ไม่ธรรมดาจริงๆรายนี้...!! "องอาจ" ไลฟ์สดอ้างแถลง 9 ข้อไม่ยุยง ปลุกปั่น  ออกเหน็บ DSI เป็นยักษ์ใครก็กลัว..ก่อนจบท้ายแสบสุดๆ ??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

สืบเนื่องจากการที่  พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยทีมกฎหมาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ศรสุพรรณ อดทนศรีอนันต์ รองสารวัตร (สอบสวน) กก.2 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กับพวก ในข้อหาผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต โดยยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

       

โดยเหตุผลการเข้าแจ้งความดังกล่าว  เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา นายองอาจ ได้แถลงจุดยืนของคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย 9 ข้อ ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดตามรปะมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) ยุยงด้วยวาจา จึงมากล่าวโทษนายองอาจ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานสอบสวน บก.ป.โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ มามอบให้พนักงานสอบสวนได้พิจารณาเพิ่มเติม ว่านอกเหนือจากข้อกล่าวหาที่แจ้งดำเนินคดีไว้แล้วนั้น ยังเข้าข่ายความผิดอื่นใดอีกหรือไม่ โดยขอให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนในการพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมตามความผิดข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

ล่าสุดนายองอาจ ธรรมนิทา  แถลงผ่านเฟซบุ๊ก เพจ เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ว่า ตามที่มีข่าวว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับกระผม นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ในข้อหายุยง ปลุกปั่น ให้เกิด ความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ที่กองบังคับการปราบปรามนั้น กระผมขอเรียนชี้แจง ดังนี้  " กระผมขอปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนายุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน แต่ประการใดในการแถลงข่าวที่ผ่านมามีแต่เพียงการนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชน เป็นการพูดโดยหลักการเท่านั้น เพื่อให้ทางราชการเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของประชาชน คือ คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จ ด้วยความสงบเรียบร้อย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นหน่วยงานระดับกรม มีบุคลากรนับพันคนที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย มีอาวุธ และมีงบประมาณปีละหลายพันล้านบาท

เมื่อ DSI ตั้งตัวเป็นคู่กรณี แจ้งความกล่าวโทษใคร คนๆ นั้นย่อมต้องกลัว เพราะเหมือนสู้อยู่กับยักษ์ใหญ่ มีกระบอง มีอำนาจ มีเงินมหาศาล แต่กระผมแม้เป็นเพียงเด็กหนุ่ม ไม่มีอำนาจราชศักดิ์ใดๆ แต่ก็เชื่อมั่นในความถูกต้องบริสุทธิ์ใจของตน และพร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ตามกระบวนการยุติธรรมแทนที่จะค้าความตั้งตนเป็นคู่กรณีกับประชาชน ซึ่งอาจทำให้คนหวาดกลัวไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ DSI เกรงว่าภัยจะมาถึงตัว ถ้า DSI ใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็น ของประชาชน เพื่อพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สมบูรณ์ขึ้น จนเป็นที่ยอมรับของประชาชน ย่อมจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องสร้างสรรค์  สมเป็นหน่วยราชการที่รับใช้ประชาชนมิใช่หรือ? จึงขอเรียกร้องให้ DSI แสดงความจริงใจต่อประชาชน โดยการถอนแจ้งความ"

 

เรียบเรียงข่าว : ชัชรินทร์  สำนักข่าวทีนิวส์