ฮิลลารีคลินตันปากว่าตาขยิบยืมมือคนอื่นรื้อนับคะแนนใหม่ !!??!!

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

มหาเศรษฐีวัย 70 ปี ซึ่งจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม 2560 กล่าวต่อไปว่าชาวอเมริกันได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองตามกฎหมาย และการเลือกตั้ง ถือว่าสิ้นสุดแล้ว ทุกฝ่ายควรยอมรับและเคารพผลการเลือกตั้งที่ออกมา ไม่ใช่ การท้าทายและล่วงละเมิด เช่นนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำด้วยว่า คู่แข่งคนสำคัญคือนางฮิลลารี คลินตัน อดีตตัวแทนผู้สมัครของพรรคเดโมแครต ออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเปิดเผยและแสดงความยินดีกับเขาแล้ว เป็นสัญญาณว่าทุกฝ่ายควรมองไปข้างหน้าเพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป ไม่ใช่มัวแต่ย่ำอยู่กับที่เช่นนี้

อย่างไรก็ตาม นายมาร์ค เอเลียส ทนายความส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน เผยว่าทีมงานหาเสียงของนางฮิลลารี คลินตันจะเข้าร่วมในกระบวนการตรวจสอบผลการนับคะแนนเลือกตั้งของรัฐวิสคอนซิน โดยอาจรวมถึงในรัฐเพนซิลเวเนียและรัฐมิชิแกนด้วย หากมีการยื่นคำร้องเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เอเลียสยืนยันว่านับตั้งแต่ผ่านพ้นการเลือกตั้งที่ล่วงเลยมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ทีมงานของนางฮิลลารี คลินตัน ไม่มีแผนการยื่นคำร้องต่อรัฐใดเพื่อขอให้มีการตรวจสอบผลการนับคะแนน เนื่องจากตรวจสอบกันเองแล้วไม่พบสัญญาณบ่งชี้ความไม่ชอบมาพากลกับทั้งระบบลงคะแนนและนับคะแนนที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะ นางฮิลลารี คลินตัน ด้วยคะแนนที่เฉียดฉิวในทั้ง 3 รัฐซึ่งล้วนอยู่ในกลุ่มสวิงสเตท ด้วยส่วนต่าง 70,010 คะแนนที่รัฐเพนซิลเวเนีย 10,704 คะแนนที่รัฐมิชิแกน และที่รัฐวิสคอนซิน 27,257 คะแนน ซึ่งนางฮิลลารี คลินตัน ต้องพลิกกลับมาชนะให้ได้หมดทุกรัฐจึงจะสามารถรวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้งแซงหน้านายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ แต่ผู้สันทัดกรณีจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นไปได้ค่อนข้างยาก แต่งานนี้ต้องดูกันว่า ฮิลลารี คลินตัน เป็นพวกปากว่า ตาขยิบหรือเปล่า กับการรื้อ การนับคะแนนครั้งนี้ เพราะหลายฝ่ายมองกว่า มีเบื้องลึก เบื้องหลัง การสั่งการ ให้ทางด้าน นางจิล สไตน์ จากพรรคกรีน เป็นผู้ออกหน้า เพราะตัวเองกลัวเสียรังวัด เนื่องจากประกาศยอมรับผลการเลือกตั้งไปแล้ว ถ้ามาพลิกลิ้นอีกตลบ ก็กลัวว่าจะเสียที เสียท่า และอาจจะเสียคะแนนนิยมอีกด้วย ดังนั้นจึงขอยืมมือคนอื่นนั่นเอง