- 01 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ชาติไทยก็จะบังเกิดขึ้นอีกครั้ง กับวาระอันเป็นมิ่งมหามงคล เมื่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) , พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เฝ้าฯ
โดยนายพรเพชร ประธานสนช. จะเป็นผู้กราบบังคมทูลเชิญองค์รัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีสืบต่อไป
อย่างไรก็ตามแม้ว่ากับวาระมหามิ่งมงคลนี้ ก็ยังมีสื่อต่างประเทศบางสำนักก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯอันเป็นเคารพรัก เทิดทูนยิ่งของคนไทย และเป็นเหตุทำให้ เพจเฟสบุ๊ก Anthony Cartalucci นักวิชาการที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับการเมืองปกครอง ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นชาวต่างชาติที่ให้ความเคารพสถาบันเบื้องสูงของไทยอย่างมาก ถึงกับทนไม่ไหวต้องออกมาโพสต์ตอบโต้ด้วยข้อความดังนี้
“The reign of Thailand's next King is Thailand's own business... การขึ้นครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ไทยองค์ใหม่ ถือเป็นเรื่องกิจการภายในของประเทศไทย
ต้องย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นธุระกงการอะไรของสื่อต่างประเทศ ที่ทำงานรับใช้ล็อบบี้ยิสต์ให้ปลุกระดมโจมตีทำลายชื่อเสียงประเทศไทยมาโดยตลอด ซึ่งรวมถึงกลุ่ม NGO จอมปลอมรับเงินต่างชาติมาทำร้ายประเทศไทย และทูตบางประเทศด้วยที่ไม่หวังดีต่อประเทศไทย
สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเป็นสถาบันที่เก่าแก่ยาวนานมากว่า 700 ปี โดยราชวงค์จักรีในปัจจุบันมีอายุกว่า 230 ปี ประเทศไทยไม่จำเป็นที่จะต้องรับฟังคำแนะนำจากประเทศเหล่านี้ เพราะตอนที่สถาบันกษัตริย์ไทยสร้างประเทศไทยขึ้นมา ประเทศเหล่านี้ยังไม่เกิดด้วยซ้ำ
The reign of Thailand's next King is Thailand's own business...
...NOT the foreign media which consists of despicable lobbyists and agitators, nor foreign ambassadors and their various proxies and fake NGOs.
The Thai monarchy is an institution over 700 years old, the current dynasty over 230 years old, it doesn't need advice or criticism from nations that didn't even exist when it first formed in what is now Thailand.
ขณะที่ก่อนหน้านั้น เพจเฟสบุ๊ก Anthony Cartalucci ได้เคยออกมาตำหนิกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อสถาบันเบื้องสูงของไทย ว่า “ As Thailand Mourns in Black, the Opposition Turns Green With Envy...การถวายความอาลัยต่อในหลวงของคนไทยที่ติดสัญลักษณ์สีดำทั้งประเทศ เริ่มทำให้ฝ่ายตรงข้ามหน้าเขียวและออกอาการบ้าคล้่งด้วยเพราะอิจฉาสถาบันพระกษัตริย์ที่เป็นศูนย์รวมใจของคนทั้งชาติ
การสร้างความเคารพนับถือนั้นทำได้ยากและต้องใช้เวลา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อคนไทยทุกคน จนได้ความเคารพรักจากไทยอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะการทำงานหนักของพระองค์
ตอนที่พระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว อาจจะจริงที่ว่า คนไทยเคารพในหลวงรัชกาลที 9 เพราะพระองค์เป็น "พระมหากษัตริย์" แต่ในวันนี้ เมื่อมองย้อนไปถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ทรงทำงานหนักและสร้างการเปลี่ยนแปลง/พัฒนาประเทศไทยมากมายในทุกๆด้าน มันชัดเจนแล้วว่าทุกวันนี้คนไทยเคารพ ในหลวง รัชกาลที่ 9เพราะพระองค์คือ " พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช" ผู้ทรงทำงาานหนักมาเพื่อคนไทยทั้งชีวิต
ดังนั้น ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาที่ยากลำบากของคนไทยที่รู้สึกอาลัยต่อการจากไปของในหลวง ผู้ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำงานหนักที่สุดในโลก เห็นได้จากโครงการพัฒนาต่างๆกว่า 4,400 โครงการ ที่ยากจะหาใครทำได้
ซึ่งรูปธรรมในการพัฒนาด้านต่างๆเหล่านี้ ก็เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ที่จะยอมรับเช่นกันว่า พวกเขานั้นเป็นพวก "ไม่มีตัวตน" (they are nobodies ไม่เคยทำอะไรที่มีประโยชน์เพื่อสังคม ไม่มีคนจดจำ เพราะพวกเขาไม่เคยทำอะไรเลย นอกจากหลงตัวเองว่าเป็นคนสำคัญเท่านั้น แต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เลย ...”
เรียบเรียงข่าว : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
