อย่าให้ "บิ๊กตู่" ผิดหวัง !!! จับตากลุ่มทุนต่างชาติเดินเกมส์ล็อบบี้สนช.คว่ำร่างพ.ร.บ.คุมยาสูบใหม่  หลังครม.ยืนหลักกระชับพื้นที่สิงห์อมควัน??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

 

ถือเป็นประเด็นหนึ่งทางสังคมที่มาประสบผลสำเร็จในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  กับการให้ความเห็นชอบ  ร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฉบับใหม่ซึ่งมีสาระสำคัญลงลึกไปถึงการห้ามแบ่งแยกซองขายปลีกเด็ดขาด และอีกหลายมาตรการสำคัญที่เป็นไปโดยเป้าหมายเพื่อลดจำนวนผู้เสพบุหรี่และป้องกันการเกิดผู้เสพรายใหม่ในส่วนของเยาวชน

 

จากมติครม.เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา  ตามกระบวนการทางกฎหมาย ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ก็จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.  ให้ความเห็นชอบตราออกมาเป็นกฎหมายใช้บังคับจริง แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไม่ราบรื่นนัก  เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนักจากสมาคมการค้ายาสูบไทยให้คว่ำร่างกม.ฉบับนี้

 

 

ทั้งนี้ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ นพ. สุทัศน์  รุ่งเรืองหิรัญญา  คณะแพทย์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ  ยุทธศาสตร์ที่ 3 ว่าด้วยการรักษาโรคเสพติดยาสูบ  ระบุว่าข้อคัดค้านของสมาคมการค้ายาสูบที่ออกมาอ้างว่ามาตรการห้ามแบ่งซองขายบุหรี่เป็นเรื่องขัดจากหลักข้อเท็จจริง 

 

โดยเฉพาะการอ้างว่าการแบ่งบุหรี่ขายเป็นมวน  ๆ  จะทำให้ผู้สูบบุหรี่จำนวนน้อยมวนลง  เพราะไม่เคยมีหลักฐานทางวิชาการว่าคนสูบบุหรี่ จริง ๆ แล้วมีความต้องการสูบบุหรี่ต่อวันเท่าไร  ดังนั้นการที่กฎหมายให้ผู้สูบบุหรี่ต้องซื้อเป็นซองจะทำให้คนยิ่งสูบบุหรี่มากขึ้นจึงไม่เป็นจริง

 

ในทางตรงข้ามกลับมีงานวิจัยว่า การห้ามแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน  ๆ จะช่วยให้ผู้สูบบุหรี่แบบเป็นครั้งเป็นคราวเลิกสูบได้ง่ายขึ้น  เนื่องจากปัจจุบันมีผู้สูบบุหรี่ในลักษณะนี้มากถึง 1.4 ล้านคน ดังนั้นการห้ามแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน  จึงน่าจะเป็นอานิสงส์โดยตรงต่อผู้สูบบุหรี่กลุ่มนี้ที่จะทำให้ตัดใจเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น

 

 

ตรงนี้สำคัญมากเพราะถ้าย้อนกลับไปตรวจสอบข้อมูลการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันนี้  พบว่าในช่วงต้นปี  2558  ก็เคยมีความพยายามของกลุ่มทุนต่างชาติเพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่มาแล้ว

 

โดยขณะนั้นเป็นทางด้าน  ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ที่ออกมาให้ข้อมูลว่ากำลังมีความพยายามอย่างเป็นระบบในการที่จะล้มร่าง    พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ... โดยบริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติ 2 บริษัท  ซึ่งบริษัทหนึ่งเป็นบริษัทที่วิเคราะห์และรวบรวมข้อมูล และอีกบริษัทหนึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการประชาสัมพันธ์ โดยทั้ง 2 บริษัทนี้มีฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ได้รับการว่าจ้างส่งคนเข้ามาทำงานอย่างเป็นระบบ ด้วยเป้าหมายที่จะยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ... ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขอยู่ในระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
 

ศ.นพ.ประกิต  ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า  การเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ที่ออกหน้าโดยสมาคมการค้ายาสูบไทย  แท้จริงแล้วมีการสนับสนุนโดยบริษัทบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง

 ฟิลลิป มอร์ริส  แล้วอ้างชื่อผู้ค้าปลีก 700,000 ราย  เป็นผู้ได้รับผลกระทบ  ทั้งๆ ที่สมาชิกของสมาคมเองมีเพียง 1,200 ราย และมีออฟฟิศเป็นบ้านอยู่แถวปทุมธานี 

 

ที่สำคัญเวลากรมควบคุมโรค หรือผู้สื่อข่าวติดต่อไปตามที่อยู่ที่ปรากฏในเว็บ คนที่มารับโทรศัพท์กลับเป็นคนในบ้านที่ไม่ค่อยรู้รายละเอียดอะไร และตัวผู้บริหารสมาคมที่ออกมาคัดค้านผ่านสื่อต่างๆ แต่กลับปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ หรือออกสื่อพร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค จึงน่าคิดว่าสมาคมนี้เคลื่อนไหวด้วยหน้างานขนาดนี้ได้อย่างไร

 

จุดนี้น่าสนใจเพราะถึงแม้ครม.รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์จะให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไปแล้ว แต่หลายฝ่ายก็ยังไม่มั่นใจว่าที่สุดแล้วกฎหมายที่จะเป็นการช่วยลดปริมาณผู้สูบบุหรี่ในประเทศจะได้บังคับใช้เป็นกฎหมายหรือไม่  จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่และมีกลุ่มทุนต่างชาติอยู่เบื้องหลัง

                                                                                           

 

โดยจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าร่างพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่มีสาระสำคัญทั้งการกำหนดเขตปลอดบุหรี่   การห้ามโฆษณาทุกรูปแบบ  แม้แต่กิจกรรมธุรกิจเพื่อสังคม และประเด็นหลักว่าด้วยการห้ามแบ่งแยกซองขาย  รวมถึงข้อกำหนดอายุผู้ซื้อจากเดิม 18  ปี  เป็น 20 ปี  ได้เข้าสู่การพิจารณาของสนช.แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา  และล่าสุดได้เข้าสู่กระบวนการชี้แจงสนช.ในวาระที่ 2  

 

ท่ามกลางข้อห่วงใยของบุคลากรในแวดวงสาธารณสุขว่าร่างพ.ร.บ.ที่มีความสำคัญสำหรับสุขภาพคนไทยจะไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  เหมือนในหลาย ๆ ครั้งที่เกิดขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎร หรือนักการเมืองในอดีต

 

โดยทางด้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ  แพทย์หญิง  สมศรี  เผ่าสวัสดิ์    ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่  ได้อธิบายเน้นย้ำถึงความสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ว่าเป็นเรื่องน่าห่วงใย เพราะถ้าร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ไม่ผ่านจะทำให้การควบคุมปริมาณผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยเป็นไปได้ยาก

 

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ  แพทย์หญิง  สมศรี  เผ่าสวัสดิ์    ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ 

 

ทั้งนี้มีรายงานของยูโรมอนิเตอร์ บริษัทที่รับทำวิจัยการตลาดให้แก่ธุรกิจต่าง ๆ ว่า  ตลาดบุหรี่ในไทยจะยังขยายตัวตลอด 5 ปีข้างหน้า  ทั้งปริมาณ และมูลค่า โดยสถานการณ์ตลาดบุหรี่ในกลุ่มประเทศอาเซียน คือ  อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย ตลาดจะยังขยายตัว ขณะที่สิงคโปร์และเวียดนามตลาดจะทรงตัว ในส่วนของประเทศไทยยอดจำหน่ายในปี พ.ศ.2558 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2 เป็น 49.7  พันล้านมวน และจะเพิ่มเป็น 52.7 พันล้านมวนในปี พ.ศ.2563

 

ขณะที่มูลค่าในปี พ.ศ.2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เป็น 150,400  ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 196,566  ล้านบาทในปี 2563  โดยบุหรี่โรงงานยาสูบไทย ครองตลาดร้อยละ 70 และยาสูบยังคงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมูลค่าหลายพันล้านบาทสำหรับบริษัทบุหรี่ข้ามชาติถ้าประเทศไทยไม่มีกฎหมายใหม่ ๆ ออกมาควบคุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ข้อเท็จจริงที่กลุ่มทุนต่างชาติพยายามขยายอำนาจทางธุรกิจบุหรี่ไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก

 

เรียบเรียงข่าว  :   ชัชรินทร์   สำนักข่าวทีนิวส์