- 03 ธ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th
โคตรอภิสิทธิ์ชน!!! หนีหมายจับ3 ใบ-ไม่สนเส้นตาย แต่เมื่อเข้าตาจนเมื่อถูกรุกหนัก "ธัมมี่" กลับขู่ฝ่ายบ้านเมือง "ต้องได้ประกัน" ขณะ DSI โบ้ยเป็นอำนาจอัยการ พร้อมเตรียมประชุมมาตรการกดดันรักษาการเจ้าอาวาสวัด ชี้หากยังบ่ายเบี่ยงโดนคดีด้วย
วันนี้ (3 ธ.ค.) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงข้อเสนอจากการเจรจาครั้งล่าสุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมคณะไปกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อดำเนินการให้ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มอบตัวในคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรว่า การเจรจาของ พศ. ยังไม่ยุติ หลังจากนี้ได้รับการประสานว่า นายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ.จะต้องเข้าไปหารือกับวัดอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน ในส่วนของดีเอสไอที่เดินทางไปด้วยก็เพื่อเข้าไปชี้แจงว่า สิ่งใดที่ทำได้ และทำไม่ได้เท่านั้น การเจรจาเป็นหน้าที่ฝ่ายสงฆ์ ยืนยันว่า "การประตัวคดี" นี้พ้นอำนาจดีเอสไอไปแล้ว และต้องยื่นที่อัยการเท่านั้น
ด้าน นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนคดีฟอกเงิน กรณี พระธัมมชโย รับเช็คบริจาคจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวว่า ข้อเสนอทางวัดที่ระบุว่า "จะมอบตัวแต่มีเงื่อนไขต้องได้ประกันตัวนั้น" ส่วนตัวมองว่าตามขั้นตอนของกฎหมาย อำนาจการให้ประกันตัวไม่อยู่ในชั้นของดีเอสไอแล้ว เพราะขณะนี้คดีอยู่ในชั้นอัยการ ดีเอสไอมีหน้าที่เพียงการนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนแล้วส่งตัวให้อัยการ ซึ่งจะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจว่า จะให้ประกันตัวในชั้นนี้หรือส่งศาลเป็นผู้พิจารณา กรณีได้ตัวผู้ต้องดีเอสไอทำได้เพียงไม่คัดค้านการประตัวเท่านั้น การต่อรองประกันตัวในชั้นนี้จึงเป็นไปไม่ได้
นายขจรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม เห็นว่าควรต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีซึ่งมี 2 แนวทางคือ 1.ขอหมายค้นและเข้าจับกุมตามหมายจับ ซึ่งแนวทางนี้มีความกังวลเรื่องเผชิญหน้ามวลชน เกรงสถานการณ์บานปลายควบคุมไม่ได้ และ 2. การดำเนินการกับคณะสงฆ์ผู้ปกครองและพระในวัด โดยเฉพาะรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายซึ่งมีอำนาจปกครองวัดในขณะนี้มีหน้าที่ต้องส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน หากไม่สามารถทำได้และจำเป็นต้องเข้าค้น พระก็ต้องเป็นผู้นำทางเข้าตรวจค้นด้วย หากไม่ให้ความร่วมมือต้องเอาผิดตามกฏหมายในฐานะเป็นเจ้าพนักงานแต่ไม่ปฎิบัติตามหน้าที่ โดยสัปดาห์หน้าคณะพนักงานสอบสวนจะหารือเพื่อดำเนินการตามแนวทางที่มีอยู่ ทั้งนี้ กรณีการเอาผิดพระที่ไม่ให้ความร่วมมือส่งตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดีนั้น จะแยกคดีกันระหว่างดีเอสไอและตำรวจ
