สิ้นยุคกระเบื้องลอย น้ำเต้าจม!!! "ป๋าเปลว"ฟันธง เก็บฉากอำนาจเก่า เตือน!!!"ธรรมกาย"ไม่บังควรอ้าง"พระราชกุศล"บังหน้า ปลุกระดมกำแพงมนุษย์???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

อย่ายกคำว่า 'พระราชกุศล' บังหน้า

 

 

       คดี "เบนซ์เถื่อน" สมเด็จช่วง กับคดี "ยักยอก-ฟอกเงิน" ธัมมชโย ถือเป็น "คดีแฝดพี่-แฝดน้อง" เป็นเครื่องเตือนสติ ส่งท้ายยุค......."กระเบื้องเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยถอยจม"

 

       และยุค "ฟูลอย-ถอยจม" นี้ จะจบฉากจากสังคมไทยเมื่อไหร่? ฟันธงกันไปเลย.........ไม่ช้า-ไม่นาน "กลางปี ๒๕๖๑" ประเทศไทยจะสู่ศตวรรษใหม่! ใครแข็งขืน-ฝืนงมงาย ด้วยหวังและรอ "อำนาจเก่า" คืนกลับ เพื่อโกงง่าย-รวยง่าย-ขายประเทศ-จรรโลงโจร เหมือนในอดีต นั้น จะถูกสังคมชาติ "ขยี้ส้นเกือก" บดทิ้งจมดินในสภาพ "ซากเดนอดีต" ที่ปุ๋ยหมัก-ปุ๋ยอินทรีย์ ยังจะมีค่าเหนือกว่า!

 

       เคยอ่าน "กาพย์พระไชยสุริยา" กันแล้วใช่ไหม ช่วงที่ว่า"..........ใครเอาเข้าปลามา  ให้สุภาก็ว่าดี ที่แพ้แก้ชนะ ไม่ถือพระประเวณี  ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ด่าตีมีอาญา  ที่ซื่อถือพระเจ้า ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา  ผู้เฒ่าเหล่าเมธา ว่าใบ้บ้าสาระยำ  ภิกษุสมณะ เล่าก็ละพระสธรรม  คาถาว่าลำนำ ไปเร่ร่ำทำเฉโก  ไม่จำคำผู้ใหญ่ ศีรษะไม้ใจโยโส  ที่ดีมีอะโข ข้าขอโมทนาไป"

 

       "สภาพท้ายยุค" สังคมไทยปัจจุบัน ดังกาพย์พระไชยสุริยานี้ จะค่อยๆ สิ้นไป จากการปรับตัวบ้าง ล้มหายตายโหงบ้าง ต้องทัณฑ์อาญาคาขื่อบ้าง เป็นตัวเสนียดจัญไร สังคมใหม่ไม่คบค้าบ้าง! พวกหวังฟื้นชีพ-ฟื้นอำนาจในช่องทางการเมือง ซุ่มวางแผนหลอกล่อมวลชนเดิมให้กลับมาเป็นฐานหนุนโจรนั้น อยากเตือนด้วยสมเพช...........ถ้ายังหนังหนา-หน้าด้าน-ใจบอด จะเอากันอีก ไม่ยอมละสันดานเดิม ทั้งชาย-ทั้งหญิง คราวนี้ "เจ็บจริง" นะ พ่อคุณ-แม่คุณ!

สิ้นยุคกระเบื้องลอย น้ำเต้าจม!!! "ป๋าเปลว"ฟันธง เก็บฉากอำนาจเก่า เตือน!!!"ธรรมกาย"ไม่บังควรอ้าง"พระราชกุศล"บังหน้า ปลุกระดมกำแพงมนุษย์???

       ทราบกันแล้วใช่ไหม คดีเบนซ์เถื่อน ขม 99 ในครอบครอง "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" วัดปากน้ำ เมื่อวาน (๒๕ พ.ย.๕๙) โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลง "เลื่อนนัดสั่งคดี" จากเมื่อวาน ให้ไปฟังอีกครั้ง วันที่ ๗ ธ.ค. สาเหตุ คือ สำนวนคดียังไม่สมบูรณ์ ให้ดีเอสไอไปสอบสวนเพิ่มเติม! นี่ปกติ ไม่ต้องไปติดใจสงสัยอะไร คดีนี้ มีผู้ต้องหา ๗ คน หนึ่งในนั้น คือ หลวงพี่แป๊ะ "พระมหาศาสนมุนี" เลขาฯ สมเด็จช่วง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เป็นผู้ต้องหาที่ ๗ .......ในความผิด ๖ ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗, ๒๗ ทวิ, พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.๒๕๒๗ มาตรา ๑๖๑, ๑๖๕ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๒๖๕, ๒๖๗, ๒๖๘

 

       ปรากฏว่า "ป่วย" ตามวิสัยคนรวย! ป่วยตั้งแต่นัดแรก เมื่อวานที่อัยการนัดพร้อมเพื่อฟังคำสั่งคดี ก็ไม่มารายงานตัว อ้างยังป่วยอยู่ ทางดีเอสไอบอก จะนำตัวมาส่งทีหลัง ก็เป็นข้อสังเกต .........คนในระดับสังคมหนึ่ง ปกติสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงปานช้างสาร แต่พอต้องคดี จะขึ้นโรง-ขึ้นศาลทีไร ป่วย-ปางตายทันที!

 

       อย่างหลวงพี่แป๊ะ ก็เห็นอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีด้วยอาหารบิณฑบาต หน้าตาราศีเลขาฯ สมเด็จช่วงจับเจิดจ้า พอตกเป็นผู้ต้องหาเท่านั้นแหละ อาพาธเรื้อรังไปเลย! ธัมมชโยเหมือนกัน .........ขัดตัว-กลึงหัว-นวดหน้า หูตาแวววาว ไม่บอกอาการคนเจ็บ-คนป่วย ออกโทรทัศน์ประจำ แต่พอถูกดีเอสไอจะจับเป็นผู้ต้องหาเท่านั้น ป่วยตีนโตฉับพลัน ต้องนอนแขวนตีน ลงเหยียบดินไม่ได้ จะตายทันที! แล้วเรื่องใบรับรองแพทย์ไปถึงไหน แพทยสภาติดเชื้อไปด้วยหรือไง แถลงเป็นภาษาไทยให้เป็นเรื่อง-เป็นราวซักทีซิ?  แต่ถ้าชี้ชัด-ชี้ขาดไปแล้ว ก็ขอโทษด้วย เพราะไม่ผ่านหูซักที!

สิ้นยุคกระเบื้องลอย น้ำเต้าจม!!! "ป๋าเปลว"ฟันธง เก็บฉากอำนาจเก่า เตือน!!!"ธรรมกาย"ไม่บังควรอ้าง"พระราชกุศล"บังหน้า ปลุกระดมกำแพงมนุษย์???

       มาดูเรื่องเบนซ์เถื่อนกันซักนิด ทุกคนทราบตามเอกสารหลักฐาน ผู้มีชื่อครอบครองเบนซ์เถื่อน ชื่อและลายเซ็นในทะเบียน คือ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" หรือสมเด็จช่วง! แต่.....ก็ทราบกันแล้ว ที่อัยการ "สั่งฟ้องคดี" ผู้ต้องหาทั้งหมดมี ๗ คน ประกอบด้วย นายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถ, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย, นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย, นายเกษม หรืออ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย), นายเมธีนันท์ หรือชลัช นิติฐิติวงษ์ ผู้ดำเนินการนำเอกสารชุดประกอบรถยนต์ไปชำระภาษีสรรพสามิต, นายสมนึก บุญประไพ ผู้นำเอกสารรถยื่นกรมขนส่งฯ และพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ

 

