ลิเกกระตุกฉาก!!! "เปลว สีเงิน" ปลิ้นไส้ใน"ดีเอสไอ" วัดมาตรฐาน"อัยการ" บนบรรทัดฐาน"คสช." ฟ้อง-ไม่ฟ้อง?? จับ-ไม่จับ??"พระธัมมชโย"???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

'๓๐ พย.' หน้าหนาว-หนาวใคร?

 

 

       ตอนนี้ "คนรอ" วันที่ ๓๐ พฤศจิกากันเยอะ!

 

       ไม่ใช่รอหวังเงินเดือนออก แต่รอเพราะหวังคดี "ธัมมชโย" ว่าอัยการจะสั่งแบบไหน ฟ้อง ไม่ฟ้อง หรือเลื่อนอีกเป็นครั้งที่ ๕? นอกจากนี้ ยังวิพากษ์-วิจารณ์เชิงคาดหมาย เผลอๆ ไม่ตำรวจ ก็ดีเอสไอ ฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่ง อาจเข้าไป "อุ้มตัว-แบกตีน" ธัมมชโย จากอาณาจักรจานบินไปควบคุมไว้รอท่าก่อน ๓๐ พ.ย.ก็ได้ เพราะสมีโย จากรวยเงิน-รวยที่ดินแล้ว ตอนนี้ ยังรวย "หมายจับ" ถึง ๓ ใบ ศาลอาญาออกให้ดีเอสไอ ๑ ใบ ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร กรณีรับเช็ค "นายศุภชัย ศรีศุภอักษร" อดีตประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น ซึ่งตอนนี้นอนรออยู่ในเรือนจำแล้ว ใบที่ ๒ ศาลจังหวัดเลย ออกให้ตำรวจภูเรือ ในข้อหาร่วมกันบุกรุกป่า ก่อสร้างสวนป่าหิมวันต์ ที่ภูเรือ และใบที่ ๓ ศาลจังหวัดสีคิ้ว โคราช ออกให้ตำรวจสีคิ้ว ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า ก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่

 

       แต่ดูท่าแล้ว ........ถ้ามีการจับ ดีเอสไอจับ มากกว่าตำรวจจับ! เพราะในคดีส่วนรับผิดชอบของตำรวจ "พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล" รอง ผบ.ตร.บอกวานซืน "ยังอยู่ระหว่างการประสานติดตามตัว ได้รับรายงานว่า พระธัมมชโยยังมีอาการอาพาธ และรักษาตัวอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย แต่ยังไม่ยืนยันชัดเจน ........เนื่องจากพระธัมมชโยไม่ปรากฏตัวในงานพิธีสำคัญ ๒-๓ ครั้งแล้ว จากการตรวจสอบฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่พบว่าออกนอกประเทศ"

 

       ฟังแล้วทะแม่งหรือทะมัดทะแมงได้ทั้งสองด้าน คือทั้งด้าน "ยังมีตัวอยู่" และด้านยังอยู่ในลักษณะ "ลอกคราบตีนโต" แขวนพรางตาไว้ ส่วนตัวเป็นๆ "ล่องหน" ไปทางไหนแล้วก็เป็นได้ เพราะทราบเพียงว่า "ไม่พบออกนอกประเทศ" เท่านั้น

ลิเกกระตุกฉาก!!! "เปลว สีเงิน" ปลิ้นไส้ใน"ดีเอสไอ" วัดมาตรฐาน"อัยการ" บนบรรทัดฐาน"คสช." ฟ้อง-ไม่ฟ้อง?? จับ-ไม่จับ??"พระธัมมชโย"???

       ครั้นดูทางฝั่งดีเอสไอ...........ฟัง "พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา" รมว.ยุติธรรม พูดเมื่อวาน (๒๑ พ.ย.) ให้ความเข้าใจไปทางเดียวกับตำรวจ คือ "ยังไม่จับสมีโย" เหมือนกัน! ต่างตรงเหตุผล ของตำรวจ ที่ยังไม่จับ เพราะอยู่ระหว่างการประสานติดตามตัว แต่ของดีเอสไอ ที่ยังไม่จับ พลเอกไพบูลย์บอก "พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ชี้แจงแล้ว บอกให้รอทางอัยการในวันที่ ๓๐ พ.ย.นี้ ซึ่งต้องดูว่า เห็นด้วยกับทางพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องคดีหรือไม่ โดยดีเอสไอมีหมายจับอยู่แล้ว แต่หากดำเนินการติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโยแล้วอัยการไม่สั่งฟ้องก็ไม่มีประโยชน์ ควรรอทีเดียวในปลายเดือนนี้"

 

       สรุปชัดๆ ทางดีเอสไอ รอให้อัยการสั่งคดีก่อน ถ้าสั่งฟ้อง ......ก็จะไปจับตัวสมีโยมาส่งให้อัยการนำไปฟ้องศาลแต่ถ้าสั่งไม่ฟ้อง หรือเลื่อนการสั่งคดีไปอีก ตามนัยคำพูดพลเอกไพบูลย์ ให้ความเข้าใจว่า "จับตัวมาก็ไม่มีประโยชน์"! เพราะเหตุนั้น ก็รอวันที่ ๓๐ พ.ย.ไปซะทีเดียวเลย สั่งฟ้อง ก็จะไปจับ ถ้าสั่งไม่ฟ้อง ก็ยังไม่จับ!?

ลิเกกระตุกฉาก!!! "เปลว สีเงิน" ปลิ้นไส้ใน"ดีเอสไอ" วัดมาตรฐาน"อัยการ" บนบรรทัดฐาน"คสช." ฟ้อง-ไม่ฟ้อง?? จับ-ไม่จับ??"พระธัมมชโย"???

       ครับ...ฟังก็งงๆ อยู่

 

       เพราะการสั่งคดีของอัยการ กับการจับผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนของดีเอสไอ มันคนละ "ขั้นตอนอำนาจ" กันมิใช่หรือ?

แต่เมื่อฝ่ายดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน อ้างว่า รอให้อัยการสั่งฟ้องก่อน ค่อยจับตัวผู้ต้องหา เกิดฝ่ายอัยการอ้างบ้างล่ะว่า รอให้ฝ่ายพนักงานสอบสวน นำตัวผู้ต้องหามามอบพร้อมสำนวนก่อน ค่อยสั่งคดี แล้วทีนี้....จะเอาไงกัน?

 

       นี่เป็นข้อสงสัยที่อยากได้คำตอบเป็นความรู้เท่านั้น อย่าเข้าใจว่าเป็นการย้อนแย้งอะไร เพราะเรื่องกฎหมายนั้น ผมไม่บังอาจไปย้อนแย้งระดับดีเอสไอและระดับอัยการได้หรอก! แต่กรณี ๒ ดีเอสไอ เชื่อมโยงรับเงิน "สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น" จำนวน ๔๐ ล้านบาท ตรงนี้มีเงื่อนปมน่าสนใจ คนประเภท "ได้ยินปุ๊บ-สรุปปั๊บ" อาจสรุปเลยว่า......."อ้อ ยังงี้นี่เอง คดีสมีโยถึงยึกยัก ไม่ไปถึงไหน เพราะดีเอสไอ 'ทำไป-กินไป' เหมือนเดิม"

 

       โดยข้อเท็จจริง กรณี ๒ ดีเอสไอ ไม่ใช่เหมือนเดิม หากแต่เป็น "คนเดิม-ทำมาแต่เดิม" คือตั้งแต่ยุครัฐบาลก่อนๆ อธิบดีดีเอสไอคนก่อนๆ ติดมากับระบบ "โกงไม่เป็นไร ได้แล้วเอามาแบ่งกัน" แล้วอยู่มาจนถึงยุครัฐบาล คสช.

 

       ฟังพลเอกไพบูลย์ท่านพูดดีกว่า จะได้ความชัด........ "เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนผมมารับตำแหน่ง และคดีค้างกว่า ๒-๓ ปี หลังจากนั้น ผมมาเร่งรัดเจ้าหน้าที่ให้ทำงานเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะดีเอสไอเองด้วย เนื่องจากมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องและมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งมองได้ว่ายุคก่อนผมมาเป็นรัฐมนตรียุติธรรม ทางดีเอสไอน่าจะมีปัญหาจริงๆโดยเจ้าหน้าที่ ๒ รายนี้ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงกับคดีดังกล่าว แต่ได้มีเงินเข้าบัญชีจำนวน ๔๐ ล้าน ตามข้อกล่าวหา"

 

และที่ทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้น อยู่ตรงนี้.... ตรงที่พลเอกไพบูลย์ขยายความ

 

       "เจ้าหน้าที่ ๒ คนนี้ เป็นผู้มีอิทธิพลหรืออาจถูกสั่งมาอีกที จึงอยากให้ดีเอสไอเร่งรัดสอบสวนให้เสร็จสิ้นและชัดเจน เพื่อพิสูจน์องค์กร โดยไม่ต้องรอถึง ๓๐ วัน เพราะคดีนี้เกิดก่อนผมมา และน่าจะมีข้อมูลกันมานานแล้ว เพียงหาความเชื่อมโยงให้ได้ว่า เป็นมาอย่างไร ผมไม่เชื่อว่า ๒ เจ้าหน้าที่ทำเอง เพราะไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้เลย รวมทั้งคนที่โอนเงินมาให้ จำเป็นต้องจ่ายให้ ๒ คนนี้หรือไม่ เพราะไม่เกี่ยวกันเลย และตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้ใหญ่โตขนาดสามารถสั่งการอะไรได้ หรือมีใครอยู่เบื้องหลังสั่งการ?"

ลิเกกระตุกฉาก!!! "เปลว สีเงิน" ปลิ้นไส้ใน"ดีเอสไอ" วัดมาตรฐาน"อัยการ" บนบรรทัดฐาน"คสช." ฟ้อง-ไม่ฟ้อง?? จับ-ไม่จับ??"พระธัมมชโย"???

       แปลความชัดๆ ก็คือ...........

 

       ๒ ผัวเมียดีเอสไอ ถูกใช้เป็น "ทางเงินผ่าน" ของผู้มีอำนาจเหนือ ตั้งแต่ยุคโน้นแล้ว ซึ่งเป็นเงินเกี่ยวพันคดี "ศุภชัย-สมีโย" "ผู้มีอำนาจเหนือ" คนนั้น ต้องอยู่ระดับบันดาลคุณ-โทษ และเป็นบารมีคุ้มกระบาล ให้ ๒ ดีเอสไอ นั้นได้ จึงยอมขายตัว-ขายอนาคต-ขายจิตวิญญาณข้าราชการ ถึงขั้นยอมให้ใช้ "บัญชีตัวเอง" เป็นทางผ่านเงินโกง!

 

       ผมสนับสนุนพลเอกไพบูลย์.........ในประเด็นให้เค้น-ให้สอบ ลาก "ไอ้โม่งแดง" ที่อำนาจเหนือดีเอสไอตัวนั้นออกมาดูหน้าให้ได้ ไม่ยากหรอก เค้นจาก ๒ ผัวเมีย ถึงไม่ยอมบอก แค่ดูเส้นทางเงิน ๔๐ ล้านจากบัญชี ก็พอจะเห็นแล้วว่า เมื่อเงิน ๔๐ ล้าน "เข้ามา" แล้ว "ออกไป" ไหน? ออกไป "เข้าบัญชี" ใครบ้าง?

 

       ผมทั้งสงสารและเห็นใจ "พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง" ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่อธิบดีแล้ว เห็นหน้าตาท่าน "ซ่อนทุกข์" ทั้งแววตาและรอยยิ้ม ให้แบกโลก ยังจะสบายกว่า ให้แบกดีเอสไอ ซึ่งท่านรู้ไส้ใน "ใคร-เป็นใคร" มีพฤติกรรมแบบไหนกันบ้าง?

