เพ้อจริงๆ!!!สุรพงษ์พูดได้ไงให้ปชช.เลือก“ปชต.หรือรัฐประหาร” ทั้งที่คนส่วนใหญ่หนุนทหารมากกว่านักการเมืองตั้งแต่ลงประชามติรธน.แล้ว???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

สุรพงษ์ เชื่อหลังเลือกตั้งไม่วุ่นเหมือนสหรัฐฯบอกปชช.เลือกแล้วเอาปชต.หรือรัฐประหาร แต่เมื่อย้อนดูผลประชามติคนไทยส่วนใหญ่กลับหนุนให้ผ่าน ทั้งที่ณัฐวุฒิบอก ร่างรัฐธรรมนูญโดยเผด็จการ

 

       นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันจะมีเลือกตั้งปี60 แต่อย่าไปไกลขนาดมีรัฐบาลใหม่ในปี 2560 เพราะหลังเลือกตั้งต้องใช้เวลา 2 เดือนก่อนประกาศผล อีกทั้งเป็นการเลือกตั้งแบบใหม่และอาจเกิดกรณีแบบสหรัฐอเมริกา ว่า การเลือกตั้งนั้นหากจะให้ฝ่ายแพ้ยอมรับฝ่ายชนะก็คงจะทำใจได้ยากลำบาก เพราะแม้กระทั่งการแข่งกีฬาบางครั้งก็วุ่นวาย ยกพวกตีกัน แต่เชื่อว่าจะเกิดความสงบเรียบร้อยได้ ถ้าทุกฝ่ายเคารพกฎกติกาและอยู่ภายใต้กฎหมาย รู้แพ้รู้ชนะ ส่วนพวกกองเชียร์ที่แอบหนุนอยู่เบื้องหลัง คอยสร้างความวุ่นวายควรเลิกพฤติกรรมยุแหย่กันได้แล้ว บ้านเมืองจะได้สงบและเดินหน้าประเทศได้

       “ ถึงวันนี้ประชาชนก็น่าจะซึมซับข้อมูล และรู้ว่าอะไรจะเป็นทางเลือกในอนาคตของพวกเขา ประชาธิปไตยหรือปฏิวัติรัฐประหาร ที่จะนำพาประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้า”

       ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนเห็นว่าคนไทยมีความเป็นไทยไม่เหมือนอเมริกา ดังนั้นเหตุการณ์หลังเลือกตั้งก็คงไม่วุ่นวายเหมือนที่เกิดกับนายโดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และขอฝากไปยังนายวิษณุ ให้รัฐบาลเดินตามโรดแมป ที่ได้วางไว้ รัฐบาลใหม่จะมีขึ้นช้าหรือเร็วไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับความอยู่ดีกินดีของประชาชน ขณะที่การร่างกฎหมายลูกต้องเขียนให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนการเลือกตั้งก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้ชาวบ้านเข้าใจลำบากหรือยุ่งยาก ส่วนยุทธศาสตร์ 20 ปีถ้าจะให้รัฐบาลใหม่เดินตามและใช้วิธีการที่รัฐบาลชุดนี้ทำอยู่คงจะไม่มีใครเดินตามแน่ และยุทธศาสตร์ที่ลอกเลียนแบบก็คงจะไม่มีใครเอาด้วยเช่นกัน

 เพ้อจริงๆ!!!สุรพงษ์พูดได้ไงให้ปชช.เลือก“ปชต.หรือรัฐประหาร” ทั้งที่คนส่วนใหญ่หนุนทหารมากกว่านักการเมืองตั้งแต่ลงประชามติรธน.แล้ว???