       ทั้งหมด เป็นแค่ "ผู้ร่วมดำเนินการ" ไม่มีตัวการ คือตัว "ผู้ครอบครองเบนซ์เถื่อน" ตกเป็นผู้ต้องหาด้วยเลย? ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงเมื่อวาน "เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่คลาดเคลื่อน ขอเรียนว่า สำนวนคดีรถยนต์โบราณนี้ 'สมเด็จช่วง' นั้น ไม่ได้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา คงมีแต่เพียง 'หลวงพี่แป๊ะ' กับเอกชน รวม ๗ ราย ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอ ซึ่งได้ส่งมาให้ทางอัยการพิจารณา"

 

       ก่อนอื่น ขอบอกด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่า.........ก็ "เป็นที่เข้าใจได้" ที่คดีนี้ "สมเด็จช่วง" ผู้ครอบครอง "เบนซ์เถื่อน" ทางดีเอสไอจะไม่เอาเป็นผู้ต้องหา และทั้งไม่เอาเป็นพยานในคดี! แต่ในความเข้าใจได้นั้น ผม "ไม่แน่ใจ" ว่าทางกฎหมาย มีช่องให้ทำอย่างนั้นได้หรือไม่? และมีมาตราไหน ในกรณีไหน ยกเว้นที่จะไม่ดำเนินคดีแก่ผู้ครอบครองของโจร หรือรับของโจร? ก็ขนาดพ่อ-แม่ของ "นายสันติภาพ เพ็งด้วง" ลูกชายฆ่านายเอกยุทธ อัญชันบุตร เอาเงินกว่า ๔ ล้าน มาให้เก็บไว้ เมื่อปี ๒๕๕๖ ศาลยังตัดสินจำคุกพ่อ-แม่ ฐาน "รับของโจร" คนละ ๑ ปี ๔ เดือน! แต่คดีเบนซ์ ขม 99 "ตัวร่วม" เป็นผู้ต้องหาเรียบ

ส่วน "ตัวรับ" รอด!ไม่ต้องเป็นผู้ต้องหา ทั้งในฐานะรับของโจร หรือฐานะผู้ครอบครองของโจร กระทั่ง "กันเป็นพยาน" ก็ไม่มีการพูดถึง

 

       เพราะอย่างนี้หรือเปล่า.........ที่อัยการเลื่อนการสั่งคดีเมื่อวาน จะมีประเด็นนี้เป็นเหตุ ที่อัยการให้ดีเอสไอไปสอบสวนเพิ่มเติม? ที่พูดนี่ มองในด้าน "มาตรฐานกฎหมาย" ไม่มีเจตนามุ่งร้าย หมายให้เอาโทษกับสมเด็จช่วง แต่เกรงจะเป็นปัญหา ถ้าคดีถูกนำสู่ศาลในลักษณะ "ตกมาตรฐาน" ทางสำนวนคดี

สิ้นยุคกระเบื้องลอย น้ำเต้าจม!!! "ป๋าเปลว"ฟันธง เก็บฉากอำนาจเก่า เตือน!!!"ธรรมกาย"ไม่บังควรอ้าง"พระราชกุศล"บังหน้า ปลุกระดมกำแพงมนุษย์???

   มีอีกเรื่องอยากพูด! เรื่องของวัดน้อง มีประเด็นที่ต้องเข้าใจใน "ภาษากฎหมาย" กัน ตามที่แถลงวันกอน ก็เข้าใจกันว่า สั่งฟ้องคดีแล้ว ธัมมชโยตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว แต่เมื่อวาน (๒๕ พ.ย.) นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ หัวหน้าคณะทำงานกรณีดำเนินคดีพระธัมมชโย พูดชัด คือ นักข่าวไปถามท่าน........."หากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีพระธัมมชโย จะต้องส่งฟ้องพร้อมกับจำเลยที่ได้ตัวมาในวันที่ ๓๐ พฤศจิกานี้ และหากส่งตัวฟ้องเเล้ว จะคัดค้านการประกันต่อศาลหรือไม่?"

