เดินหน้าลุย !!! "บิ๊กต๊อก"สั่งดีเอสไอร่วมมือตำรวจจับ"ธัมมชโย" ชี้ไม่ใช่คนวิเศษ ไม่มีสิทธิ์ได้รับการละเว้นหมายจับ !!??!!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการติดตามตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาในคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร สืบเนื่องจากการรับเช็คบริจาคสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ตนเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ ทราบว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนเป็นผู้ดูแลเรื่องการจับกุมตัว จึงสั่งให้พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช. ) และอัยการ ให้ร่วมกันวางแผนให้เรียบร้อย เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพราะต่างก็มีหมายจับเช่นเดียวกัน ในวันนี้( 28 พ.ย.) อธิบดีดีเอสไอจะมีการประชุมและคงต้องมีรายงานมายังตน หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีก็ถึงเวลาที่ดีเอสไอต้องทำงานต้องหาวิธีจัดการ รวมถึงต้องพูดคุยกับวัดให้เข้าใจ เพราะไม่ได้อยากใช้มาตรการที่ผิดปกติ ส่วนตัวพระธัมมชโยนั้นเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังอยู่ภายในวัด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ต้องไปยืนยันกับศาลเพื่อขอหมายค้นต่อไป

เดินหน้าลุย !!! "บิ๊กต๊อก"สั่งดีเอสไอร่วมมือตำรวจจับ"ธัมมชโย" ชี้ไม่ใช่คนวิเศษ ไม่มีสิทธิ์ได้รับการละเว้นหมายจับ !!??!!

รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกำหนดเวลาดำเนินการจับกุมว่า ไม่อยากให้ระบุว่าเป็นเส้นตาย และไม่ได้มีการสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่เมื่อถึงเวลาทำงานก็ต้องทำให้เสร็จ ต้องวางขั้นตอนให้ดีเพราะอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องแล้วเป็นหน้าที่ของดีเอสไอต้องทำต่อ ต้องไปคุยกับอัยการว่าจะดำเนินการอย่างไร จะมอบตัวที่ไหน รวมถึงอำนาจการคัดค้านประกันเพราะขณะนี้คดีอยู่ในชั้นของอัยการแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีที่ตำรวจกำหนดเวลาดำเนินการภายในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ หากตำรวจได้ตัวก่อนก็ถือเป็นเรื่องดี สามารถประสานการทำงานร่วมกัน โดยดีเอสไอสามารถไปอายัดตัวต่อได้ เพราะเป็นผู้ต้องหาคนเดียวกัน

 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงความเป็นห่วงเรื่องกระแสมวลชนว่า เรื่องดังกล่าวได้เห็นตั้งแต่การเข้าค้นในครั้งแรก ซึ่งต้องกังวลเป็นธรรมดาเพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ครั้งก่อนนายกรัฐมนตรีก็เคยสั่งการว่าอย่าให้เลยเถิดไปปัญหาอื่น ๆ ซึ่งคำสั่งการดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้ได้ต่อ และเป็นสิ่งที่ตนได้ย้ำว่าต้องไปคุยกับฝ่ายของวัด ผู้ปกครองฝ่ายสงฆ์ให้ดี การที่จะบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงพูดไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าเกิดขึ้นจริง ๆ มีการอ้างว่ามาทำกิจกรรมแต่กิจกรรมที่ทำไม่สอดรับกับเจตนา มีการขัดขวางการจับกุม

เดินหน้าลุย !!! "บิ๊กต๊อก"สั่งดีเอสไอร่วมมือตำรวจจับ"ธัมมชโย" ชี้ไม่ใช่คนวิเศษ ไม่มีสิทธิ์ได้รับการละเว้นหมายจับ !!??!!

“ อ้างว่ามาทำโน่น ทำนี่ แต่มันก็เกิดลักษณะการไม่ให้ความร่วมมือ จนมีการฟ้องร้องคนที่ขัดขวางการจับกุม ทุกคนก็เห็นภาพว่าเจตนากับกิจกรรมที่อ้างสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ หากเป็นปกติก็ต้องให้ความร่วมมือ ใครผิดก็หลีกทางให้จับ กิจกรรมก็ทำกันไป ทุกองค์กร ทุกสถานที่ก็เป็นแบบนี้ แต่ครั้งนั้นพฤติกรรมที่ทำส่อถึงอะไรคงไม่ต้องบอก เจ้าหน้าที่อะลุ่มอล่วยเต็มที่ เมื่อไม่ได้ก็ออก ทั้งที่เตรียมกำลังไว้แล้ว แต่เพราะดูแล้วมันไม่ใช่การทำกิจกรรมแบบที่อ้าง แต่ประเมินแล้วว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ หากทำต่อก็จะกลายเป็นอีกเรื่องทันที. การดำเนินการหลังจากนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่เท่าเทียมกัน ไม่มีใครมีสิทธิได้รับการละเว้น ถามว่าต้องหาบุคคลวิเศษขนาดไหนที่จะไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ได้ ในเมื่อไม่มีดีเอสไอก็ต้องทำ หากไม่ทำก็จะเป็นการแสดงว่ามีคนวิเศษเกิดขึ้น มีการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมยังต้องปฏิบัติกับบุคคลอื่นด้วย หากผู้ต้องหาอื่นหาข้ออ้างแบบนี้ จะตอบกันว่าอย่างไร หากทำกรณีนี้ให้เป็นข้อยกเว้นในกระบวนการยุติธรรมมันก็จะกระทบกับคดีอื่นด้วย"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว