“ธัมมชโย”พ่อทุกสถาบัน เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์!!! “ป๋าเปลว”เหลืออดโล้นกังฉินบังอาจยกเหตุโกหกถวายฏีกา เปรียบศิษย์ศรัทธาควายผู้หลงบุญ ???

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

สมีโย 'ติดคุกช้าไป' เสียดายแทน

 

       ยกเว้น "สถาบันพระมหากษัตริย์" นอกนั้น.........ธัมมชโยเป็น "พ่อทุกสถาบัน"! ฉะนั้น อย่าเสียเวลาไปสนใจ เมื่อไหร่จับ ใครจับ จับได้มั้ย ตัวยังอยู่ หรืออยู่แค่ตีน แต่จัดฉาก "องครักษ์พิทักษ์ตีน" เป็นค่ายกล เคลื่อนไหวหลอกล่อ?

-เข้าไปค้นจับ ก็แค่ตำรวจ-ดีเอสไอ ทำหน้าที่

-ไม่เข้าไปค้นจับ ก็แค่ตำรวจ-ดีเอสไอ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่! ง่ายๆ แค่นี้ ...........อย่าไปจุ้นจ้านกับงานอันมิใช่หน้าที่ของพวกเราเลย! บ้านเมืองมีกฎหมาย-กฎระเบียบเป็นบรรทัดฐานอยู่แล้ว ใครเอายศ-เอาตำแหน่ง-เอาเงินเดือน แต่ "ไม่เอาถ่าน"เดี๋ยวก็มีคน "กางกฎหมาย" จัดการเองแหละ!

 

       แต่วันนี้ มีประเด็นอยากคุย คือ เมื่อศุกร์ที่ ๙ ธันวา "นายองอาจ ธรรมนิทา" โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ธัมมชโย บอกว่า"ตัวแทนคณะศิษย์ได้ยื่นถวายฎีกาเรียบร้อยแล้ว ที่สำนักพระราชวัง อาคาร ๖๐๑ ชั้น ๒ โดยมีผู้อำนวยการเป็นผู้ลงนามรับเรื่อง และจะส่งต่อให้เลขาธิการสำนักพระราชวังต่อไป"

 

       ถวายฎีกาด้วย "เหตุใด-เรื่องใด" ก็ลองดูจากแถลงการณ์เขาแล้วกัน ขึ้นต้นว่า............ "เรื่อง การกราบบังคมทูลฯ ถวายฎีการ้องทุกข์ ขอพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ระงับเหตุรุนแรงอันจะบังเกิดขึ้นได้ ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนา โดยเนื้อหามีดังต่อไปนี้..........."

“ธัมมชโย”พ่อทุกสถาบัน เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์!!! “ป๋าเปลว”เหลืออดโล้นกังฉินบังอาจยกเหตุโกหกถวายฏีกา เปรียบศิษย์ศรัทธาควายผู้หลงบุญ ???

       แค่ "หัวเรื่อง" ก็ส่อสันดานแล้ว ยกคำว่า "สถาบันชาติ-สถาบันพระพุทธศาสนา" มากราบบังคมทูลแบบบิดเบือน-เฉไฉเพราะกรณีนี้ ไม่เกี่ยว "สถาบันชาติ-สถาบันพระพุทธศาสนา" เลย! เกี่ยวกับหัวโล้นกังฉิน ชื่อ "ธัมมชโย" เป็นผู้ต้องหาขัดขืนการจับ ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และเกี่ยวกับการ "ทำหน้าที่-ละเว้นการทำหน้าที่" ของ "ดีเอสไอ-ตำรวจ"

 

       เนี่ย..แค่นี้เอง! และที่อ้างเหตุในการถวายฎีกา ว่า "ระงับเหตุรุนแรงอันจะบังเกิดขึ้นได้ ระหว่างสถาบัน......" ไหนล่ะ "ความรุนแรง" ตำรวจ-ดีเอสไอ ยังนอนเกาพุงอึ้ดทึ่ด ก็ไปทึกทักเป็นเรื่องขึ้นมาเป็นข้อห่วงใย เพื่อขอพระบารมีปกเกล้าฯ

