด้วยหวังใช้ควบคุมคนในระบบเกษตรอันเป็นรากฐานมนุษย์ ให้ "คิดจำนน-ยอมจำนน" อยู่ใต้กลไก ๒ สุดโต่ง

       ขึ้นชื่อว่า "สุดโต่ง" มันฝืนโลก ไปได้พักเดียว สุดท้าย ก็เอาสังคมชาติ-สังคมประชาชน ไปไม่รอดทั้งคู่ อย่างที่เห็นอยู่ต้อง "หลักธรรมชาติ" ตามที่พระพุทธองค์ตรัสบอก "กลางๆ" ไม่สุดโต่งไปทางใด-ทางหนึ่ง นั่นแหละ เป็นหลัก "หมุนตามโลก"  นำ "ทั้งมนุษย์-ทั้งโลก" ให้รอดได้! แล้วกลางๆ ไม่ทุนนิยมจัด ไม่สังคมนิยมจ๋า หมุนไปตามโลก มันควรเป็นแบบไหน อย่างไร?

“ เศรษฐกิจพอเพียงทางรอดมนุษยชาติ”!!! “เปลว สีเงิน”ปลุกชาวนาตื่น!!! เลิกเป็นทาสนักการเมืองกดหัวดูดเลือด ???

       สังคมโลกปัจจุบัน สรุปจากบทเรียนกันแล้วว่า.....เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) ตามปรัชญา "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" คือการผสมผสานจุดดีจาก ๒ ระบบสุดโต่งนั้น สกัดรวมเป็นความพอดีๆ อยู่ตรงกลาง เรียกว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" นี้แหละ จะเป็น "ทางรอด" ใน "ทางล่ม" ของมนุษยชาติ!

       หลายคนยังเข้าใจผิด คือมักเข้าใจว่า ........หลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้คนมักน้อย-สันโดษ เอาแค่พออยู่-พอกิน ชีวิตช่างจืดชืด ไร้สีสัน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่เกษตรพอเพียง หมายถึง ทุกการทำมาหากินและทุกอาชีพ หลักเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้น ขั้นต้น "อยู่รอด" ขั้นกลาง "ไปรุ่ง" ขั้นปลาย "โตโลด พุ่งไปเรื่อยๆ"!

       คำว่าเศรษฐกิจพอเพียง "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ทรงให้คำอธิบายไว้ตอนหนึ่ง ว่า"ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เป็นแนวทางการดำรงชีวิตและการปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับ โดยยึดแนวทางการพัฒนาที่มีคน หรือประชาชน เป็นศูนย์กลาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง จะเป็นตัวการ ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือในภาษาอังกฤษ คือ Sustainable Development"

“ เศรษฐกิจพอเพียงทางรอดมนุษยชาติ”!!! “เปลว สีเงิน”ปลุกชาวนาตื่น!!! เลิกเป็นทาสนักการเมืองกดหัวดูดเลือด ???

 

       เข้าใจกันนะ............Sufficiency Economy หมายถึงทำอะไรขั้นต้นให้ตัวเองอยู่ได้ก่อน เมื่อเหลือกิน-เหลือเก็บ ก็ขาย เรียกว่าต่อยอด-พัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ให้หยุดอยู่แค่ทำพอมีกินไปวันๆ แต่ให้พัฒนาธุรกิจการงานนั้น ขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าใครไม่อยากต่อยอด คือพอใจแค่ "พออยู่-พอกิน" ลำพังครอบครัวตัวเองก็พอแล้ว พอเพียงลักษณะนี้ หมายถึง "เศรษฐกิจแบบพอเพียงกับตัวเอง" เรียกว่า Self-Sufficient Economy คนละแบบกับ Sufficiency Economy

       ย้อนกลับมาคุยถึง "ชาวไร่-ชาวนา" วันนี้ต่อ อยากจะบอกว่า เป็นนิมิตหมายประเสริฐ ประเทศไทยเรานั้น "การลอกคราบสู่อนาคตใหม่" เริ่มแล้ว-เห็นแล้วจริงๆ! ชาวนาไม่ได้ลอกคราบด้วยการตั้งต้นปฏิเสธระบบการค้าข้าวเสรี ไม่ได้ตั้งตนเป็นศัตรูกับพ่อค้าคนกลางและระบบโรงสี

