- 11 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ถือเป็นเรื่องร้อนของสัปดาห์ต่อจากนี้กับการทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลในการนำตัว พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์วัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร รวมถึงการบุกรุกที่ดินก่อสร้างสวนป่าหิมวันต์ ภูเรือ จ.เลย และการใช้ที่ดินส.ป.ก. ก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่ เข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย ภ ายหลังมีความชัดเจนว่าเครือข่ายวัดธรรมกายทุกมิติ มีเจตนาจะขัดขวางกระบวนการยุติธรรมทุกรูปแบบ ???
ล่าสุดนอกเหนือจากการปลุกเร้าให้บรรดาศิษยานุศิษย์เดินทางมาสวดมนต์ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 1 ล้านจบ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยนัยหนึ่งเชี่อได้ว่ามีการปลุกระดมให้ทุกคนออกมาช่วยกันปกป้องพระธัมมชโยตามรายละเอียดที่สื่อมวลชนทุกแขนงนำเสนอไปก่อนหน้า และมุมมองล่าสุดของนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรนั้น เป็นพระสูตรสำคัญ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงใช้ในการแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ซึ่งเป็นเวไนยสัตว์ระดับบัวพ้นน้ำ เพียงแค่ต้องแสงพระอาทิตย์ก็พร้อมบานแล้ว เนื้อหาในพระสูตรแสดงหนทางที่ผิดและหนทางที่ถูก จากนั้นก็ทรงแสดงอริยสัจ 4 ปัญจวัคคีย์ได้สดับแล้ว พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรม และขอรับอุปสมบทเป็นพระสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา พระสูตรนี้ ไม่ใช่คาถา ที่จะสวดเพื่อสาปแช่งใครดังที่พวกเดียรถีย์กำลังทำกันอยู่ ...”
ล่าสุดไม่ใช่แค่การเดินเกมส์กดดันสถาบันเบื้องสูง ให้ลงมาช่วยเหลือพระธัมมชโยภายใต้มุมองของหลายฝ่ายซึ่งตั้งคำถามว่าบังควร หรือ เหมาะสมหรือไม่ ?? ด้วยการถวายฎีกาต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้ง ๆ ทีต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดมาจากความพยายามหลีกเลี่ยงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของพระธัมมชโยเอง
สาวกธรรมกายตีสองหน้า? เล่นเกมใต้ดิน ส่งข้อความปลุกระดมพระทั่วประเทศ? มโนหนัก!! กำลังจะถูกศาสนาอื่นทำลาย http://deeps.tnews.co.th/contents/216527/
อีกเหตุกรณีเป็นผลมาจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวระบุว่า พระศาสนรักขิตตะ มหาเถโร เจ้าอาวาสวัดปันชารี สันติปูร์ อรัญญกุฎิ ประเทศบังคลาเทศ ในฐานะสมาชิกสมัชชาสงฆ์เถรวาทโลก ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีไทย ยุติความรุนแรงต่อพระเทพญาณมหมุนี วัดพระธรรมกาย 10 ธันวาคม 2559 ความตอนหนึ่งระบุว่า .......
“ อ้างถึงความกังวลใจอย่างมากต่อสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทย เนื่องด้วยข่าววัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียง เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก วัดพระธรรมกายมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านการทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น โครงการบวชสามเณร 1 ล้านรูป โครงการจุดประทีป การรณรงค์เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ โครงการปฏิบัติสมาธิ ฯลฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวข้างต้นมิได้มีเฉพาะในประเทศไทย แต่ขยายไปทั่วโลก ทั้งภาคพื้นยุโรป และ อเมริกา และคนทุกชนชั้นต่างมีความเคารพในพระเทพญาณมหามุนี หลวงพ่อธัมมชโย
แต่จากการที่อาตมาได้เห็นการกระทำของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองกำลังตำรวจได้ร่วมมือกันเพื่อจับกุมเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ ซึ่งเราคิดว่าท่านถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้เนื่องจากท่านอาพาธทำให้ไม่สามารถไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ศาลได้ จากนั้นมาได้มีความพยายามที่จะจับกุมท่าน จากหนังสือพิมพ์และอินเตอร์เน็ตเราได้เห็นตำรวจพร้อมอาวุธร้ายแรงพยายามบุกวัดพระธรรมกายหลายครั้ง และสถานการณ์ล่าสุด ได้มีการออกหมายจับมีระยะเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-16 ธันวาคม นี้
อาตมาเชื่อว่า การผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยนี้จะนำมาสู่ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ต่อการล่มสลายของพระพุทธศาสนาและประเทศไทย โดยโปรดหยุดการใช้กำลังทหารและอาวุธ การเจรจาในทางสันติ จะเป็นทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้ อาตมาหวังว่า ท่านจะใช้สติปัญญาที่ชาญฉลาดและความยุติธรรมของท่านในการให้เรื่องนี้สิ้นสุดลงโดยสันติ...”
จากหลักฐานปรากฏนี้คงไม่อาจตีความเป็นอย่างอื่นใด นอกจากจะยืนยันสัญญาณชี้ชัดว่าพระธัมชโย โดยคณะสงฆ์ในวัดธรรมกายและศิษย์ยานุศิษย์จะไม่ยินยอมให้พระธัมมชโยกระทำในสิ่งที่ควรจะทำตามกระบวนการตามกฎหมาย แต่เลือกใช้วิธีการต่อสู้-ขัดขืนกฎหมายโดยใช้มวลชนเป็นแนวรุก-รับเหมือนกับหลายคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับพฤติกรรมของระบอบทักษิณ
ยิ่งยวดที่สุดคือหลักฐานปฏิบัติการภายในวัดธรรมกายที่ยืนยันว่าแนวทางที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือ การปฏิเสธขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมในทุกกรณี ???