       สมควรมั้ย บังอาจเกินไปมั้ย? แล้วตัวสมีโยและสำนักจานบิน ใครยกให้มันเป็นสถาบันพระพุทธศาสนา หือ....ช่างหนังหนา-หน้าด้าน กล้าจริงนะ แค่ที่ยกปรารภเป็นเหตุถวายฎีกา ก็เลอะเทอะ-เลื่อนเปื้อน ส่อเจตนาไม่สุจริต บิดเบือน-เฉไฉเป็นคำกราบบังคมทูลฯ แล้ว แทบไม่ต้องพูดถึงอีก ๖+๑ ข้อ ที่ยกเป็นเรื่อง "ขอพึ่งพระบารมี" ให้ยุติการดำเนินคดี "สมีโย" เลย!ดูเป็นรายข้อก็ได้ ที่คณะศิษย์สมีโย ยกขึ้นมาอ้างว่า "เป็นการดำเนินคดีที่มิชอบ"

๑.คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น สมีโยเป็นผู้ต้องหาร่วมยักยอก-ฟอกเงิน

๒.กรณีบุกรุกป่า "สวนหิมวันต์" อ.ภูเรือ จ.เลย และ "ศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซ วัลเลย์" จ.นครราชสีมา

๓.กรณีดีเอสไอให้ กสทช.สั่งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม DMC งดออกอากาศ

๔.อ้างว่า ดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.โดยการนำ พลตำรวจเอกศรีวราห์ ทำให้คณะศิษย์วัดมีความ "รู้สึกว่า" พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย ถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี สร้างความรู้สึกทุกข์ร้อนคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส

๕.อ้างว่าที่พลตำรวจเอกศรีวราห์ แถลงข่าว เตรียมตำรวจ ๖-๗ กองร้อย สุนัขตำรวจ เฮลิคอปเตอร์ พร้อมบุกจับธัมมชโย เป็นการเตรียมใช้ความรุนแรง

“ธัมมชโย”พ่อทุกสถาบัน เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์!!! “ป๋าเปลว”เหลืออดโล้นกังฉินบังอาจยกเหตุโกหกถวายฏีกา เปรียบศิษย์ศรัทธาควายผู้หลงบุญ ???

       ในข้อนี้ ในหนังสือเขาอ้างดังนี้......... "ซึ่งอาจส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และอาจส่งผลกระทบเป็นความขัดแย้งครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างสถาบันชาติกับสถาบันพระพุทธศาสนาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" ทำให้อดสงสัยไม่ได้......... ตำรวจถ้าเข้าไป ก็แค่เข้าไปจับผู้ต้องหา ไม่ใช่เข้าไปจับนักโทษแหกคุกหรือโจรผู้ร้ายก่ออาชญากรรมโหดเหี้ยม จะมีการ "บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก" ได้อย่างไร?

 

       ในเมื่อตำรวจไม่มีนโยบายปะทะ ไม่มีนโยบายจับตาย ถ้ามีบาดเจ็บล้มตาย ก็ส่อเจตนาในตัวมันเองว่า........ฝ่ายศิษย์สมีโย ในวัดธรรมกายเองนั่นแหละ มีการซ่องสุมคน-ซ่องสุมอาวุธ เตรียมต่อสู้ ขัดขวางการเข้าจับกุมสมีโย และฝ่ายลงมือให้บาดเจ็บล้มตาย ไม่ใช่ฝ่ายเจ้าหน้าที่แน่ หากแต่ฝ่ายศิษย์สมีโยในวัดนั่นแหละ มันล่อเจ้าหน้าที่ก่อนแน่ แต่ความเป็นจริง กรณีนี้ ผู้ถวายฎีกา สมมุติเหตุอันยังไม่มี เป็นข้ออ้างเท่านั้นเอง

