“เปลว สีเงิน”ฟันธง"ชิตังเม"ยกครอก!!! ได้กลิ่นตำรวจสึกโจรคลุมเหลือง ถลกจีวร“ธัมมชโย”อลัชชีลวงโลก วิบัติสงฆ์ ความเสื่อมทรามบ้านเมือง???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

เรื่องของพระแท้กับเหลืองเทียม

 

       จำไม่ได้ว่า นานกี่สิบปีแล้ว ที่ผมไม่ได้ทำบุญ-ตักบาตรพระตอนเช้าเลย! พอดี "คุณสุวัจน์-พลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ" บอกว่า "หลวงพ่ออินทร์ถวาย" วัดป่านาคำน้อย อุดรธานีนำหมู่สงฆ์มาโปรดสัตว์ รับอาหารบิณฑบาต ที่หาดทราย หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนฯ หัวหิน ในวันสู่รัชกาลใหม่โอกาสทำบุญตักบาตรบ่อยๆ สำหรับคนอื่นมี แต่สำหรับผม ที่จะได้ใส่บาตรหมู่สงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญประเสริฐเช่นนี้ แทบไม่มีเลย จึงไม่รอช้า ชวนคุณมกร์ รุ่งกมล เจ้าของโรงพิมพ์กรุงเทพไปทำบุญตักบาตรพระตอนเช้าด้วยกันทันที ก็เอาบุญมาฝากครับ.......

       ทุกท่านร่วมอนุโมทนาเอาละกัน หลวงพ่ออินทร์ถวายรับอาหารบิณฑบาตเสร็จ ท่านก็เดินทางจากหัวหิน ไปสนามบินสุวรรณภูมิทันที ผมนมัสการถาม "หลวงพ่อจะเดินทางไปที่ใดครับ?"ท่านบอก "นำหมู่สงฆ์เดินทางไปสถานทูตไทยประจำปากีสถาน"

       คือ ในวาระครบรอบ ๕๐ วัน แห่งการเสด็จสวรรคต "นายสุชาติ เลียงแสงทอง" พร้อมด้วยข้าราชการสถานทูตและคนไทยที่นั่น นิมนต์ท่านไปเพื่อทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ"

เมื่อวาน (๑ ธ.ค.๕๙) ผมดูตามเว็บ เห็นหลวงพ่อพร้อมพระศิษย์อีก ๕ รูป ออกรับบิณฑบาตที่สถานทูตไทยในปากีฯ ก็ปลื้มใจแทนคนไทยที่นั่น ห่างไกลถึงปานนั้น ยังมีหมู่สงฆ์ประเสริฐ ไปเป็นเนื้อนาบุญให้ถึงดินแดนนั้น!

“เปลว สีเงิน”ฟันธง"ชิตังเม"ยกครอก!!! ได้กลิ่นตำรวจสึกโจรคลุมเหลือง ถลกจีวร“ธัมมชโย”อลัชชีลวงโลก วิบัติสงฆ์ ความเสื่อมทรามบ้านเมือง???

       สำหรับหลวงพ่ออินทร์ถวาย ในแต่ละโอกาส นอกจากแสดงธรรมสมควรแก่กาลแล้ว ท่านยังเหมือนกำหนดรู้จริตผู้ฟังธรรม จึงเลือกหมวดธรรมที่เหมาะแก่บุคคลได้เหมาะเจาะ เพราะเหตุนั้น..........ผู้ใด หมู่คณะใด ได้ฟังโอวาทธรรมจากท่าน จะเหมือนคนป่วยไข้ที่ได้ยาตรงโรค ดื่มกินปุ๊บ หมายถึงนำไปใคร่ครวญแล้วปฏิบัติตามนั้นปั๊บ อาการป่วยจะหายวัน-หายคืน เป็นอัศจรรย์ ถึงปานนั้น สังเกตได้ จากที่ทั่วๆ ไป เวลาฟังเทศน์-ฟังธรรม ก็นั่งฟังกันอยู่หรอก ขณะมือพนม แต่ใจล่องลอยไปร้อยรอบจักรวาล จดจ่ออยู่อย่างเดียว

"เมื่อไหร่จะ เอวัง ก็มี ด้วยประการะ ฉะนี้ ซะทีนะ?"

