- 18 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
จากกรณี นายชิติ เจริญรัตนประภา หรือลุงชง อายุ 60 ปี ที่ป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม ต้องอาศัยอยู่เพียงลำพังในกระต๊อบหลังเล็กๆ ใน ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา และที่ผ่านมาไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ เนื่องจากไม่มีใครจ้างเพราะรังเกียจ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว (อ่านข่าว : แค่คิดตามน้ำตาซึม !!! เมื่อลุงยะลาวัย60ปีป่วยโรคท้าวแสนปมใช้ชีวิตสมถะ ในกระต็อบหลังเล็กๆ เอ่ยปากอยากเข้ากรุงฯกราบถวายอาลัย"องค์พ่อหลวง")
ภายหลังมีการเสนอข่าวของ นายชิติ ออกไป ได้มีประชาชนจากทั่วประเทศหลั่งไหลบริจาคเงินมาช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารของ นายชิติ รวมเป็นเงินกว่า 139,000 บาทแล้ว โดย นายชิติ ได้กล่าวขอบคุณน้ำใจของผู้ใจบุญทั่วประเทศที่โอนเงินมาช่วย และได้ให้สัญญาว่า เงินทุกบาททุกสตางค์จะใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด และได้ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอข่าวด้วย (อ่านข่าว : ธารน้ำใจ!!! ชายท้าวแสนปม ได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว 1 แสนบาท เตรียมนำเป็นค่าใช้จ่าย เข้ากรุงไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมดั่งที่ตั้งใจไว้)
ขณะที่ นายมะอูโซะ สาลัง นายกเทศมนตรีตำบลธารน้ำทิพย์ ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแล และให้คำแนะนำต่างๆ แก่ นายชิติ อย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวขอขอบคุณผู้ใจบุญทั่วประเทศที่ช่วยเหลือ นายชิติ และเชื่อว่า นายชิติ จะใช้เงินเพื่อดูแลรักษาตัวเองอย่างคุ้มค่าและเต็มที่ที่สุด ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่จะเป็นกำลังใจให้ นายชิติ ต่อสู้ชีวิต ส่วนทางเทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์จะคอยช่วยเหลือ นายชิติ อย่างเต็มที่ต่อไป สำหรับยอดเงินบริจาค จะแนะนำให้ นายชิติ ทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อสามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้
โดยความคืบหน้าล่าสุด นายมะอูโซะ ได้เผยถึงกรณี นายชิติ มีความต้องการที่จะเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ กรุงเทพมหานคร นั้น ทางเทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์ ได้จัดให้ นายชิติ เดินทางไปพร้อมเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์ ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ นอกจากนี้ พระบิณฑ์ อาจิตปุญโญ หรือ "บิณฑ์ บันลือฤทธิ์" ดาราจิตอาสา ได้ติดต่อมายัง นายณัฐกิตติ์ กาญจน ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประชาตำบลธารน้ำทิพย์ เพื่อขอเป็นผู้ออกค่าเดินทางให้ นายชิติ และจะรอพบ นายชิติ ที่กรุงเทพมหานครด้วย
อย่างไรก็ตาม ลุงชง มีความประสงค์จะเดินทางร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลธารน้ำทิพย์ และเสร็จจากสักการะพระบรมศพฯแล้วก็จะเดินทางกลับมาอยู่ที่ อ.เบตง ต่อไป ซึ่ง น.ส.จิดาภา จันทร์สน อายุ 42 ปี ชาว จ.นครปฐม มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง อาสาจะนำ นายชิติ ไปทำงานที่นครปฐม แต่ ลุงชงได้ปฏิเสธไป เนื่องจากมีความต้องการอยู่ที่ อ.เบตง เพราะที่นี่ทั้งชาวไทยพุทธ และพี่น้องชาวไทยมุสลิมไม่มีความรังเกียจ นายชิติ และได้ให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่ยังไม่ออกสื่อ
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
