- 08 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ความคืบหน้าคดีที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยนายจตุพร จันทร์พัฒนะ ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคิมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กรณีน.ส.รสนาได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “รสนา โตสิตรกูล” เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2557,5 ส.ค.2557 และ 7 ส.ค.2557 เกี่ยวกับการตั้งบริษัทลูกของ ปตท.บนหมู่เกาะเคย์แมนซึ่งมีชื่อเสียงด้านการฟอกเงิน มากกว่า 30 บริษัท โดยศาลอาญากรุงเทพฯ ใต้ มีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 และโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้น โดยมีสาระสำคัญของคำพิพากษาตอนหนึ่งสรุปได้ว่า บริษัทย่อยของ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEF ที่จัดตั้งขึ้นและดำเนินธุรกิจอยู่ที่เกาะเคย์แมนนั้นเป็นบริษัทลูกหรือบริษัทในเครือของโจทก์และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับโจทก์ด้วยและโจทก์ต้องมีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจให้มีการเปิดบริษัทย่อยและดำเนินการบนเกาะดังกล่าว โจทก์จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าบริษัทที่เปิดและดำเนินกิจการบนเกาะเคย์แมนดังกล่าวไม่เกี่ยวพันหรือเป็นบริษัทของโจทก์ตามที่จำเลยกล่าวหา
เมื่อคำนึงถึงสถานะขององค์กรโจทก์ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีรัฐบาลถือหุ้นเป็นส่วนใหญ่ จึงถือได้ว่าองค์กรโจทก์เป็นสมบัติของชาติที่พลเมืองไทยมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของและมีสิทธิมีเสียงที่จะแสดงความเห็นได้โดยสุจริต ประกอบกับได้ความจากคำตอบคำถามค้านของพยานโจทก์ปากนายจตุพร จันทร์พัฒนะ ว่าบุคคลทั่วไปจะเข้าใจในทำนองว่าบริษัที่จดทะเบียนบนเกาะเคย์แมนมีวัตถุประสงค์ในการเลี่ยงภาษี ดังนั้นการที่โจทก์ไปจัดตั้งบริษัทย่อยและดำเนินธุรกิจอยู่ที่เกาะเคย์แมนย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเคลือบแคลงน่าสงสัยถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการองค์กรของโจทก์ได้
การที่จำเลยในฐานะพลเมืองทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภานำเรื่องไม่ชอบมาพากลดังกล่าวขึ้นตีฆ้องร้องป่าวให้คนในชาติรู้ถึงความไม่ปกติและความเสียหายที่อาจจะเกิดมีขึ้นได้โดยไม่ปรากฎว่าจำเลยจะมีสาเหตุโกรธเคืองหรือมีผลประโยชน์ขัดกันกับโจทก์ด้วย ไม่ปรากฏว่าจำเลยประกอบธุรกิจด้านพลังงานแข่งขันกัน โจทก์เป็นองค์กรมหาชนสมควรที่จะยอมรับให้มีการตรวจสอบจากประชาชนซึ่งไม่น่าจะเกิดความเสียหายใด ๆ จึงเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะและเพียงเพื่อต้องการพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น
ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนานำเข้าและเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จและปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนที่มีบุคคลอื่นเข้ามาแสดงความคิดเห็นก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่างกับจำเลย แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยจะได้ต่อต้านหรือกีดกันความเห็นที่ไม่คล้อยตามจำเลย โดยยินยอมให้มีการแสดงความคิดเห็นได้โดยอิสระเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาสนับสนุนและยินยอมให้บุคคลอื่นนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ของตน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าอุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้นจึงยืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง
ขอขอบคุณเนื้อหา MGR ONLINE
บุญชัย ธนะไพรินทร์ เรียบเรียง