       แต่กับหลวงพ่ออินทร์ถวาย มีแต่คนจดจ่อรอฟังว่า วันนี้หลวงพ่อจะยกธรรมะข้อไหน เรื่องใดขึ้นมากล่าวสอน เมื่อฟังจบ ก็เหมือนคนที่เข้าไปดูหนังในโรงด้วยกัน ทั้งที่ดูด้วยกัน เรื่องเดียวกันแท้ๆ ออกมาแล้ว ก็ยังต้องมานั่งพูดกัน-คุยกัน ในประเด็นที่ "เข้าถึงจริต" ตัวเอง!

       สำหรับหลวงพ่ออินทร์ถวาย พูดเข้าใจกันง่ายๆ ท่านเป็นพระป่า มุ่งปฏิบัติ-มุ่งสอน เน้น "ศีล-สมาธิ-ปัญญา" เมื่อ "พระหลวงตามหาบัว" วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี ละสังขารไปแล้ว หลวงพ่ออินทร์ถวาย ถือเป็นพระผู้สืบทอด "กิจสอน-กิจสงฆ์"เสร็จโอวาทธรรม หลวงพ่อปรารภเรื่องการสร้าง "พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)" ทำให้ผมได้ทราบว่า เงินทองมีกองมากมาย แต่ยังติดขัดด้านลงมือดำเนินการหลวงพ่อปรารภ ภายใน ๓-๕ ปีนี้ ควรต้องให้เสร็จ ผมจึงกราบแล้วปวารณากับท่านว่า สิ่งใดอยู่ในวิสัยที่ผมทำได้ ขอรับใช้หลวงพ่อ

“เปลว สีเงิน”ฟันธง"ชิตังเม"ยกครอก!!! ได้กลิ่นตำรวจสึกโจรคลุมเหลือง ถลกจีวร“ธัมมชโย”อลัชชีลวงโลก วิบัติสงฆ์ ความเสื่อมทรามบ้านเมือง???

       ก็เล่าสู่กันฟังน่ะครับ...........!เพราะช่วงนี้ เรื่องพระอื้ออึง-อื้อฉาวในด้านที่ทำให้พุทธบริษัทใจแฟบ ก็หยิบยกพระผู้เป็นเนื้อนาประเสริฐมาพูดคุยให้ใจฟูกันบ้าง อย่างน้อย ก็จะทำให้ระลึกได้ว่า "พระดี" มีมากกว่าคนเลว ที่เอาผ้าเหลืองคลุม ให้คนหลงว่าเป็นพระ สังคม "รากลอย" น่ะ พระสอนดี ไม่ชอบพูดถึง แต่กับพระหลอกดีน่ะ ชอบกันจัง แสวงหากันควั่ก

       อย่างธัมมชโย ในจิตส่วนลึกของคนส่วนใหญ่ ต่างรู้ว่า ณ เวลานี้ ธัมมชโย ไม่ใช่พระแล้ว เป็นอลัชชี ผู้ประพฤตินอกจารีต นอกพระธรรมวินัย เป็นคนหยาบบาปหนา ไม่เพียงสิ้นศีล ยังสิ้นยางอาย เอาผ้าเหลืองพันตน หลอกลวงผู้คนและตัวเองไว้เท่านั้น แต่ก็ยังหลง พากันไปเป็นองครักษ์พิทักษ์โจรคลุมเหลือง!?  คน "สิ้นศีล-สิ้นยาง" คนเดียว ไม่เพียงสร้างความวิบัติ-มัวหมองให้คณะสงฆ์ไทยเท่านั้น ยังสร้างความเสื่อมทรามให้ระบบบริหารและปกครองของบ้านเมืองด้วย

