- 17 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า บ้านเลขที่ 30 บ้านจับยี่ลุ่ย หมู่ 1 ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา มีชายสูงอายุป่วยเป็นโรคท้าวแสนปมอาศัยอยู่เพียงลำพัง และกำลังต้องการความช่วยเหลือ เนื่องจากมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ซึ่งหลังข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป มีคนจำนวนมากต้องการให้ความช่วยเหลือชายคนดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พ.ย.นายดำงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง พร้อมด้วยนายจรูญ พรหมน้อย ปลัดอาวุโสอำเภอเบตง และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนสังคมและความมั่นคงและศูนย์พัฒนาการ สวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านทักษิณจังหวัดยะลา อบจ.ยะลา และแพทย์โรงพยาบาลเบตง นำข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องดื่ม และเงินสดไปมอบให้กับ นายชิติ เจริญรัตนประภา วัย 60 ปี ที่ป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม
โดยจากการสอบถาม นายชิติ เล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า ตนมาอาศัยบ้านพักคนงานชาวพม่าเมื่อหลายเดือนก่อน แต่เพื่อนชาวพม่าถูกจับไปเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จึงใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง โดยไม่มีรายได้ เนื่องจากไม่มีใครรับเข้าทำงาน จนเพื่อนบ้านรู้ข่าวและรู้สึกสงสารจึงนำเรื่องราวดังกล่าวไปโพสต์ในโลกออนไลน์ กระทั่งตอนนี้มีหลายหน่วยงานติดต่อเข้าช่วยเหลือ โดยตนมีความต้องการและตั้งใจอยากเดินทางไปที่กรุงเทพฯ เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สำหรับผู้มีจิตศรัทธาต้องการช่วยเหลือ นายชิติ ชายผู้ป่วยโรคท้าวแสนปม สามารถโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาสำเหร่ ชื่อบัญชีนายชิติ เจริญรัตนประภา เลขที่บัญชี0091648385 ซึ่งขณะนี้มียอดเงินบริจาคเกือบ 1 แสนบาทแล้ว โดยจะนำเงินดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ เป็นค่าใช้จ่ายนำ นายชิติ เข้ากรุงเทพฯ ไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมดั่งที่ตั้งใจไว้ และอีกส่วนจะเอาเก็บไว้เป็นทุนสำรองหาอาชีพให้ นายชิติ ทำเพื่อใช้เลี้ยงดูตัวเองต่อไป ส่วนเรื่องการรักษา ทางแพทย์ยืนยันว่าโรคท้าวแสนปมไม่ใช่โรคติดต่อ สามารถรักษาตามอาการได้ โดยช้วิธีตัดก้อนเนื้อ และผู้ป่วยก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป คนในสังคมไม่ควรรังเกียจ