 

       แล้วมาดูข้อ ๖ ในฎีกาเขียนว่าอย่างนี้ "ในช่วงเวลานี้ ศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายได้ร่วมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นประจำทุกวัน และเป็นโอกาสมหามงคลที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทย ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่คนไทยควรสมานฉันท์เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ควรมีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ"

“ธัมมชโย”พ่อทุกสถาบัน เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์!!! “ป๋าเปลว”เหลืออดโล้นกังฉินบังอาจยกเหตุโกหกถวายฏีกา เปรียบศิษย์ศรัทธาควายผู้หลงบุญ ???

       อื้อฮือ.........ยกมากล่าวอ้างได้อย่างไร ช่างน่าละอาย ไร้จิตสำนึกนัก ขนาดนักโทษในคุกแท้ๆ พวกเขาแสดงความอาลัย ด้วยเทิดทูน-เคารพรักบริสุทธิ์ใจ ไม่มีแม้แต่คนเดียว ยกเป็นเงื่อนไข-ข้ออ้าง ร้องขอเพื่อประโยชน์ตน! แล้วนี่....เหมือนปิศาจคาบคัมภีร์ มีอะไรก็ยกอ้างเพื่อประโยชน์ตนหมด ทั้งที่พระพุทธศาสนา "สอนให้สละออก" มีแต่ "ลัทธิจานบิน" นี่แหละ กะล่อน-ปล้อนปลิ้น ลวงโลก "สอนให้เอาเข้า" เพื่อตน

 

       และข้อ ๗."ข้อสุดท้าย" อันเป็นเป้าหมายของการถวายฎีกา เขาเขียนในฎีกาว่า " เวลานี้เหลือที่พึ่งสุดท้ายหนึ่งเดียวที่จะพึ่งได้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ จึงจำต้องขอพระบรมราชานุญาต กราบบังคมทูลถวายฎีการ้องทุกข์ต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อันเปรียบประดุจพระบิดาของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ เพื่อขอพึ่งพระบารมีให้ยุติการดำเนินคดีที่มิชอบดังกล่าวข้างต้น และมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ความรุนแรงทำร้าย ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายต่อประชาชนผู้เป็นพสกนิกรของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงและคนชรา "

“ธัมมชโย”พ่อทุกสถาบัน เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์!!! “ป๋าเปลว”เหลืออดโล้นกังฉินบังอาจยกเหตุโกหกถวายฏีกา เปรียบศิษย์ศรัทธาควายผู้หลงบุญ ???

       ครับ...นอกจากบังอาจแล้ว ..........ต้องขอบอกว่า คณะศิษย์สมีโย "ไม่รู้เรื่อง-รู้ความ" เอาจริงๆ! คือ ไม่รู้กระทั่งว่า การขอพระราชทานอภัยโทษ นั้น ระเบียบ-กฎเกณฑ์และขั้นตอน มีอย่างไรบ้าง? คำสอนพุทธศาสนา สอนให้คนมีปัญญา แต่ลัทธิจานบิน ไม่ได้สอนให้คนมีปัญญา หากแต่สอนให้มีเฉพาะศรัทธา คือให้ศรัทธาสมีโย แล้วไม่ว่าสมีโยจะพูดอะไร-ทำอะไร ก็ให้เชื่อทันที!

 

       การเชื่อด้วยศรัทธา ไม่มีปัญญาคิด-ทบทวน-ไตร่ตรอง-ทดลอง-ฝึก ให้เห็นจริง เป็นจริงตามนั้นก่อน แบบนั้น เป็นศรัทธาควาย ไม่ใช่โง่ ควายฉลาด......เป็นการฉลาดในสุขจากการ "จมปลัก" อยู่อย่างนั้น ซื้อบุญ ซื้อค้อน ซื้อสวรรค์ ขายลูก-ขายผัว เอาเงินมาถวายสมี มานั่งสวดร้อยล้าน-สิบล้านจบ หลงว่าเป็นบุญ

 

       ถ้าเป็นปัญญาพุทธ จะเข้าใจ...........ต่อให้สวดแสนโกฏิล้านจบ ก็ไม่ได้บุญ เพราะการสวดแบบ "ปากเปิด-ปัญญาปิด" จิตจะได้อะไร ในการเอามนต์มาบริกรรมช่วยโจรซุกศาสนาลวงโลกหากิน ...หือ?