       ก็ดูซี....เดือดร้อนกันไปหมด! พุทธศาสนาน่ะ ไม่เดือดร้อนหรอก เพราะเป็นทอง เย็น-ก็เป็นทองแท่ง, ร้อนก็เป็นน้ำทอง

คนตะหากที่เดือดร้อน เดือดร้อนทั้งพระ ทั้งรัฐบาล ทั้งชาวบ้าน ทั้งตำรวจ ทั้งทหาร กระทั่งหมา-แมวตามวัด ก็ยังพลอยเดือดร้อน! ก่อนหน้า ดีเอสไอเป็นหนังหน้าไฟ จนไหม้เกรียม ด้วยว่า "ท่าดี-ทีเหลว" ตอนนี้ ตำรวจเข้ามาเป็นหนังอีกผืนขึงหน้าไฟนรกจานบิน เส้นตายขีดกันจนคนขีดจะตายเองอยู่รอมร่อ อย่าว่าแต่จับตัวสมีโยให้ได้เลย

“เปลว สีเงิน”ฟันธง"ชิตังเม"ยกครอก!!! ได้กลิ่นตำรวจสึกโจรคลุมเหลือง ถลกจีวร“ธัมมชโย”อลัชชีลวงโลก วิบัติสงฆ์ ความเสื่อมทรามบ้านเมือง???

       เอาแค่ว่า ............ณ ขณะนี้ สมีโยยังอยู่ในจานบิน หรือลากตีนบินไปชิตังเมที่ไหนแล้ว ก็ไม่มีใครกล้ายืนยัน!ขนาดโฆษกหัวดำกับหัวโล้นของจานบิน ยังยียวนกวนบาทา บอกว่า ๖ เดือนแล้ว ไม่ได้พบหลวงพ่อ ไม่รู้หลวงพ่ออยู่ไหน รู้แต่ว่า "พระเดชพระคุณหลวงพ่ออยู่ในใจ"! พูดแบบนี้ อยากให้ไปพูดที่มาลินสกาย ให้พี่บอลฟังซักหน่อย รับรอง...ไม่แค่โป้ง..รวย

       โป้งเดียว ให้ทรุดไปเลย! เส้นตายให้มอบตัว ก็ตายแต่เส้นไปแล้ว คราวนี้ เห็นว่าภายใน ๓ เดือนจับแน่ แต่เห็นขีดเส้นตายอีกแล้ว คราวนี้ไม่เกิน ๑๐ ธันวาต้องมามอบ ถ้าไม่มอบอีก ตำรวจจะมอบเองหรือยังไงก็ไม่ทราบ แต่ฟังที่พูด ดูขึงขังท่าจะเอาจริง นัยว่า ดีเอสไอขอกำลังตำรวจตั้ง ๖-๗ กองร้อย ทั้งทีมแพทย์ ทีมพยาบาล ทีมสื่อสาร ทีมเก็บกู้วัตถุระเบิด กระทั่งทีมสุนัขตำรวจและเฮลิคอปเตอร์ ก็พร้อมปฏิบัติการตลอด ๒๔ ชั่วโมง!

       ยิ่งฟังท่านรองนายกฯ วิษณุ พูดล่วงหน้าไปถึงอนาคตกาล ว่าจับมา ถ้าไม่ได้ประกัน จะเอาเข้าคุก-เข้าตะราง "ทั้งพระ" ไม่ได้ ต้องจับสึกก่อน อาจมีทั้งคนงงและคนสงสัย จะยังไงกัน? ความจริงคุยกันไปหลายครั้ง ประเด็นพระถูกจับ จะเอาเข้าคุก-ตะรางนี่น่ะ ยก พ.ร.บ.คณะสงฆ์มาให้ดูก็ได้ ทั้งตัวอลัชชีและตัวสาวก จะได้เตรียมชุดถูก

       มาตรา ๔๒ พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว ให้เจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนือตน แล้วแต่กรณี รับมอบตัวไว้ควบคุม ถ้าเจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่ยอมรับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนและเจ้าอาวาสวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนือตน แล้วแต่กรณี เชื่อว่าพระภิกษุรูปนั้นจะหลบหนี หรือพระภิกษุรูปนั้น ไม่ได้สังกัดวัดใดวัดหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้..ฯลฯ.....

