- 17 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อปวงไทยนั้นล้นพ้นยิ่ง ซึ่งในด้านหนึ่งทรงมีพระราชดำริให้มีการศึกษา วิจัย ส่งเสริมและให้ความรู้ในการเพาะปลูกพืชเขตหนาวชนิดต่างๆ และทำให้เกิดผลผลิตนานาชนิดออกมามากมาย ภายใต้การดำเนินการของโครงการหลวง โดยผลงานของมูลนิธิโครงการหลวงเป็นที่รู้จักและแพร่หลายไปทั่วโลก... รวมถึงกรณี "สตรอเบอรี่"
คนไทยเริ่มรู้จักคำว่า "สตรอเบอรี่" มาตั้งแต่เมื่อใดไม่ชัดเจนนัก แต่เท่าที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร สตรอเบอรี่เป็นที่รู้จักของคนไทยตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และราชวงศ์ไทยถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาสตรอเบอรี่ในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ...พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พัฒนาสตรอเบอรี่จนเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติด ความมั่นคง และรวมถึงสิ่งแวดล้อม...
สตรอเบอรี่จึงมิได้เป็นเพียงแค่ผลไม้จากต่างประเทศ แต่ยังเป็นสิ่งบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันของราชวงศ์ไทยกับราษฎรไทย ซึ่งในหนังสือ "สตรอว์เบอร์รีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ที่จัดทำโดย สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ก็มีการระบุถึงเรื่องนี้ไว้... ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม จึงมีผลไม้ท้องถิ่นมากมายหลายชนิด ที่เกษตรกรปลูกไว้เป็นพืชทำกิน โดยสตรอเบอรี่ มิได้เป็นหนึ่งในนี้ หากแต่มีความสำคัญเพราะเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากพอที่จะทดแทนการปลูกฝิ่น แก้ไขปัญหายาเสพติด ป้องกันการแผ้วถางป่า บุกรุกพื้นที่ต้นน้ำบนเทือกเขาสูงทางภาคเหนือ
โดย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทดลองปลูกสตรอเบอรี่ไว้เพื่อการศึกษา ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ตั้งแต่ พ.ศ.2503 โดย คุณหลวงสมานวนกิจ เป็นผู้นำต้นสตรอเบอรี่มาจาก จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีต้นพันธุ์มาจาก นายคาลิโฟล ชาวอังกฤษ ผู้ปฏิบัติงานป่าไม้ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2477 ตามที่ ศ.ชูพงษ์ สุกุมลนันทน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บันทึกไว้ในหนังสือ "สตรอเบอรี่"
เมื่อปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรชีวิตชาวไทยภูเขาที่บ้านดอยปุย จ.เชียงใหม่ ใกล้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ทรงทราบว่าชาวเขาปลูกฝิ่นและยากจน ทรงมีพระราชดำริให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดหาพืช ผัก และผลไม้เมืองหนาว มาทดลองปลูก รวมถึงสตรอเบอรี่ เพื่อหยุดยั้งการปลูกฝิ่น เพื่อช่วยชาวไทยภูเขา ความหอม เป็นเอกลักษณ์สำคัญของสตรอเบอรี่ จึงทำให้พืชชนิดนี้จัดอยู่ในสกุล Frageria ที่มาจากคำว่า Fragrance แปลว่า กลิ่นหอม และอยู่ในตระกูล Rosaceae ของวงศ์กุหลาบ ซึ่งด้วยความสามารถในการปรับตัวให้เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพแวดล้อม จึงทำให้มีสตรอเบอรี่ชนิดต่างๆ แพร่หลายขึ้นทั่วโลก
สตรอเบอรี่หลายสายพันธุ์ถูกปลูกทดสอบในไทย โดยมูลนิธิโครงการหลวง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยก่อนนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก ในปี พ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพันธุ์สตรอเบอรี่จากประเทศสหรัฐอเมริกาให้ทดลองปลูกครั้งแรก รวมทั้งพันธุ์พระราชทานอื่นๆ เช่น พันธุ์พระราชทาน 13 หรือพันธุ์เคมบริดจ์ เฟเวอริท, พันธุ์พระราชทาน 20 หรือพันธุ์ชีกัวยา แต่พันธุ์ที่นิยมปลูกมากที่สุดในยุคนั้นคือ พันธุ์พระราชทาน 16 หรือพันธุ์ไทโอกา เนื่องจากปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี
อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2529 ได้มีการนำ พันธุ์โนโยโฮโตโยโนก้า และไอบอรี่ จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทดลองปลูก ในปี พ.ศ.2539 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงดำเนินการให้มีการปรับปรุงงานวิจัยและพัฒนาสตรอเบอรี่ จนเกิดการพัฒนาสายพันธุ์สตรอเบอรี่พันธุ์พระราชทานสู่เกษตรกรและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คงพอจะเป็นภาพสะท้อนได้ในระดับหนึ่ง สำหรับกรณีจากไร่ฝิ่นสู่แปลง "สตรอเบอรี่" ผืนแผ่นดินชุ่มฉ่ำ ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ให้ราษฎรชาวไทยภูเขา ให้ได้อยู่กันอย่างมีความสุขด้วยพระบารมีล้นเกล้าฯ ด้วยพระเมตตาล้นพ้น แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณข้อมูล เดลินิวส์