       สัพเพ สังขารา อนิจจา ฯลฯ บุคคลใด เห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง

       สัพเพ สังขารา ทุกขา ฯลฯ บุคคลใด เห็นด้วยปัญญา สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์

       สัพเพ ธัมมา อนัตตา ฯลฯ เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญา ว่าธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

 

       เมื่อนั้น ย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ที่ตนหลง นั่นแหละ...เป็นหนทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจดนี่ตะหากคือ "สามัญลักษณะ" คือ "ไตรลักษณ์" ที่ปัญญาจะนำไปสู่วิมุตติสุข อันเป็นสุขแท้จริงได้ ไม่ใช่ศรัทธาพร่ำสวดนำไปสู่การจมปลัก งมงายอยู่กับซื้อค้อน ซื้อบุญ ซื้อสวรรค์บ้าบอ อย่างที่สมีโยตู่พระธรรม-ยำพระสงฆ์สนตะพายอยู่ทุกวันนี้

“ธัมมชโย”พ่อทุกสถาบัน เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์!!! “ป๋าเปลว”เหลืออดโล้นกังฉินบังอาจยกเหตุโกหกถวายฏีกา เปรียบศิษย์ศรัทธาควายผู้หลงบุญ ???

       การจะถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้ นั้น คนนั้นจะต้อง.........."ต้องโทษ" ที่คดี "ถึงที่สุด" แล้วเท่านั้ หมายความชัดๆ ต้อง "ติดคุก" และ "ตัวอยู่ในคุก" เท่านั้น! อย่างสมีโย เข้าข่ายที่ไหนล่ะ เป็นแค่ผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนเท่านั้น แถมตั้งท่า "ต่อสู้-ขัดขืน" การจับกุม ไปถวายฎีกาได้อย่างไร? แล้วนายองอาจก็ดี สนิทวงษ์ก็ดี นพพรก็ดี หรือศิษย์คนไหนๆ ที่ไปถวายฎีกาก็ดี มีใคร เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นเมีย เป็นลูก สมีโยบ้างหรือเปล่าล่ะ?

 

       ถ้าไม่มี ก็ไม่มีสิทธิ์ยื่นถวายฎีกา เข้าใจมั้ย พวกปัญญาจมปลักทั้งหลาย? อย่างเมื่อวาน (๑๑ ธ.ค.๕๙) มีพระราชกฤษฎีกา "พระราชทานอภัยโทษ" ออกมา เนื่องในโอกาสแรกนับแต่ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ.๒๕๕๙ "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" อย่างนี้เป็นการ "พระราชทานอภัยโทษทั่วไป" มีขึ้นในโอกาสมหามงคลต่างๆ โดยตัวนักโทษไม่ต้องดำเนินการใดๆ

 

       ช่างน่าเสียดายแทนสมีโยจริงๆ.......... ถ้ายอมเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย เป็นนักโทษอยู่ในคุกซะตั้งแต่แรก

 

วันนี้ อาจได้ออกมา "โป้ง...รวย" ภาคพ้นคุกแล้ว

“ธัมมชโย”พ่อทุกสถาบัน เว้นสถาบันพระมหากษัตริย์!!! “ป๋าเปลว”เหลืออดโล้นกังฉินบังอาจยกเหตุโกหกถวายฏีกา เปรียบศิษย์ศรัทธาควายผู้หลงบุญ ???

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์

ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์