ประชุมเอเปควัดบารมีโอบามา-ปูติน-สีจิ้นผิงใครจะแน่กว่ากัน !!!??!!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

การประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำธุรกิจ "ซีอีโอ เปรู 2016" ได้เรียกร้องต่อผู้นำชาติเอเชียและแปซิฟิก ให้เข้าร่วมข้อตกลงการค้าหลายรายการ ที่จีน เป็นแกนหลักสนับสนุน หลังจากชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2016 ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน มีแนวโน้มจะทำให้ ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ ทีพีพี ที่สหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่ นั้นพังคลืนลงทันที ชัยชนะของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่ออนาคตของทีพีพี แผนข้อตกลงการค้าสำคัญของสหรัฐฯ ระหว่าง 12 ประเทศรอบริมขอบมหาสมุทรแปซิฟิก ที่กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาต่อรองอย่างยากลำบาก โดยนักการเมืองมหาเศรษฐีประกาศในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งว่าไม่เห็นด้วยกับทีพีพี

ประชุมเอเปควัดบารมีโอบามา-ปูติน-สีจิ้นผิงใครจะแน่กว่ากัน !!!??!!

จีนเองซึ่งไม่ได้เข้าร่วมทีพีพีด้วย กำลังผลักดัน 2 ทางเลือกคือ เขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) สมาชิก 21 ประเทศ และความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์ซีอีพี) สมาชิก 16 ประเทศ ซึ่งรวมถึง 2 ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างอินเดียและสหรัฐฯ โดยทางด้านนายสี จิ้นผิง เรียกร้องต่อผู้นำในภูมิภาค ให้เดินหน้าข้อตกลงทั้ง 2 รายการ "การสร้างเอฟทีเอเอพี เป็นแผนริเริ่มทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง สำหรับความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาวของเอเชียและแปซิฟิก" พร้อมกับประกาศ จีนจะไม่ปิดประตูต่อโลกภายนอก แต่จะเปิดกว้างมากกว่าเดิม ทางด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ที่พบหารือกับกลุ่มผู้นำ 12 ชาติ ที่เข้าร่วมการเจรจา ทีพีพี ได้กล่าวย้ำถึงโอกาสในการสร้างงาน และความเจริญ ที่จะเกิดจากทีพีพี และว่า ทีพีพีคือแนวทางที่สามารถต่อต้านอิทธิพลที่พุ่งขึ้นของจีนได้ โอบามายังได้บอกกับผู้นำของอีก 11 ประเทศ ขอเวลาให้ประธานาธิบดีคนใหม่ได้ศึกษานโยบายของเขาเสียก่อน

ประชุมเอเปควัดบารมีโอบามา-ปูติน-สีจิ้นผิงใครจะแน่กว่ากัน !!!??!!

ส่วนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ผู้นำฟิลิปปินส์ โดยผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวว่า ประเทศตะวันตกขนาดใหญ่หลายแห่งมักมีวิสัยแสดงท่าทีข่มขู่กรรโชกประเทศที่มีขนาดเล็กและมีอิทธิพลน้อยกว่า โดยเฉพาะอเมริกาที่กระหายสงครามแทบตลอดเวลา เห็นได้จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในเวียดนาม อัฟกานิสถานและอิรัก ที่สหรัฐฯ อ้างว่าอีกฝ่ายมี “อาวุธทรงอานุภาพทำลายล้าง” เพื่อเป็นข้ออ้างในการบุกรุก รัฐบาลสหรัฐฯ “กดดัน” ให้ฟิลิปปินส์ส่งทหารเข้าร่วมสงครามในเวียดนามและอิรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ ไม่เคยต้องการ ดังนั้นการประชุมเวทีนี้ ครั้งนี้ จึงกล่าวได้ว่า เป็นการวัดบารมี ของมหาอำนาจอย่างแท้จริงว่า ท้ายที่สุดแล้วใครจะได้รับการยอมรับ จากนานาประะเทศมากกว่ากัน ซึ่งไม่ได้อยู่ที่อำนาจ แต่วัดกันที่บารมี

ประชุมเอเปควัดบารมีโอบามา-ปูติน-สีจิ้นผิงใครจะแน่กว่ากัน !!!??!!