เปิดรธน.ปี ๒๕๕๐ หลังโปรดเกล้าฯ "พล.อ.ดาว์พงษ์-พล.อ.ไพบูลย์" เป็นองคมนตรีในรัชกาลที่ ๑๐  สัญญาณปรับครม. "ประยุทธ์  ๔ "  อีกไม่นานเกินรอ???

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

นับเนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์  บดินทรเทพยวรางกูร   มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า  โดยที่คณะองคมนตรีได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งองคมนตรีและมีพระราชดำริเห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)  พุทธศักราช  ๒๕๕๗  ประกอบกับมาตรา ๑๒   มาตรา ๑๓   และ มาตรา ๑๓  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช  ๒๕๕๐   จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดังต่อไปนี้

 

๑.พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   เป็นองคมนตรี

๒.นายเกษม  วัฒนชัย    เป็นองคมนตรี

๓.นายพลากร  สุวรรณรัฐ เป็นองคมนตรี

๔.นายอรรถนิติ  ดิษฐอำนาจ  เป็นองคมตรี

๕.นายศุภชัย  ภู่งาม  เป็นองคมนตรี

๖.นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ  เป็นองคมนตรี

๗.พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุก  เป็นองคมนตรี

๘.พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  เป็นองคมนตรี

๙. พล.อ.ธีรชัย  นาควานิช  เป็นองคมนตรี

๑๐. พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา  เป็นองคมนตรี

 

ประกาศ ณ  วันที่  ๖  ธันวาคม พุทธศักราช  ๒๕๕๙  

เป็นปีที่ ๑  ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระราชโองการ

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 

ประธานองคมนตรี

ทั้งนี้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช   ๒๕๕๐   หมวด ๒   พระมหากษัตริย์   มีรายละเอียดเกี่ยวเนื่องกับพระราชอำนาจแต่งตั้งองคมนตรี  ดังนี้    

 

มาตรา ๘ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้  ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้

 

มาตรา ๑๒ พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี   คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้

 

มาตรา ๑๓ การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตําแหน่งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตําแหน่ง

 

ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตําแหน่ง

 

มาตรา ๑๔ องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา

กรรมการการเลือกตั้ง  ผู้ตรวจการแผ่นดิน  กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ   ตุลาการศาลปกครอง   กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน  ข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิก  หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ

 

มาตรา ๑๕ ก่อนเข้ารับหน้าที่องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์

ด้วยถ้อยคํา ดังต่อไปนี้

 “ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะ

จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศ

และประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

 

มาตรา ๑๖  องคมนตรีพ้นจากตําแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตําแหน่ง

 

และเมื่อพิจารณาจากมาตรา ๑๔   ของบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐   ทำให้  พล.อ.ดาว์พงษ์   รัตนสุวรรณ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  และ พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ต้องลาออกจากตำแหน่ง  และนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป

 

โดยทางด้าน   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ   รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  แสดงความเห็นว่า ตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด เพราะเพิ่งทราบเรื่อง อ ย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องที่ดีที่บุคคลในรัฐบาลได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ทำหน้าที่องคมนตรี ส่วนการปรับครม. ก็คงต้องมีต่อไป แต่เบื้องต้นยังไม่ได้หารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)   เพราะนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องดังกล่าวเอง  อย่างไรตามเชื่อว่าในส่วนของงานด้านความมั่นคง คงไม่มีผลกระทบและไม่ต้องมีการปรับเพิ่มเติมแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  ได้ตัดสินใจปรับครม.มาแล้ว 2  ครั้งนับจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้ารายชื่อคณะะรัฐมนตรี  "ประยุทธ์ 1"  เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2557   ต่อมาเมื่อวันที่  18  พ.ย. 2557   ได้ปรับครม. “ประยุทธ์  2 “  โดยการแต่งตั้ง  นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง   และ  นายอำนวย ปะติเส  เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   กระทั่งเมื่อวันที่  19  ส.ค. 2558 มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งครม. "ประยุทธ์  3 "  ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะรัฐมนตรีครั้งสำคัญ  เพราะมีการมอบหมายให้ ดร.สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  มารับผิดชอบทีมงานเศรษฐกิจแทน  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร  เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี   

 

เรียบเรียงข่าว  :  ชัชรินทร์   สำนักข่าวทีนิวส์