 

       คุณชาติพงษ์ตอบว่า "เรื่องนี้จะต้องพิจารณาคำให้การและพยานหลักฐานของพระธัมมชโยก่อนว่าเป็นอย่างไร มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ จึงยังไม่สามารถบอกได้ เพราะขณะนี้ ที่เรามีความเห็นสมควรสั่งฟ้องพระธัมมชโย กับพวกที่หลบหนีนั้น เรารับฟังแต่พยานหลักฐานจากดีเอสไอเพียงฝ่ายเดียว จึงต้องพิจารณาคำให้การของผู้ต้องหาควบคู่ไปด้วย ก่อนจะมีคำสั่ง ส่วนเรื่องการค้านประกันตัวต่อศาลหรือไม่ จะต้องพิจารณาหลายอย่างประกอบเช่นกัน"

 

       ครับ..ก็ต้องทำความเข้าใจกันให้ดี ภาษากฎหมาย ก็เหมือนภาษาเศรษฐกิจ มีเงื่อนไขเสมอ ฉะนั้น ฟังคำพูดที่รัดกุม แต่ไปเข้าใจแบบกระเดียด จะปวดใจตัวเอง! แต่นี่ปวดใจกว่า.......อยากบอกไปถึงโฆษกธรรมกาย หลังผมดูและฟังรายการคุณจอมขวัญ จากไทยรัฐทีวี ช่อง ๓๒ เช้าวาน

สิ้นยุคกระเบื้องลอย น้ำเต้าจม!!! "ป๋าเปลว"ฟันธง เก็บฉากอำนาจเก่า เตือน!!!"ธรรมกาย"ไม่บังควรอ้าง"พระราชกุศล"บังหน้า ปลุกระดมกำแพงมนุษย์???

        คุณโฆษกเอกจะอ้างอะไรเป็นเหตุในการระดมสาวกธรรมกายเป็นหมื่น-เป็นแสนคน ให้ไปรวมตัวกันที่วัด ก็อ้างไปเถอะ แต่ขอติง และเห็นว่าไม่สมควร......ที่อ้างในการระดมสาวกมาเป็น "กำแพงมนุษย์" ให้ธัมมชโย ว่า เป็นการสวด "ธัมมจักกัปปวัตนสูตร" ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" บ้าง  ทำบุญ-สวดมนต์ เนื่องในวาระ "ครบรอบ ๕๐ วัน" แห่งการสวรรคตบ้าง  ให้มาสวดกันตลอดวัน-ตลอดคืน ๒๔ ชั่วโมงต่อเนื่อง

 

       แรกๆ ก็ ล้านจบ เพิ่มเป็น ๒ ล้านจบ แล้วก็เพิ่มไปเรื่อย จาก ๒ ล้านจบ เป็น ๔ ล้าน ๕ ล้าน จบ  ตอนนี้ เพิ่มเป็น ๑๑.๑๑ ล้านจบ .......... อ้างบุญ อ้างปฏิบัติธรรม ยกคำว่า "ถวายเป็นพระราชกุศล" ขึ้นเป็นยันต์บังหน้า ระดมสาวกมาเป็นองครักษ์ธัมมชโย ไปจนถึงสิ้นปี ๒๕๕๙! จะสวดอะไร ก็เรื่องพวกคุณ แต่...อย่ายกคำว่า "สวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล" ขึ้นมาอ้างเลย มันผิดกาล-ผิดเวลา-ผิดสถานที่ มองอย่างไรก็ไม่เห็นสัตย์จริงในเจตนา

 

และนี่...ถือว่า กัลยาณมิตร "เตือน" แล้วนะ!

สิ้นยุคกระเบื้องลอย น้ำเต้าจม!!! "ป๋าเปลว"ฟันธง เก็บฉากอำนาจเก่า เตือน!!!"ธรรมกาย"ไม่บังควรอ้าง"พระราชกุศล"บังหน้า ปลุกระดมกำแพงมนุษย์???

 

 

 

 

เรียบเรียงโดยศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูลเปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์