       มาตรา ๔๓ เมื่อจะต้องจำคุก กักขังหรือขัง พระภิกษุรูปใด ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล มีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น"

“เปลว สีเงิน”ฟันธง"ชิตังเม"ยกครอก!!! ได้กลิ่นตำรวจสึกโจรคลุมเหลือง ถลกจีวร“ธัมมชโย”อลัชชีลวงโลก วิบัติสงฆ์ ความเสื่อมทรามบ้านเมือง???

 

       สรุป คือ ในกรณีนี้ ถ้าจับสมีโย และไม่ได้ประกัน ไม่มีปัญหายุ่งยากอะไรเลย ตำรวจนั่นแหละ กระชากผ้าเหลืองห่อโจรออก เอาตัวยัดห้องขังเลย ไม่ต้องลากไปให้พระวัดไหนสึกให้หรอก! ความจริง ยังมีมาตราให้จับสึกภายใน ๓ วันบ้าง ภายใน ๒๔ ชั่วโมงบ้างอยู่อีก แต่นั่น เป็นกรณีตามขั้นตอนศาลสงฆ์ ที่มีมหาคณิสสรเป็นเหมือนผู้พิพากษาด้วยกฎนิคหกรรม แต่มหาเถรสมาคม โดย "วัดพี่-วัดน้อง" ไม่นำพาสมีโยเข้าสู่กระบวนการศาลสงฆ์ จนเรื่องไปถึงขั้นสมีโยตกเป็นผู้ต้องหาตามกฎหมายบ้านเมือง แบบนี้ ถ้าจับตัวได้ ก็เข้า พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา ๔๒-๔๓ ตำรวจ "สึกโจร" ในคราบพระได้เอง!

       ทำไมให้ตำรวจจับพระสึกได้?  คำตอบก็ง่ายๆ ก็คือ ไอ้คนนั้น มันใช่พระที่ไหนล่ะ มันอลัชชี คือโจรบ้าน-โจรเมือง-โจรศาสนา โกนหัวโล้น เอาผ้าเหลืองคลุมลวงโลกไว้เท่านั้น

       ฉะนั้น แค่กระชากผ้าเหลืองออก เนื้อในมันก็โจรดีๆ นี่เอง แล้วจะต้องให้ไป "ลาสิกขา" คือบอกลาการถือศีล ๒๒๗ ข้อที่ไหนล่ะ ในเมื่อมันไม่มีศีลซักข้อ คนไม่มีศีล ลวงโลกว่ามีศีล สิ่งต้องได้รับ คือ "โซ่ตรวน"!

       ความจริงตำรวจรู้กฎหมายทะลุ-ปรุโปร่ง ขึ้นอยู่แต่ว่าจะแกล้งโง่หรือแกล้งฉลาดตอนไหน-กับใครเท่านั้น ตอนนี้ ท่านฉลาดกฎหมาย ถึงขั้นเตือน "ทัตตชีโว" เจ้าอาวาสจานบิน ด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๙ ที่ว่า"ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

แบบนี้ก็......... ชิตังเม "ยกครอก" เลยนะเนี่ย!

“เปลว สีเงิน”ฟันธง"ชิตังเม"ยกครอก!!! ได้กลิ่นตำรวจสึกโจรคลุมเหลือง ถลกจีวร“ธัมมชโย”อลัชชีลวงโลก วิบัติสงฆ์ ความเสื่อมทรามบ้านเมือง???

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์