สืบสานพระราชปณิธานช้าไม่ได้!! "นายกฯตู่" ดีเดย์ลุยดูงานเกษตรทฤษฎีใหม่ พรุ่งนี้ลงพืื้นที่ปทุมฯนำผลสำเร็จแนวพระราชดำริปรับใช้ทั่วปท.

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

     ถึงคิวลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บ้างแล้ว เพราะช่วงนี้นายกฯงดภารกิจทั้งหมดหากเป็นการเดินทางออกนอกประเทศ โดยจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปแทน และพรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีก็มีกำหนดการเดินทางไปยังจังหวัดปทุมธานี โดยมีจุดตรวจเยี่ยมหลักคือพื้นที่แก้มลิงที่เพิ่มรายได้ในพื้นที่เกษตรทุ่งรังสิต 3 จุด คือ ที่คลองระพีพัฒน์แยกตก ที่สวนปาล์มน้ำมัน และที่องค์การบริหารส่วนตำบลบึงชำอ้อ โครงการสระเก็บน้ำพระราม 9 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

 

สืบสานพระราชปณิธานช้าไม่ได้!! "นายกฯตู่" ดีเดย์ลุยดูงานเกษตรทฤษฎีใหม่ พรุ่งนี้ลงพืื้นที่ปทุมฯนำผลสำเร็จแนวพระราชดำริปรับใช้ทั่วปท.

 

     ทั้งนี้ ก็เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่ชุมชนตัวอย่างที่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ ด้วยการนำเอาแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำ การเกษตรมาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ ในรูปของความเชื่อมโยงการบริหารจัดการกับระบบน้ำอุปโภคและน้ำเพื่อการเกษตร

 

     ที่สำคัญก็คือโครงการดังกล่าวนี้ยังเป็นโครงการที่สามารถแก้ปัญหาได้แบบครบวงจรกับการบรรเทาปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเค็มรุก และดินเปรี้ยวได้ในคราวเดียวกัน เรียกว่าเป็นแนวทางที่พอเหมาะพอเจาะในช่วงวิกฤตสถานการณ์ราคาข้าวแบบพอดิบพอดีเป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่ตัวอย่างที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปดูนี้ อย่างตำบลบึงชำอ้อ อำเภอ หนองเสือ จ.ปทุมธานีนั้น ได้ผ่านมาแล้วทุกสถานการณ์ คือเช่นในปี 2554 ซึ่งเป็นปีแห่งน้ำท่วมใหญ่

 

     แต่สำหรับอำเภอหนองเสือ ทั้งๆ ที่อยู่ในเขตรังสิตพื้นที่น้ำท่วมใหญ่ แต่อำเภอหนองเสือกลับไม่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากผู้นำชุมชน ชาวสวนระดมแรงงาน บริจาคเงินร่วมกันทำแนวคันกั้นถนนเพื่อให้น้ำไหลผ่านลำคลองปล่อยน้ำให้ไหลผ่านพื้นที่ ซึ่งในปีต่อมาผลผลิตปาล์มน้ำมันยังเพิ่มขึ้น

 

     ตัวอย่างที่เห็นผลจริงอย่างนี้ คงเป็นคำตอบให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดีแล้วว่า แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเท่านั้นที่จะบรรเทาวิกฤตของชาวนาไทยได้ และนายกรัฐมนตรีคงเห็นตามนี้ จึงได้ลงไปให้เห็นกับตา เพื่อศึกษาศาสตร์พระราชานำมาเป็นแนวทางแก้วิกฤตของเกษตรกรไทย กระดูกสันหลังของประเทศต่อไป