*** ตัวอย่างข้อมูลข่าวเชิงลึกภายในวัดธรรมกาย ระบุถึงคำสั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ***
ไม่เท่านั้นข้อมูลเชิงลึกยังแสดงรายละเอียดถึงขั้นระบุว่า มีการสั่งปรับเปลี่ยนกำลังพลภายในวัดธรรมกายตลอดเวลาเพื่อการอารักขาพระธัมมชโยในระดับเตรียมความพร้อมสูงสุด
“กลุ่มกายสิทธิ์ ประมาณ 3,000 คน ซึ่งนอนที่ห้องเทวสภา หอฉันท์คุณยายอาจารย์ ได้รับแจ้งจากส่วนกลางให้ย้ายกำลังไปที่ห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกายสากล และวิหารคด เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จากนั้นให้รอคำสั่งใหม่ว่าจะตั้งรับที่ใดต่อไป ทั้งนี้มีการขออาสาสมัครกลุ่มแก้วกายสิทธิ์เพิ่มให้ได้ยอด 5,000 คน เวลา 10.00 น. ที่ห้องแก้วสารพัดนึก ศิษยานุศิษย์นั่งสมาธิรอหลวงพ่ออารักษ์มาประกาศแนวทางรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และแจ้งจุดรวมพลหลังนั่งสมาธิเสร็จ
ขณะเดียวกันที่อาคาร 60 ปี พระราชภาวนาวิสุทธิ์ วัดพระธรรมกาย ได้มีการประชุมเกี่ยวกับที่พักของพระธัมมชโย โดยมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ภายในวัดพระธรรมกายทราบว่าจะมีการสับเปลี่ยนที่พักของพระธัมมชโยอยู่ทุกวัน เพื่อป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงตัวพระธัมมชโยได้ อย่างไรก็ตามเรื่องที่พักยังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ทั่วไป แต่แหล่งข่าวยืนยันว่าในวัดพระธรรมกาย มีห้องใต้ดินอยู่หลายห้อง และที่พักประจำของพระธัมมชโยอยู่ที่อาคาร 60 ปีฯ
***วันนี้ที่วัดพระธรรมกายมีการปรับสถานะเฝ้าระวัง จากเดิมที่คืนก่อนหน้านี้มีการเฝ้าระวังสูงสุด (ธงแดง) เป็นการเฝ้าระวังสูง (ธงเหลือง)***
ล่าสุดมีการสรุปผลการประชุมของวัดพระธรรมกาย ชี้แจงให้ศิษยานุศิษย์ของวัดทราบ ทาง พระอารักษ์ ญาณารกฺโข ได้กล่าวว่าให้มวลชนช่วยบอกสมาชิกต่อๆกันไปว่าในวันที่ 14 ธ.ค.59 ให้มวลชนเข้ามาร่วมปกป้องหลวงพ่อพระธัมมชโยและวัดธรรมกายกันให้มาก และให้มากกว่าครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่เข้ามา โดยในวันดังกล่าวจะมีกิจกรรมร่วมกันทำบุญวันพระ และมีแนวทางว่าถ้าเจ้าหน้าที่เข้ามา ให้ร่วมกันนั่งสวดมนต์ "เขาสาดเราสวด" ไม่ให้ตอบโต้และโมโห
ทั้งนี้ให้เฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.59 เป็นต้นไป และจากนี้อีก 7 วัน ให้มวลชนรวมตัวสวดมนต์ที่ห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกาย ไปอย่างต่อเนื่อง ถ้ายังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าก็คงจะปลอดภัยในระยะนี้ ???
อย่างไรก็ตามข้อมูลเชิงลึกที่ถูกส่ง “สนข.ทีนิวส์” ระบุข้อสังเกตการณ์ภายในวัดพระธรรมกาย ปรากฎผล ดังนี้
1. มีคนอยู่ภายในวัดประมาณ 8,000 คน ประกอบด้วย
1.1พระภิกษุ และสามเณรที่อยู่ ประจำวัด 2,000 คน
1.2 อุบาสก อุบาสิกา ที่ทำงานภายในวัด 1,800 คน
1.3 ผู้ที่เข้ามาปฏิบัติธรรมบริเวณวิหารคด – สภาธรรมกายสากล ประมาณ 2,500 คน และ ที่บริเวณหอฉันท์ ประมาณ 500 คน
1.4 ปชช. ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมชั่วคราวแบบ ไป-กลับ ประมาณ 1,200 คน
2. ศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาปฎิบัติธรรมและพักค้างคืนในวัดพระธรรมกายส่วนใหญ่มีภูมิลำเนา ดังนี้
2.1 ภาคกลาง ประกอบด้วย กทม., จว.ปทุมธานี, จว.นครนายก, จว.สระบุรี, จว.นนทบุรี, จว.สมุทรปราการ, จว.สมุทรสาคร, จว.นครปฐม, จว.ลพบุรี, จว.สระบุรี, จว.อ่างทอง, จว.สุพรรณบุรี, จว.สิงห์บุรี, จว.นครนายก และ จว.ปราจีนบุรี
2.2 ภาคอีสานและภาคเหนือ ประกอบด้วย จว.อุบลราชธานี, จว.อำนาจเจริญ, จว.นครราชสีมา, จว.ชัยภูมิ, จว.อุดรธานี, จว.พะเยา, จว.ลำพูน และ จว.เชียงใหม่
3. การรักษาความปลอดภัยบริเวณหน้าประตูทางเข้าวัดพระธรรมกายทุกประตูไม่มีธงแสดงสถานการณ์ การผ่านเข้าออกภายในวัดมีการตรวจตราอย่างเข้มข้น !!!
เรียบเรียงข่าว : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