       ก่อนหน้านี้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็มีเสียงจากฝ่ายต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. รวมทั้งกลุ่มที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม เสมือนเป็นการเลือกระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ อีกทั้งยังมีเสียงของคนบางกลุ่มกล่าวออกมาในทำนองว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการด้วย   

       ในขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ก็กล่าวด้วย โดยเชื่อว่า รัฐธรรมนูญนี้หากเดินหน้าใช้จะนำไปสู่ปัญหาต่างๆ อีกมากมาย นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน เราเคารพและพร้อมยอมรับการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่ แต่ภารกิจการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่ยุติ และยังเดินหน้าต่อไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญโดยอำนาจเผด็จการ แล้วประชาชนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เคยเกิดขึ้นแล้วในปี 2550 และไม่ใช่ประเทศแรกที่อำนาจเผด็จการสามารถกำหนดผลประชามติ ให้เป็นไปตามที่ตนเองต้องการได้

 เพ้อจริงๆ!!!สุรพงษ์พูดได้ไงให้ปชช.เลือก“ปชต.หรือรัฐประหาร” ทั้งที่คนส่วนใหญ่หนุนทหารมากกว่านักการเมืองตั้งแต่ลงประชามติรธน.แล้ว???

       อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า ความคิดเห็นของนายสุรพงษ์ และนายณัฐวุฒิ ดูจะสวนทางกับความจริงที่ว่า ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เลือกอยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ หรืออยากกลับไปสู่ประชาธิปไตยแบบเดิมที่มี่นักการเมืองบริหารประเทศ จนนำไปสู่วิกฤติความขัดแย้งตลอดมา ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันได้จากการที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แถลงผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …. และคำถามพ่วง เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา อย่างเป็นทางการ โดยพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด 50,071,589 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 29,740,677 คน คิดเป็น 59.4% เป็นบัตรดี 28,804,432 ใบ (96.85%) และบัตรเสีย 936,209 ใบ (3.15%)

 เพ้อจริงๆ!!!สุรพงษ์พูดได้ไงให้ปชช.เลือก“ปชต.หรือรัฐประหาร” ทั้งที่คนส่วนใหญ่หนุนทหารมากกว่านักการเมืองตั้งแต่ลงประชามติรธน.แล้ว???

       การลงประชามติในประเด็นที่ 1 (เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฯ ทั้งฉบับหรือไม่) มีคะแนนเสียงเห็นชอบ 16,820,402 เสียง (คิดเป็น 61.35%) ไม่เห็นชอบ 10,598,037 เสียง (38.65%) และการลงประชามติในประเด็นที่ 2 (คำถามพ่วง ที่ให้ ส.ว.สรรหา ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับ ส.ส.เลือกตั้ง ในช่วง 5 ปีแรก) มีคะแนนเสียงเห็นชอบ 15,132,050 (คิดเป็น 58.07%) และไม่เห็นชอบ 10,926,648 เสียง (41.93%)

       ทั้งยังพบอีกว่า การลงประชามติครั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิถึง 59.4% มากกว่าการลงประชามติเมื่อปี 2550  “ ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่า การรณรงค์ประชามติครั้งนี้ไม่เปิดกว้างอย่างเพียงพอ ผมอยากบอกว่า พ.ร.บ.ประชามติได้เปิดโอกาสให้อย่างเต็มที่ โดยมีข้อห้ามเพียงว่า ไม่ใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่หยาบคาย และไม่ปลุกระดม นอกจากนี้ ยังมีการจัดเวทีดีเบตเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฯ มากกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งในประวัติศาสตร์ โดยจัดขึ้นในสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสถึง 10 ครั้ง ในสถานีโทรทัศน์ระดับชาติอื่นๆ อีก 6 ครั้ง ไม่รวมถึงในสื่อมวลชนแขนงอื่นๆ อีกที่มีนับไม่ถ้วน ” นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กล่าวยืนยันข้อมูล

 เพ้อจริงๆ!!!สุรพงษ์พูดได้ไงให้ปชช.เลือก“ปชต.หรือรัฐประหาร” ทั้งที่คนส่วนใหญ่หนุนทหารมากกว่านักการเมืองตั้งแต่ลงประชามติรธน.แล้ว???

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์