- 22 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
กลายเป็นปัญหาทางการเมืองเต็มรูปแบบ สำหรับกรณีของ เบส อรพิมพ์ รักษาผล ที่แม้จะออกมาสื่อความขอโทษที่ทำให้คนอีสานเข้าใจผิด จากคลิปการพูดบรรยายที่มีการนำมาตัดต่อแล้วเผยแพร่เพียงบางส่วน รวมถึงแม้กระทั่งทหารฝ่ายความมั่นคงยังเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์โจมตี น.ส.อรพิมพ์ น่าจะมีเป้าหมายเคลือบแฝง โดยไม่พิจารณาจากเจตนาของผู้พูดที่ต้องการปลุกความรู้สึกผู้คนให้รักสถาบันเบื้องสูง และรวมถึงมีการตัดต่อคลิปเผยแพร่กระจายในวงกว้างเพื่อตอกย้ำให้เกิดความรู้สึกร่วมของการถูกแบ่งแยก ( ระวังพวกเสี้ยมแตกแยก!!! "ทีมโฆษกคสช." เชื่อเจตนา "เบส-อรพิมพ์ " สื่อประณามถึงพวกหมิ่นสถาบันในโลกโซเชียล ไม่ได้พาดพิงเหมารวมคนอีสาน !!?!! http://deeps.tnews.co.th/contents/213736/ )
เมื่อล่าสุดนายศุภากร ปัตตะพงศ์ อายุ 53 ปี พร้อมด้วยนายมัฆวาน พยัคเค อายุ 36 ปี และ นางวัชรพรรณ อุปแสน อายุ 48 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พ.ต.ท.สมพงษ์ เยาวนิจ รองผู้กำกับสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กรณี นางสาวอรพิมพ์ รักษาผล หรือ เบส นักพูด ได้กล่าวดูหมิ่นคนอีสาน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2559 ณ หอประชุม 80 พรรษามหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม
ทั้งนี้นายศุภากร อ้างว่า ตนและเพื่อนเพิ่งจะได้ทราบข้อมูลข่าวดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงได้นำคลิปดังกล่าวมาเปิดดู และมีความเห็นว่าควรเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ เบส อรพิมพ์ กรณีดูหมิ่นศักดิ์ศรีของคนอีสาน ที่ว่าคนอีสานไม่รักสถาบัน พร้อมกันนี้ได้ถอดเทปคำพูดของ เบสท์ อรพิมพ์ ที่บันทึกการบรรยายดังกล่าวมาประกอบเป็นหลักฐาน
ขณะเดียวกันนายศุภกรยังระบุด้วยว่า จากคลิปดังกล่าวเป็นการพูดที่มหาสารคามและมีข้อบ่งชี้ให้คนทั่วไปเห็นว่า คนมหาสารคามและคนอีสานไม่จงรักภักดี เป็นพวกที่ในหลวงทรงทำให้ทุกอย่าง แต่คนอีสานลืมพระองค์ เหมือนเป็นพวกลืมบุญคุณ
โดยพวกตนทั้งหมดที่มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษครั้งนี้ ถือเป็นตัวแทนชาวบ้านจากอำเภอวาปีปทุม อำเภอโกสุมพิสัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดมหาสารคาม ที่ เบส อรพิมพ์ มาบรรยาย และพิจารณาจากคำพูดแล้วเห็นว่าเหมือนเป็นคำพูดหมิ่นประมาทคนอีสานทั้งหมดทั่วประเทศ เพราะผู้พูดส่อเจตนาให้เข้าใจว่าคนอีสานทุกคนทั้งภาคอีสาน ไม่เคารพรักและไม่สำนึกในบุญคุณของพระองค์ท่าน ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการพูดเพื่อความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ถ้าผู้คนฟังทั่วไปไม่คิดให้ถี่ถ้วน ก็จะโกรธ เกลียดชังคนอีสาน หากลูกหลานไปศึกษาต่อหรือไปทำงานอาจได้รับผลกระทบ
นายศุภกร ระบุด้วยว่าหลังจากนี้ไปทางเครือข่ายจะทยอยเดินทางเข้าแจ้งความในทุกๆ สถานีตำรวจในพื้นที่ เพราะถือว่าคนอีสานได้รับความเดือดร้อน เพราะชี้ให้เห็นว่า นางสาวอรพิม อาจจะได้ความคิดที่ถูกปลูกฝังมาว่า คนอีสานไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน แต่ไม่ได้มองลึกถึงแก่นแท้ของคนอีสานว่าเป็นอย่างไร
“คนอีสานเปรียบพระองค์ท่านเหมือนเทพเหมือนเทวดา รูปทุกบ้านมีติด นางสาวอรพิมพ์คงมโนไปเองว่าคนอีสานไม่รักในหลวง ส่วนระยะเวลาการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจคงให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน หาหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบเราจะไม่บีบคั้นการทำงานของเจ้าหน้าที่”
ทางด้าน พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เปลี่ยนขำ รักษาการผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า เบื้องต้นทางสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ได้รับเรื่องไว้ โดยจะตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเอกสารที่นำมายื่นให้กับเจ้าหน้าที่นั้น มีข้อมูลที่แสดงถึงความผิดที่กล่าวหาหรือไม่ หากแสดงถึงความผิดที่ทำให้คนอีสานเสียหาย ก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอดูในรายละเอียดก่อน
ขณะที่ก่อนหน้านั้นเป็นทางด้านนายคารม พลพรกลาง ทนายความนปช.ก็ได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับน.ส.อรพิมพ์ไว้ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ โดยระบุว่าการพูดของน.ส.อรพิมพ์ทำให้คนอีสานทั้งประเทศเดือดร้อน เพราะถูกเข้าใจผิดว่าไม่รักสถาบันเบื้องสูง ( ผลงาน"ทนายคารม" ฟ้องเอาผิด "เบส-อรพิมพ์"พาดพิงคนอีสาน...อดีตผ่านงานสู้คดีให้คนอย่าง "อริสมันต์ ขู่เผาศิริราช-สุรชัย+สมยศ หมิ่นเบื้องสูง" มาแล้ว !!?!! http://deeps.tnews.co.th/contents/213740/ )
เรียบเรียงข่าว : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