       หากแต่ชาวนา "ตื่นรู้".........วันหนึ่งก็พร้อมใจกัน เอาข้าวเปลือกในนาแต่ละคน มาสีเอง ใส่ถุงเอง ขายเอง กำหนดราคาเอง เป็นการลุกขึ้นยืนบนขาตัวเอง ให้สังคมชาติได้เห็น สงบและสง่างาม น่าเคารพ-ยกย่องยิ่งนัก เมื่อชาวนาลุกขึ้นยืนเอง พี่น้องร่วมชาติ "ทุกหมู่เหล่า" โดยมิต้องมีใครนัดหมาย ก็พร้อมใจกัน สนับสนุน เป็นกำลังใจ ช่วยซื้อ ช่วยจัดหาที่ขาย ช่วยเผยแพร่-บอกต่อ ระบบอินเทอร์เน็ต ออนไลน์ สื่อวิทยุ-โทรทัศน์-หนังสือพิมพ์  กระทั่งตำรวจ..........วันนี้ ยังทนกระแส "ชาวนาตื่นแล้ว" ไม่ไหว ต้องเปิดโรงพักที่เอาแต่ขังคน ให้เป็นที่ชาวนาขายข้าว!

“ เศรษฐกิจพอเพียงทางรอดมนุษยชาติ”!!! “เปลว สีเงิน”ปลุกชาวนาตื่น!!! เลิกเป็นทาสนักการเมืองกดหัวดูดเลือด ???

 

       ข้าวทั้งระบบมีเป็น ๑๐-๒๐ ล้านตัน แต่ที่ชาวนา "สีเอง-ขายเอง" รวมแล้ว ไม่น่าถึงล้านตันด้วยซ้ำ มองในแง่เศรษฐกิจทั้งระบบ แทบไม่มีความหมาย แต่ขอบอกว่า นี่แหละ "ความหมายยิ่งใหญ่" ภาพชาวนายืนบนลำแข้ง พี่น้องประชาชนทุกสาขา เลิกแก่งแย่ง-แบ่งสี หันหน้าสามัคคี ช่วยพี่-ช่วยน้องคนไทยด้วยกัน นี้คือ "เสถียรประเทศ"!

       เป็นเสถียรประเทศ ด้วยพระมหาบารมีพ่อ พลันพ่อจากไป มวลมหาประชาชนทุกหมู่เหล่า "คืนรัก-สามัคคี" โดยไม่ต้องมีใครบังคับขับไส ชาวนายืนได้....ประเทศก็ยืนได้!

       เมื่อทุกคน-ทุกฝ่าย "ให้ใจ" ต่อกันและกัน ตามที่กล่าวคำมั่น "ต่อไปนี้ ลูกจะทำความดีถวายพ่อ" เมื่อชาวยืน เปลี่ยนจากรัฐบาลอุ้ม เป็นประชาชนทั้งประเทศ พยุงกอดคอเดินไปด้วยกัน เป็นนิมิตหมายว่า ข้างหน้าต่อไป ทั้งพ่อค้าคนกลาง ทั้งโรงสี ทั้งชาวนา ทั้งประชาชน และรัฐบาล สักวันหนึ่ง ก็ต้องเกิด "จิตรวม" ร่วมไปด้วยกัน ใครมีปัญหาตรงไหน ก็จะช่วยพยุง ช่วยดูแลกันไป ในความหมายว่า ใครก็จะไม่เอารัด-เอาเปรียบ ไม่ทำตัวให้เป็นปัญหาสังคมจนน่ารังเกียจ

       และที่สำคัญ ........การปลูกเอง-สีเอง-ขายเอง-กำหนดราคาเอง-หาช่องตลาดเอง ของชาวนาวันนี้ นี่คือ สู่แนว "เศรษฐกิจพอเพียง" ตามพ่อสอน! จะด้วยรู้ตัว-ตั้งใจ หรือไม่รู้ตัว เป็นไปโดยอัตโนมัติ หรือตามแรงดาลใจ ก็สุดแล้วแต่ แต่ขอบอกว่า นี่แหละ ที่พูดกันว่า "มาถูกทางแล้ว" นั้น "ทางที่ถูก" จริงแท้ คือแบบนี้! โลกไม่มีทางตัน เมื่อคิดเป็น และคิดสู้ ก็จะเห็นทาง

       สหกรณ์นารวมเป็นเกษตรอินทรีย์ ฟื้นวัฒนธรรมประเพณีการทำนาดั้งเดิม เสริมตลาดท่องเที่ยว ของดีเก่าๆ เอาคืนมา ของดีใหม่ๆ "ระบบอินเทอร์เน็ต" งานวิจัย-ทดลอง ตลาดออนไลน์ แพ็กเกจจิง เหล่านี้ ต้องเอามาเป็นเครื่องมือเสริม หัวใจสำคัญ ต่อไปนี้ สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ปริมาณต้องให้ลด แต่ในปริมาณที่ลด ราคาต้องได้เพิ่ม เพิ่มโดยทั้งรัฐบาล ทั้งชาวนา

ต้องไป "เพิ่มคุณภาพ" ในข้าวแต่ละชนิด! ผู้บริโภคพร้อมจ่ายแพงขึ้น แลกกับข้าวที่มั่นใจคุณภาพแต่ละชนิด รู้ถิ่นกำเนิดที่มา ว่าเกษตรอินทรีย์ ไม่มีสารพิษ ชีวิตเขาปลอดภัย ยิ่งพะยี่ห้อ มาจากนาผืนไหน ถิ่นไหน มีสตอรีที่มา-ที่ไป ให้เคลิ้มขลัง จะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมหาศาล

“ เศรษฐกิจพอเพียงทางรอดมนุษยชาติ”!!! “เปลว สีเงิน”ปลุกชาวนาตื่น!!! เลิกเป็นทาสนักการเมืองกดหัวดูดเลือด ???

       "สินค้าเกษตร" ไม่มีใครกำหนดราคาได้ตายตัว แต่ถ้าเปลี่ยนจากผลิตเอาปริมาณ มาขับเน้นคุณภาพ สามารถกำหนดราคาได้ สินค้าเกษตรมีถิ่นที่มาเฉพาะของไทยเราเยอะ แต่ถูกทำลายด้วยระบบตลาดมุ่งปริมาณสูญหายไปมากต่อมาก อย่าง ส้มเขียวหวานบางมด ส้มโอนครชัยศรี พริกแห้งบางช้าง หอม-กระเทียมดำเนินสะดวก แตงโมบางเบิด ฝรั่งขี้นก มะนาวแป้น ทุเรียนนนท์ ปลาสลิดบางบ่อ ปลาช่อนแม่ลา กะปิคลองโคน และ ฯลฯ

       ทุกวันนี้หายเกลี้ยง กินฝรั่งลูกโตๆ เหมือนกินกระดาษ สู้ฝรั่งขี้นกไม่ได้ มะนาว มีแต่รสเปรี้ยว มะนาวไม่มีกลิ่นผิว ก็หมดเสน่ห์ ยิ่งกระเทียม มีค่าแช่ถ้วยน้ำปลาไว้สาดทิ้ง ไร้กลิ่น-ไร้รส ใช้ตำน้ำพริก ทำเครื่องแกงไม่ได้

       ส้มเขียวหวานบางมด เหลือแต่ตำนาน ทุกวันนี้ ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นอาหารประจำชาติ แต่รู้กันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่มะม่วงอกร่อง อย่าเรียก "ข้าวเหนียวมะม่วง" ให้เสียชาติสกุล ซึ่งปัจจุบัน อกอะไรก็ไม่รู้ ดีเอ็นเอไม่เข้ากับข้าวเหนียวเลย!

       ความหมายผมคือ.........ในโลกธุรกิจแข่งขัน "สินค้าปริมาณ" ผลิตกันมาก รัฐบาลมียุทธศาสตร์แล้ว แต่ถ้าไม่เน้นยุทธวิธี "ลดต้นทุน-ลดปริมาณ" หันไปเค้นคุณภาพ ด้วยสร้างราคา-สร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านงานค้นคว้า-วิจัย-ทดลอง และฟื้นฟูของดีที่หายไปคืนมาแล้วละก็ ยากแข่งขัน เพราะวันนี้ ไทยเรา "เลยระดับ" ประเทศสินค้าต้นทุนต่ำ ด้วยแรงงานถูกไปแล้ว!

       เมื่อชาวนาเข้าแนว "เศรษฐกิจพอเพียง" รัฐต้องรีบเสริมเสน่ห์ในสินค้าให้ขลัง เป็นข้าวให้ชั้นวรรณะในแหล่งที่มา "บ่งค่า-เพิ่มราคา" ในตัวมันเอง "คุณภาพ-ปลอดสาร-ฐานที่มา-แพ็กเกจจิง-สตอรี" นี่แหละ จะทำให้ชาวนาไทย

       ถึงยุค "ใส่สูท" ก็คราวนี้แหละ

“ เศรษฐกิจพอเพียงทางรอดมนุษยชาติ”!!! “เปลว สีเงิน”ปลุกชาวนาตื่น!!! เลิกเป็นทาสนักการเมืองกดหัวดูดเลือด ???