ถึงเวลาที่คนทั้งประเทศจะต้องทบทวนจริงจัง !! หยุด !!! จุนเจือ-หยุด !!!บริจาคองค์กร UNHCR ช่วยเหลือพวกหมิ่นเจ้าล้มสถาบันฯ !!?!! (มีคลิป)

ติดตามข่าวสาร www.tnews.co.th

ท่ามกลางความปีติของคนไทยกับข่าวมหามิ่งมงคลกับการขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 10  แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจลืมได้ก็คือการเคลื่อนไหวของผู้มีพฤติการณ์บังอาจคุกคาม  จาบจ้วง  ล่วงละเมิด   สถาบันเบื้องสูงในราชวงศ์จักรี  

ซึ่งตอนนี้นั้นยังคงมีร่องรอยเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในโลกโซเชียลมีเดีย  แม้จะเป็นส่วนน้อยนิดเมื่อเทียบกับความจงรักภักดีของคนไทยทั้งแผ่นดินและทั่วโลกหลายสิบล้านคน

 

ล่าสุด  นายสมชาย แสวงการ  สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ได้โพสต์ถึงองค์กรอย่าง  สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ  หรือ  UNHCR  อีกครั้ง  ด้วยข้อความว่า   

“ อย่าโลกสวย ...  UNHCR  ดำเนินการช่วยเหลือส่งผู้ต้องหาอาญาของไทย ที่หนีไปพักพิงในเขมร แบบรู้ทั้งรู้ว่า ไอ้ตั้ง อาชีวะ ไม่ได้เป็นผู้อพยพลี้ภัยตามหลักสากลอะไร  แอบขยิบตาส่งมันไปเสวยสุขที่นิวซีแลนด์ โดยเงินของคนบริจาค  หยุดคิดบริจาค และสนับสนุน UNHCR จนกว่า จะดำเนินการเรื่องการช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ที่สมควรช่วยเหลือ หาใช่เอาเงินบริจาคจากคนไทย ไปช่วยพวกหมิ่นเจ้าล้มสถาบันฯ “

ทั้งนี้กับแนวคิดดังกล่าวได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นด้วยและสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เพราะมองว่าแนวคิดของ UNHCR  กับการกระทำเป็นเรื่องสวนทางกันอย่างชัดเจน

ก่อนหน้านั้นนายสมชายได้เคยนำเสนอพฤติการณ์หยาบช้าของ “ตั้ง อาชีวะ”  ในเพจเฟซบุ๊กว่า  “  เห็นคลิปไอ้เลว ตั้ง อาชีวะ หมิ่นสถาบัน ออกมาซ่าโพสท์ด่าคนไทยรักสถาบันฯ เยาะเย้ย ถากถาง. มาตรา112 และคนไทยที่จงรักภักดี เเล้วทั้งสมเพชเเละเห็นว่า การกดดันทางสังคมต่อนิวซีเเลนด์ที่คนไทยที่นั่นไปกระทำหรือการขอเอาตัวกลับมาลงโทษ จากรัฐบาลนิวซีเเลนด์ที่ไร้ผลนั้น คงต้องมีมาตรการใหม่ที่ต้องส่งผล

1)คงต้องกลับไปย้อนทบทวนกระบวนการส่งตัวที่ผิดกฎหมายของunhcrที่ส่งตัวนายเอกภพในฐานะผู้ลี้ภัยจากกัมพูชา ที่ผิดกฎเกณท์ให้ทูตนิวซีเเลนด์ได้รับทราบอย่างเป็นทางการ และให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อการปฏิบัติในการตรวจรับเข้าเป็นผู้ลี้ภัยนิวซีเเลนด์อย่างผิดกฎหมายเเละไร้มาตรฐานที่ถูกต้อง

2)ทบทวนการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนทางการเงินต่อunhcrเพราะไทยมีค่าใช้จ่ายที่ต้องบริจาคให้ UNHCR  ทุกปีๆละหลายหมื่นเหรียญ เพื่อดูแลผู้ลี้ภัยสงคราม เเต่มิใช่ผู้กระทำผิดกฎหมายอาญาไทย ระงับการสนับสนุนใดๆไว้จนกว่าเรื่องนี้จะได้รับการเเก้ไขให้ถูกต้อง.

