- 23 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหนึ่งกับกรณีพระธัมมชโยอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพราะสิ้นเดือนนี้ 30 พ.ย. พนักงานอัยการสำนักคดีพิเศษ นัดฟังคำสั่งในคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรในกรณีรับเช็คบริจาคของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ว่าจะฟ้อง-ไม่ฟ้องในคดีนี้ หลังจากที่เลื่อนฟังคำสั่งมา 5 ครั้ง และวันนี้ก็ไม่ต้องรอลุ้นกันอีกแล้ว เพราะวันนี้โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดได้ออกมาแถลงชัดเจน ก่อนกำหนดเวลาที่ระบุไว้ว่า
คณะทำงานอัยการได้พิจารณาผลการสอบสวนเพิ่มเติมทั้งหมดครบถ้วนแล้ว และมีความเห็นให้สั่งฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร, นางศรันยา มานหมัด และนางทองพิน กันล้อม ฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน และเตรียมส่งฟ้องต่อศาลในวันที่ 30 พ.ย. ส่วนกรณีพระธัมมชโยหนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ พนักงานอัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องเช่นกัน พร้อมกับให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษติดตามตัวพระธัมมชโย และน.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ มาส่งให้พนักงานอัยการภายในอายุความ 15 ปี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
และขณะเดียวกัน พระธัมมชโยมีหมายจับถึง3หมายด้วยกัน คือหมายจับของศาลอาญาในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน และหมายจับของศาลจ.เลย กรณีร่วมกันบุกรุกป่าก่อสร้างสวนป่าหิมวันต์ ภูเรือ จ.เลย และหมายจับสุดท้ายคือ ของศาลจังหวัดสีคิ้ว กรณีบุกรุกพื้นที่ป่า ก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมก็ประกาศไว้แล้วว่า เมื่ออัยการสั่งฟ้องคดีพระธัมมชโย ทางดีเอสไอก็จะดำเนินการจับกุมตัวพระธัมมชโยทันที เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่พนักงานสอบสวนจะไม่ดำเนินการ เป็นเรื่องเดียวที่พนักงานสอบสวนจะต้องทำให้เด็ดขาด เมื่อมีคำพูดของรมว.ยุติธรรมแบบนี้ ก็ทำให้นึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งที่ดีเอสไอบุกนำเอาหมายค้นเข้าไปแจ้งกับทางวัดพระธรรมกายเพื่อตรวจค้นและจับกุมตัวพระธัมมชโยมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.แต่ก็ต้องพลาด เพราะการขัดขวางของบรรดาศิษยานุศิษย์ของวัดที่เป็นอุปสรรคจนทำให้ดีเอสไอต้องแถลงยุติการบุกค้นวัดพระธรรมกายในที่สุด เพราะฉะนั้นหากจะมีการบุกจับตัวพระธัมมชโยอีกครั้ง ไม่วันใดก็วันหนึ่งในอนาคต
จึงน่าสนใจว่าดีเอสไอนั้นจะสามารถบุกจับตัวพระธัมมชโยได้ง่ายอย่างที่คิดไว้หรือไม่ เรียกว่ามาถึงเวลานี้แรงกดดันทั้งหมดกำลังถาโถมกลับไปที่ดีเอสไอว่าจะมีความสามารถหรือไม่
