- 23 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ถือเป็นพระจริยาวัตรอันงดงามยิ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พสกนิกรคนไทยไม่เคยลืมเลือนตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ สำหรับการเสด็จฯยังถิ่นทุรกันดารและนำมาซึ่งเรื่องราวน่าประทับใจนักต่อนัก เพราะพระองค์ท่านให้ความใกล้ชิดติดตามชีวิตทวยราษฎร์ทั้งยามสุขและทุกข์
ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้ถ่ายทอดอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้หลายคนยิ่งรู้สึกภูมิใจที่ได้เกิดมาในยุครัชกาลที่ 9 ตามข้อความที่ปรากฏว่า “ เยี่ยมบ้าน .. พระสหายม้ง".....ของในหลวง”
“ชาวม้ง เรียกในหลวง ว่า "พ่อในหลวง" … "ในหลวง ร.9" เสด็จ น่าน 22 ครั้ง ในช่วงที่มีการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ โดยทรงมาเยี่ยมทหารที่ รพ.น่าน และ ทรงเสด็จมาที่ บ้านถ้ำเวียงแก อ.สองแคว 4 ครั้ง
ทรงมี "พระสหาย" เป็น ชาวม้ง "นาย เล่ายี แซ่ท้าว" ซึ่งเป็นกลุ่มพัฒนาชาวเขา ในปี 2507 ไปรับการอบรมที่แม่ริม เชียงใหม่ ได้เข้าเฝ้า "พ่อในหลวง" ครั้งแรก ครั้งนั้น ในหลวงทรงมีรับสั่ง ให้ นายเล่ายี แต่ นายเล่ายี ไม่รู้จะแสดงอะไร จึงนำเอาประเพณี ของชาวม้ง ที่เรียกว่า "อัวเน้ง" หรือพิธีทำผี ปัดรังควาน เพื่อให้โชคดี หายป่วย
จากนั้น ในหลวงเสด็จมาเยือนหมู่บ้านครั้งแรก ในปี 2514 ทรงให้จัดชุดเฝ้าตรวจชายแดน 30 คน ขึ้น จากนั้นทรงมาอีกครั้ง ในปี 2516 ทรงมาเยี่ยม พร้อมพระราชินีนาถฯ และทรงแนะนำให้ปลูกกาแฟ สวนลิ้นจี่ ลำไย แทนการปลูกฝิ่น เพราะเป็นยาเสพติด
และ ในปี 2517 หลัง จากทรงทราบว่า นายเล่ายีรถคว่ำจึงเสด็จมาเยี่ยม แล้ว ในหลวงมาเยี่ยมครั้งสุดท้ายเมื่อปี2521 เมื่อครั้งทรงมาที่ อ.ปัว ทรงเห็นว่า ใกล้ๆ จึงแวะมาเยี่ยม
ทุกวันนี้ ศพของ นายเล่ายี ถูกฝังไว้ที่ สวนลิ้นจี่ จุดที่ในหลวง เคยเสด็จ ตามที่ นายเล่ายี สั่ง เสียไว้ก่อนตาย ในปี 2540 ”
ขณะที่การสืบค้นข้อมูลพบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรภาคเหนือเป็นครั้งแรกนับแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ พระองค์เสด็จจังหวัดน่าน ในวันที่ 16 มีนาคม 2501 ต่อจากจังหวัดแพร่โดยทางรถยนต์เข้าสู่อำเภอสา (ชื่อในขณะนั้น) เป็นอำเภอแรก
โดยการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพื้นที่จังหวัดน่าน ทั้ง 22 ครั้ง เริ่มต้นตั้งแต่ วันที่ 16 มีนาคม 2501 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากที่ประทับแรม ไปยังวัดพระบาทมิ่งเมืองและวัดพระธาตุช่อแฮ จากนั้นเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร ณ ที่ว่าการอำเภอร้องกวางและอำเภอสา ต่อไป เมื่อถึงประตูซุ้ม เขตจังหวัดแพร่-น่าน ณ ห้วยน้ำอุ่น หลวงอนุมัติราชกิจ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วยประชาชนได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จไป ณ ที่ว่าการอำเภอสาและเสด็จฯ ไปยังศาลากลางจังหวัดน่าน แล้วเสด็จฯ ขึ้นที่ประทับศาลากลางจังหวัดน่าน เสวยพระกระยาหารกลางวัน "
" เวลา 15.30 น. เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากศาลากลางจังหวัดน่านไปหยุดทรงนมัสการพระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์ ณ วัดสวนตาล เสร็จแล้วเสด็จฯ ไปห้วยน้ำอุ่น เสวยพระสุธารส จากนั้นเสด็จฯ กลับสู่ที่ประทับ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ "
และครั้งท้ายสุดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2525 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมฐานบ้านปรางค์ ชุดควบคุมที่ 215 กองบังคับการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ 32 ตำบลปัว อำเภอปัว และทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำพงตามพระราชดำริ อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน
ขณะที่หนึ่งพระราชกรณียกิจอันทำให้ชาวน่านซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง ก็คือ ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมทหาร และตำรวจตระเวนชายแดน ที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ที่ดอยป่าซางเหลือง อ.เชียงกลาง จ.น่าน เมื่อปี 2510
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯทรงเยี่ยม จ.ส.อ.บุญลือ พรหมตรุษ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และเป็นขวัญและกำลังใจกับทหาร และตำรวจตระเวนชายแดนเป็นอย่างสูง”
และเป็นการเสด็จฯ จังหวัดน่าน ทั้ง ๆ ที่ สถานการณ์ในพื้นที่เวลานั้น ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งเริ่มเข้ามาเคลื่อนไหวตามแนวชายแดน ไทย – ลาว ตั้งแต่ปี 2508 ได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้าครอบคลุมหลายอำเภอในจังหวัดน่าน จนกระทั่งเปิดฉากต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2510 ที่บ้านน้ำปาน ต.นาไร่หลวง อ.ทุ่งช้าง จังหวัดน่าน และถือเป็นวันแรกของเสียงปืนแตกที่เกิดขึ้นในภาคเหนือของประเทศไทย ...
เรียบเรียงข่าว : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
ข้อมูล-ภาพ : FB Wassana Nanuam , มณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน
