- 21 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ตามที่คณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีมติเห็นชอบปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ โดยโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมัน รวมถึง สินทรัพย์และหนี้สินของหน่วยธุรกิจดังกล่าว ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องให้แก่ บริษัท ปตท. ธุรกิจค้าปลีก จำกัด และการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด ( PTTOR) เพื่อดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก ก่อนที่จะนำหุ้นสามัญPTTORเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยปตท.จะถือหุ้นในบริษัทนี้ไม่เกิน 50% เพื่อไม่ให้บริษัทใหม่นี้มีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ
จากมติดังกล่าว ทำให้พนักงานปตท.ที่สังกัดในหน่วยงานธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก 1.5 พันคนต่างกังวลเกี่ยวกับอนาคตว่าควรจะตัดสินใจเลือกที่จะอยู่ในบริษัทใหม่หรือจะยังอยู่ในปตท.ต่อไป เพราะถ้ายังเลือกอยู่ปตท.ก็จะถูกโอนย้ายไปช่วยงานในบริษัทใหม่ หลังจากนั้น 3 ปีก็ต้องถูกโอนกลับมายังปตท.เมื่อถึงเวลานั้นจะมีตำแหน่งรองรับอยู่หรือไม่ ดังนั้นคงต้องรอแพคเกจที่ปตท.จะเสนอให้พนักงานดังกล่าวว่าดึงดูดหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เมื่อแยกธุรกิจน้ำมันออกเป็นบริษัทเอกชนแล้วก็คงต้องมีการบริหารงานเพื่อสร้างผลกำไรเติบโตขึ้น ดังนั้นแนวทางการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าเบื้องต้นการแยกธุรกิจน้ำมันออกจากปตท.เพื่อสร้างความโปร่งใส และเพิ่มความคล่องตัวในการขยายงานทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ ทางปตท.จะเสนอเรื่องการแยกธุรกิจน้ำมันไปยังกระทรวงเพื่อขออนุมัติก่อนที่จะชงเรื่องไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีและที่ประชุมผู้ถือหุ้นปตท.ก่อน