ฉะนั้น เมื่อขึ้นมาเป็นนายใหญ่ มันกลืนไม่เข้า-คายไม่ออก ถึง "ไม่ฟ้องนาย-ไม่ขายเพื่อน" แต่เนื้องาน มัน "ฟ้องเอง"!

 

       ดังนั้น ในคดีสหกรณ์-คดีสมีโย ในขณะที่ท่านเดิน เพื่อนร่วมงานบางคนดึง นั่นก็ต้องเลือก.......ท่านเข้ามารับราชการ คือมาทำงานต่างพระเนตร-พระกรรณ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ฉะนั้น จะทำหน้าที่เพื่อพิทักษ์เพื่อน หรือพิทักษ์ระบบ ท่านต้องคิดเอา?

ลิเกกระตุกฉาก!!! "เปลว สีเงิน" ปลิ้นไส้ใน"ดีเอสไอ" วัดมาตรฐาน"อัยการ" บนบรรทัดฐาน"คสช." ฟ้อง-ไม่ฟ้อง?? จับ-ไม่จับ??"พระธัมมชโย"???

 

 

 

       ตอนนี้..........มีอะไรที่ดีเอสไอ ทุกคนก็ต้องเหมาลงที่รัฐบาล คสช. จึงจำเป็นอยู่เองที่ คสช.โดยรัฐมนตรีไพบูลย์ ต้องคิดและตัดสินใจ "จะขาย คสช.เพื่อซื้อลูกน้อง ให้ซุกระบบแทะประเทศ"?

 

       แต่ก่อนถึง ๓๐ พ.ย. ............. เมื่อวาน (๒๑ พ.ย.) ทางอัยการแถลง คดีเบนซ์หรู ขม 99 ของสมเด็จช่วง ดีเอสไอสอบเสร็จแล้ว และส่งสำนวนให้อัยการแล้ว มีผู้ต้องหา ๗ คน .....๑ ใน ๗ คือ "หลวงพี่แป๊ะ" พระมหาศาสนมุนี (ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) ผู้สั่งซื้อรถยนต์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดปากน้ำฯ ในฐานะ เลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ปรากฏว่า "ป่วย" ดีเอสไอยังไม่ได้นำตัวส่งอัยการอีกเหมือนกัน!

 

       "อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ" เห็นว่าคดีนี้ ชาวบ้านสนใจ จึงตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นพิจารณาสำนวน และนัดผู้ต้องหาทั้ง ๗ ไปฟังคำสั่งคดีในวันศุกร์ที่ ๒๕ พ.ย.นี้เลย! หมายความว่า..... วันนั้น ทางดีเอสไอ ต้องนำตัว "หลวงพี่แป๊ะ" ไปส่งอัยการด้วย

ลิเกกระตุกฉาก!!! "เปลว สีเงิน" ปลิ้นไส้ใน"ดีเอสไอ" วัดมาตรฐาน"อัยการ" บนบรรทัดฐาน"คสช." ฟ้อง-ไม่ฟ้อง?? จับ-ไม่จับ??"พระธัมมชโย"???

       เอาล่ะ ลิเกได้เวลา "กระตุกฉาก" แล้ว ๒๕ พฤศจิกา ดูดีเอสไอ จะเอาตัวหลวงพี่แป๊ะไปส่งอัยการได้หรือไม่ และวันนั้น อัยการจะสั่งคดีว่าอย่างไร? แล้วไปถึงพุธ ๓๐ พฤศจิกา ดีเอสไอ เอาตัวสมีโยไปส่งอัยการได้หรือยังไม่ได้ก็ไม่รู้แหละ แล้วเปรียบเทียบกันดู ในความ "มีผู้ต้องหา-ไม่มีผู้ต้องหา" ส่งมอบทางอัยการจะสั่งคดี

เป็น "บรรทัดฐาน" มาตรฐานไหน?

ลิเกกระตุกฉาก!!! "เปลว สีเงิน" ปลิ้นไส้ใน"ดีเอสไอ" วัดมาตรฐาน"อัยการ" บนบรรทัดฐาน"คสช." ฟ้อง-ไม่ฟ้อง?? จับ-ไม่จับ??"พระธัมมชโย"???

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์