เพราะเมื่อขั้นตอนที่ UNHCR กัมพูชา กระทำการส่งแบบไม่ถูกต้อง. ก็ต้องส่งกลับคืนมาที่กัมพูชาหรือยกเลิกการให้สิทธิพลเมืองเเบบผิดๆนั้น  ทราบว่าผู้มีหน้าที่พยายามกันอย่างเต็มที่แล้ว. เเต่ยังเห็นว่า สำหรับกรณีนายเอกภพยังสามารถเอาตัวกลับมาดำเนินคดีได้. ถ้าเพิ่มความพยายามมากกว่านี้ทุกทาง และที่สำคัญในยามที่คนไทยกำลังอยู่ในภาวะโศกเศร้า ยังออกมาเยาะเย้ยรัฐบาลไทย คนไทยอีก.

ทั้งนี้กับข้อมูลของ UNHCR  ระบุสถานะองค์กรว่ามี    จุดประสงค์ เพื่อให้ความคุ้มครองและปกป้องสิทธิและความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัย  เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าทุกๆคนมีสิทธิในการขอลี้ภัย และได้รับความปลอดภัยในประเทศอื่น หรือกลับบ้านโดยสมัครใจ โดยในการช่วยผู้ลี้ภัยให้ได้กลับบ้าน หรือตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม

นอกจากนี้  UNHCR  ยังระบุด้วยว่า  เป้าหมายสำคัญคือ  พยายามที่ลดสถานการณ์การถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานโดยสนับสนุนให้รัฐและสถาบันอื่นๆ สร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และทางออกที่สันติภาพของข้อพิพาท ในทุกกิจกรรมของหน่วยงานผู้ลี้ภัยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความต้องการของเด็กและพยายามที่จะส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

ส่วนนิยามของบุคคลที่ UNHCR  จะให้ความช่วยเหลือประกอบด้วย

 

1.ผู้ลี้ภัยจากสงครามและความขัดแย้งคือกลุ่มคนหลักที่เราให้การดูแลในทุกๆแห่งของโลก

 

2. บุคคลไร้สัญชาติหลายล้านคนถูกจำกัดสิทธิทางกฎหมายขั้นพื้นฐานต่างๆจากการไม่มีสัญชาติ

 

3.ผู้พลัดถิ่นในประเทศตนเองแสวงหาความปลอดภัยในพื้นที่ต่างๆของประเทศตนเอง และต้องการความช่วยเหลือ

คำถามก็คือสถานะของ “ตั้ง  อาชีวะ”   ที่เคยขึ้นเวทีคนเสื้อแดงและแสดงพฤติการณ์จาบจ้วง   ล่วงละเมิด  สถาบันเบื้องสูง   อันเป็นที่เคารพรักของคนไทย  อยู่ในสถานะใดที่  UNHCR   ซึ่งเข้ามาจัดตั้งเป็นองค์กรในประเทศไทยเมื่อปี  2518  

เพื่อให้ความช่วยเหลือและให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยที่พักพิงในค่ายที่พักพิงชั่วคราวในประเทศตามคำเชิญของรัฐบาลไทย   ถึงเลือกสนับสนุนให้กระทำการอันมิบังควรต่อสถาบันที่มีความสำคัญยิ่งต่อประเทศไทย  ... แต่สิ่งสำคัญยิ่งต้องไม่ลืมว่า "ตั้ง อาชีวะ"  ไม่ได้ถูกบีบบังคับให้ออกจากประเทศในฐานะผู้ลี้ภัย  เนื่องจากสงคราม  ความขัดแย้ง  และ ความรุนแรง  แต่   "ตั้ง อาชีวะ "  คือ ผู้ต้องหาหนีคดีอาญามาตรา  112