- 18 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จากกรณีคลิปวิดีโอ "เบส อรพิมพ์ รักษาผล" นักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง ครั้งหนึ่งที่ได้ไปพูดให้กับคนอีสานได้ฟัง โดยมีการหยิบยกคำพูดตอนหนึ่งขณะบรรยายมาเป็นประเด็นที่ว่า "คนอีสานคะ โปรดฟัง ในหลวงรักพวกคุณ แปลกนะที่บางทีพวกคุณลืมในหลวง แปลกอะ" ซึ่งประโยคดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับคนอีสานจำนวนมาก และทำให้มีคนอีสานหลายคนออกมาตอบโต้คำพูดดังกล่าวของเบส อรพิมพ์กันสนั่น แม้กระทั่งคนดังอย่างตุ๊กกี้ ชิงร้อย (อ่านข่าว : ถึงกับสะอึก!!! "ตุ๊กกี้ ชิงร้อย" ตอกกลับ "เบส อรพิมพ์" จำไว้ใครๆก็รักในหลวงทั้งนั้น หลังปมดราม่าชาวเน็ตจวกคำพูดบนเวทีถึงคนอีสาน) และสมรักษ์ คำสิงห์ ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว (อ่านข่าว : งานเข้าอีกรอบ!!! "สมรักษ์ คำสิงห์" โพสต์เฟซถึง "เบส อรพิมพ์" หลังเจอปมดราม่าหมิ่นคนอีสาน งานนี้แสบถึงทรวง)
ภายหลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เบส อรพิมพ์ก็ได้มีความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล ด้วยการโพสต์รูปข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยระบุว่า... "ในวันที่ไม่มีอะไรปกป้องเราได้เลย นอกจากความตั้งใจดีที่ทำมา" จนกระทั่ง ล่าสุด เบส อรพิมพ์ ได้ออกมาเปิดใจหลังจากถูกคนอีสานไม่พอใจในคำพูดดังกล่าว ผ่านทางไทยรัฐทีวี โดยเบส อรพิมพ์ได้พูดถึงเหตุผลที่ไม่ผ่านวีซ่าและกรณีมาแรงล่าสุดอย่างทอล์กสุดดราม่าเรื่องคนอีสาน
เบส อรพิมพ์ ได้พูดคลิปดังกล่าวว่า เป็นงานพูดเมื่อช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมา ที่จ.มหาสารคาม โดยงานนั้นได้รับความไว้วางใจจากทางผู้ใหญ่ ที่เห็นว่าตนน่าจะพูดด้านการสร้างจิตสำนึกพลเมืองได้ เพราะปกติตนเป็นคนพูดเกี่ยวกับสร้างแรงบันดาลใจอยู่แล้ว งานดังกล่าวเป็นของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย โดยไม่ได้ไปเพียงจังหวัดหรือภาคเดียว ตนไปหลายที่และวิธีในการสื่อสารของแต่ละภาคก็จะเป็นแบบนั้น เวลาที่สื่อสารตนจะเรียกคนภาคนั้นแบบนั้น เช่น คนภาคอีสาน คนภาคเหนือ คนภาคใต้ หรือคนกรุงเทพ แต่ในกลุ่มก้อนของการพูดทั้งหมด จะเป็นกลุ่มก้อนของการพูดเรื่องการรู้หน้าที่พลเมือง และการพูดเรื่องรักสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ซึ่งยอมรับว่าในแต่ละพื้นที่ที่เราไปอาจจะมีความเข้าใจผิดบ้าง หรือน้องๆ ไม่ได้รับข้อมูลหรือรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจบ้าง โดยการสื่อสารจะแตกต่างกันไป ผู้ใหญ่จะเป็นอีกแบบแต่วิธีการสื่อสารกับเด็กตนจะใช้ภาษาเป็นกันเองแบบวัยรุ่น ซึ่งถ้าผู้ใหญ่ฟังจะรู้สึกว่าทำไมเป็นภาษาง่ายๆ แต่นั่นเป็นการสื่อสารกับเด็กๆ ในวันนั้นในคลิปวิดีโองานดังกล่าว คนฟังเป็นเยาวชนระดับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมรับฟัง เกี่ยวกับหน้าที่ในการเป็นพลเมืองและรู้คุณค่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยเป้าหมายของงานนั้น เพื่อต้องการให้น้องๆ ได้รู้หน้าที่ของการเป็นพลเมือง และเป้าหมายหลักคือการให้เด็กๆ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์เพื่อที่จะเดินหน้าประเทศไทยได้ต่อไป สิ่งที่ต้องการจะสื่อในวันนั้นถ้าได้ฟังทั้งหมดของการบรรยายจะเข้าใจ
โดยเวลานั้นการบรรยายผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีติดขัด ทุกคนฟังและเข้าใจ แต่ถ้าตัดออกมาเป็นส่วนๆ ไป ก็จะไม่เข้าใจในบริบทก่อนหน้าและหลังว่าเป็นอย่างไร ก่อนหน้าคือโยงพลเมืองและหลังจากนั้นโยงให้คนได้จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่กลุ่มก้อนตรงกลางที่เป็นการปลุกใจชวนให้กลับมานึกคิดถึงสิ่งที่เราอาจจะลืมไป ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการล่วงเกินหรือหยามหมิ่นแต่อย่างใด ซึ่งถ้าฟังเพียงสั้นๆ ความหมายมันจะละเอียดอ่อน ขนาดตนได้ฟังแค่นั้นยังรู้สึกมันดูเข้าใจได้ยากและรุนแรง จึงอยากให้ทุกคนได้ฟังทั้งหมดแล้วจะเข้าใจว่าเจตนาของตนคือการปลุกใจให้หันมาสนใจสิ่งที่ละเลย โดยเฉพาะเด็กๆ อาจจะสนใจเรื่องส่วนตัว ไม่ได้สนใจเรื่องบ้านเมือง โดยแต่ละพื้นที่ที่ไปบรรยาย อาจจะมีทั้งเข้าใจถูกหรือเข้าใจผิด แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่นั่นไม่รักในหลวง ตนพูดแบบนี้ทุกพื้นที่แต่คลิปที่ออกมาเป็นของพี่น้องทางภาคอีสาน และขอยืนยันว่าไม่ได้มีความหมายใดๆ ที่ต้องการล่วงเกินเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว
ทั้งนี้ เบส อรพิมพ์ ได้กล่าวอีกว่า จากคำพูดที่ถูกตัดออกมากลายเป็นจุดฉนวนของความแตกแยก ตนอยากขอโทษด้วยความรู้สึกจากใจ ที่คำพูดของตนไปทำให้ชาวอีสานรู้สึกไม่ดี ตนไม่มีทางที่จะคิดกับชาวอีสานในแง่ที่ไม่ดี ถ้าสิ่งที่ตนตั้งใจจากการทำงานไปกระทบกับความรู้สึก ตนขอโทษจากใจจริง ตนจะไม่โทษอะไรนอกจากสิ่งที่ตนพูดออกไปในวันนั้น ขอให้สบายใจได้ว่าตนจะเอามาปรับในการทำงาน ให้ทุกคนได้เข้าใจว่าตนบริสุทธิ์ใจและยังยินดีที่จะทำงานเพื่อคนอีสานและทุกๆ ภาคต่อไป
สามารถรับชมคลิปการสัมภาษณ์เต็มๆ ได้ที่นี่
เรียบเรียงโดย กำพลาภร สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก ไทยรัฐ
