- 07 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ วันนี้วันที่ 7 ธ.ค. 2559 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา นายทหารร่างเล็กแต่หัวใจใหญ่เป็นที่รับรู้กันได้ในบรรดาพี่น้องในกองทัพหรือแม้แต่ประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ จากผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์สู่แม่ทัพภาคที่ 1 ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เข้าร่วมกับคสช.ในการยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงประเทศเมื่อเดือน พ.ค. 2557 แล้วหลังจากนั้นแม้จะไม่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เพราะพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ดำรงตำแหน่งเพราะเป็นเตรียมทหารรุ่นพี่รุ่นที่ 14 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายาเป็นรุ่นที่ 15 แต่ก็ยังได้ไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
และที่สำคัญเป็นรมต.กระทรวงยุติธรรม ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวงที่เป็นหัวใจในการรักษาอำนาจของคสช.และจะแสดงฝีมือและผลงานให้ประชาชนคนไทยให้เห็นในแง่ของกระบวนการยุติธรรมขั้นตน และการจัดการกับผู้กระทำความผิด ซึ่งนโยบายใหญ่ของคสช.มีอยู่ 2 เรื่อง คือการปราบปรามผู้ที่กระทำความผิดตามม.112 และผู้ที่กระทำการทุจริตคอรัปชั่น แน่นอนครับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ได้แสดงฝีมือให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และซึ่งวันนี้ก็สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำอย่างแน่นอนว่าในบรรดาคนในรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมสูงสุดรองจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็คือนายทหารตัวเล็กใจใหญ่ที่ชื่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา
วันนี้ได้รับความไว้วางใจพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นองคมนตรี ได้ทำหน้าที่ที่ทรงเกียรติและถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของตัวเองและครอบครัววงศ์ตระกูล แต่ที่จะต้องเหนื่อย แน่นอนครับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะต้องหาคนที่มีฝีมือทัดเทียมเท่ากับพล.อ.ไพบูลย์ มาเป็นรมต.กระทรวงยุติธรรมในช่วงที่เหลืออีกปีเศษ ในวันนี้ได้ให้นายวิษณุ เครืองาม รักษาการณ์อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีรัฐมนตรีตัวจริงมาทำงานเพราะงานของกระทรวงยุติธรรมมีความสำคัญและหนักมากเหลือเกิน
