- 21 พ.ย. 2559
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
กระอักรอบนี้!!! "บิ๊กต๊อก" บี้สอบ 2 DSI รับเงิน40 ล้านอย่างด่วน ไม่จำเป็นต้องรอ 30 วัน เผยเหตุใดทั้ง 2 คน จึงกล้ารับเงิน ทั้งที่ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต และไม่มีอำนาจสั่งการคดีได้ พร้อมชวนสังคมตั้งข้อสงสัย...คุณก็รู้ว่า 2 คนรับเงินนั่น-นั่งหน้าห้องใคร แต่ยันไม่ได้หมายความว่า...เจ้านายเป็นคนสั่ง
วันนี้ (21 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่มีข้าราชการดีเอสไอ 2 รายเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับเงินในคดีฟอกเงินถึง 40 ล้านว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนตนเข้ารับตำแหน่ง ก่อนหน้านี้คดีดังกล่าวติดปัญหาไม่สามารถเดินหน้าได้แต่ตนเป็นคนที่มาเร่งรัดข้าราชการดีเอสไอว่า เกิดปัญหาติดขัดในส่วนใดจนคดีมีความคืบหน้า และทำให้เห็นว่าปัญหาส่วนหนึ่งมาจากดีเอสไอเอง ที่มีข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องถึงขั้นถูกพักราชการ เพราะไปมีส่วนรับเงินซึ่ง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนและแสดงให้เห็นว่าดีเอสไอยุคก่อนมีปัญหาจริงเพราะตนเข้าไปขับเคลื่อนจนคดีสามารถเดินหน้าต่อได้
โดย รมว.ยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตว่า ข้าราชการที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่อยู่หน้าห้องใครเหตุใดจึงได้รับเงินทั้งที่ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โต และไม่มีอำนาจสั่งการคดีได้ ตนเร่งรัดให้สอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ ไม่ต้องรอให้ครบกำหนด 30 วัน ส่วนกรณีที่อาจมีการตรวจสอบไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถอนอายัดที่ดินก่อนที่จะนำไปขายนั้นหากทำไม่ถูกต้องก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกันแต่เนื่องจากปปง.ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรมแล้วถ้ายังสังกัดอยู่จะสอบสวนให้รู้ผลภายใน 2 วันดังนั้นเรื่องนี้ต้องไปถามผู้บังคับบัญชาของปปง.ซึ่งตนจะส่งหลักฐานไปให้พิจารณาด้วย
“คุณย่อมรู้ดีว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นนั่งอยู่หน้าห้องใครทั้งที่ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในคดีแต่ทำไมเข้าไปรับผิดชอบเงิน 40 ล้านบาทตามที่ถูกกล่าวหา ผมไม่ได้หมายความว่าคนเป็นเจ้านายสั่งทำ แต่อาจหมายถึงคน ๆ นี้มีอิทธิพลหรือถูกสั่งมา ผมให้ไปสอบให้ชัดเร่งรัดให้เสร็จโดยเร็ว ต้องพิสูจน์ตัวเองเพราะที่ผ่านมาสังคมตั้งคำถามเรื่องการยุบดีเอสไอจึงต้องเร่งสอบสวนให้ชัด ผมก็ย้ำไปว่าไปเร่งสอบให้ชัดไม่ต้องรอจนครบ 30 วันเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนผมมารับตำแหน่งต้องเชื่อมโยงให้ได้ว่าใครสั่งเพราะผมไม่เชื่อว่าข้าราชการ 2 คนจะทำโดยพลการเนื่องจากไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่เกี่ยวข้องคดีเลย แล้วคนที่จ่ายเงินจำเป็นต้องจ่ายเงินให้คนนี้หรือ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคดีเลย ตำแหน่งหน้าที่ก็ไม่ได้ใหญ่โตจนสามารถสั่งการได้หรือบล็อกคดีได้ แล้วใครควรจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง ผมเชื่อว่าสังคมคิดได้ผมก็คิดเช่นกันและบอกไปตรงๆว่าผมไม่เชื่อว่าทำกัน 2 คนเพราะตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้อยู่ในจุดที่ไปมีอิทธิพลกับการยับยั้งคดีได้ยาวนานจนผมต้องมานั่งรื้อใหม่ สังคมก็ต้องประเมินได้ว่าเหตุใดก่อนหน้านี้คดีจึงนิ่งไปนี่คือสิ่งที่ทำให้ไม่เชื่อว่าคน 2 คนนี้จะมีสิทธิมีเสียงไปสั่งการผู้บัญชาการสำนักคดี รองอธิบดี หรืออธิบดี ผมว่าไม่ใช่หรืออาจจะใช่ก็ให้ไปพิสูจน์มาว่าคุณเชื่ออย่างไรกับลูกน้องคุณ ถ้า 2 คนนี้สั่งคดีได้ข้าราชการดีเอสไอก็คงเข้าไปก้าวก่ายสั่งคดีกันได้หมด”พล.อ.ไพบูลย์ ระบุ
