- 19 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
กลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง สำหรับ นายคารม พลพรกลาง ทนายความประจำคนเสื้อแดง ที่ออกมาเดินหน้าเป็นหัวขบวนแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด น.ส. อรพิมพ์ รักษาผล หรือ เบส นักพูดคนดัง ว่ามีการใช้พูดในลักษณะหมิ่นประมาทคนอีสานทั่วประเทศ ตามที่ปรากฎเป็นข่าวไปก่อนหน้า
ประเด็นสำคัญก็คือ นายคารม พลพรกลาง เป็นใครมาจากไหนถึงกลายมาเป็นนักกฎหมายคนเสื้อแดง และวันนี้ทำหน้าที่ฟ้องร้องเอาผิด น.ส.อรพิมพ์ แทนคนอีสานทั้งประเทศ ??
จากการสืบค้นเบื้องต้นพบว่า เคยมีการรวบรวมประวัติส่วนตัวไว้ว่า มีภูมิลำนาอยู่ที่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เคยจัดตั้ง บริษัท สำนักกฎหมายคารม พลพรกลาง แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัด ประกอบกิจการประเภทกิจกรรมทางกฎหมาย เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2538 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท แต่ก็มีการแจ้งสถานภาพทางธุรกิจว่าเลิกกิจการแล้ว
ขณะที่บทบาทการเป็นทนายนปช.และคนเสื้อแดงของนายคารม ดูเหมือนจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าจริง ๆ แล้วเกี่ยวข้องกับการเมืองในระบอบทักษิณมาโดยตลอด ทั้งการเป็นสมาชิกไทยรักไทย , พรรคพลังประชาชน ก่อนมาลาออกในยุคพรรคเพื่อไทย เมื่อปลายปี 2556 โดยเจ้าตัวอ้างว่าเป็นเพราะไม่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในระบบปาร์ตี้ลิสต์
ส่วนคดีสำคัญๆ ในช่วงแรกที่นายคารมเข้าไปมีบทบาทในฐานะทนายความนปช. ก็คือ การเป็นทนายความให้กับกลุ่มแกนนำนปช.อย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมทั้งการ์ดนปช. รวม 11 คน ซึ่งถูกจับในคดีก่อการ้าย ภายหลังจากทหารเข้าปฏิบัติการแยกราชประสงค์เมื่อปี 2553 และอีกหลายคดีของแนวร่วมคนเสื้อแดงในเวลาต่อมา โดยเฉพาะมวลชนและแนวร่วมคนเสื้อแดง ที่โดนข้อหาด้านความมั่นคงต่างกรรมต่างวาระ รวมถึงคดีอาญาที่มีบทลงโทษรุนแรงอย่างการเผาบ้านเผาเมือง และการเป็นทนายความให้กับผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหาร
จนกระทั่งในปี 2554 เมื่อรัฐบาลเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี บทบาทของนายอาคมในฐานะนักกฎหมายคนเสื้อแดงก็ยังเฉิดฉายต่อเนื่อง เพียงแต่ยกสถานะตัวเองเป็น ประธานสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อประชาธิปไตยและสังคม และเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้ามระบอบทักษิณ อย่างกรณีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล และ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ที่ถูกนายคารมฟ้องดำเนินคดีในข้อหายุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเป็นกบฏ หรือการยื่นคำร้องกกต.ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างว่ามีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ บางคนขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น
แต่ที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับพฤติการณ์ล่าสุดในการแจ้งดำเนินคดีกับ น.ส. อรพิมพ์ รักษาผล หรือ เบส นักพูดที่มีจุดมุ่งมั่นในเรื่องการถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันเบื้องสูง ก็คือหลายครั้งที่นายคารม พลพรกลาง นำอาชีพนักกฎหมายไปร่วมยืนเคียงข้างกับบุคคลที่มีทัศนคติเป็นอันตรายต่อสถาบันเบื้องสูง โดยเฉพาะกรณีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาเพื่อประชาธิปไตย (ปัจจุบัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และให้นับโทษ 1 ปี คดีหมิ่นประมาท พล.อ.สพรั่ง ด้วย รวมจำคุกทั้งสิ้น 11 ปี ) และ นายสุรชัย แซ่ด่าน หรือ ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม จำเลยในคดีอาญา มาตรา 112 จากการดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง (ปัจจุบันภายหลังได้รับการพระราชทานอภัยโทษ เมื่อถูกจำคุกรวม 2 ปี 7 เดือน ได้เดินทางไปต่างประเทศ และยังคงจัดกิจกรรมคุกคาม จาบจ้วง ล่วงละเมิดสถาบันเบื้องสูง ร่วมกับ สุดา รังกุพันธ์ นักวิชาการเสื้อแดง ที่มีแนวคิดในเรื่องการทำให้ประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐ )
หรือแม้แต่ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช.ที่เคยปราศรัยในเวทีชุมนุมนปช. จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2553 ว่า จะเผาสถานที่สำคัญ ๆ ของประเทศ ทั้งศาสนสถาน ทำเนียบรัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย บ้านบุคคลสำคัญ ศาลยุติธรรม รวมถึงโรงพยาบาลศิริราช มีข้อเท็จจริงว่านายคารมก็คือบุคคลผู้ทำหน้าที่ เป็นทนายความในคดีพามวลชนปิดล้อมโรงแรมรอยัล คลิฟบีช รีสอร์ท จนทำให้การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่ค้าเจรจาต้องยกเลิกกระทันหัน (ปัจจุบันอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ภายหลังศาลพัทยามีคำพิพากษาให้จำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา ข้อหาชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และได้ประกันตัวออกมาสู้คดี)
อย่างไรก็ตามแม้ว่าพฤติกรรมของนายคารมในวันนี้จะเป็นที่น่ากังขาในหลายมิติมุมมอง กับสิ่งที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอดในฐานะทนายความนปช. แต่ต้องไม่ลืมว่าในยุครัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยแต่งตั้งให้ นายคารม พลพรกลาง ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการเมือง สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
นอกเหนือจากการปูนบำเหน็จให้เป็นบอร์ดสำนักงานธนานุเคราะห์ (บริการรับจำนำ) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ???
เรียบเรียงข่าว : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
