ชาวบ้านเฮ...นายกเห็นชีวิตคนสำคัญกว่าเม็ดเงิน...ฟังเสียงประชาชนอยากบอกอะไรกับนายก (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม : www.tnews.co.th

ภายหลังจากเวปไซด์ราชการกิจจานุเบกษา ได้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 72/2559 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ เรื่องนี้ที่ได้มีการร้องเรียนและคัดค้านการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำเนื่องจากการประกอบกิจการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

 

โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่โครงการทำเหมืองแร่ทองคำหลายแห่ง ซึ่งยังต้องรอการตรวจสอบ วิเคราะห์และวินิจฉัยในข้อเท็จจริงและปัญหา จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการในการป้องกันและระงับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน รวมทั้งกำหนดมาตรการในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำเพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง

 

 

การระงับการอนุญาตให้สำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงการต่ออายุประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำและการต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหกรรมแร่ทองคำ

ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตรและใบอนุญาตต่าง ๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ระงับการประกอบกิจการไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป จนกว่าคณะกรรมการจะมีมติเป็นอย่างอื่น แต่ทั้งนี้ ผู้ประกอบการดังกล่าวยังคงมีหน้าที่ในการฟื้นฟูพื้นที่ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติไม่ว่าพื้นที่ประทานบัตรจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดก็ตาม

และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามและฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบเหมืองแร่ทองคำ และให้ดูแลสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหมือง และพนักงานของเหมือง ดังต่อไปนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับดูแลการฟื้นฟูพื้นที่

กระทรวงสาธารณสุข ดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงแรงงาน ดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการระงับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำและการประกอบโลหกรรมแร่ทองคำ

กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตรวจสอบ วิเคราะห์ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงและปัญหา พร้อมทั้งเสนอมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตพื้นที่ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำและประกอบโลหกรรมแร่ทองคำ รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนเสนอกรอบนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ทองคำให้คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบ และรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

 

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ด้วย

ซึ่งผลจากคำสั่งดังกล่าวนี้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์ ยุติการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำและประกาศเลิกจ้างพนักงานทุกคนในบริษัท โดยมีผลทันทีในวันที่ 31 ธ.ค.59 และบางส่วนจะมีผลในวันที่ 31 ม.ค. และ 28 ก.พ.60 ตามลำดับ

โดยบริษัทจะทำการรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างงานให้กับพนักงานทุกท่านตามกฎหมายระบุไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งพนักงานจะได้รับเงินค่าเลิกจ้างสูงสุดถึง 300 วัน สำหรับพนักงานที่ทำงานมาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเราหวังเป็นอย่างยิ่งจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแก่พนักงานได้

พร้อมกันนี้ บริษัท อัครา ยังยืนยันว่า บริษัท ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและถูกต้องเสมอมา ไม่เคยดำเนินการใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนที่เราเปิดดำเนินการ เลย ซึ่งลงนามโดย นายเกรก ฟาวลิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน)

สำหรับเรื่องดังกล่าวนี้ เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบ ต่อสู้ เรียกร้องภาครัฐยาวนานมากว่า 20 ปี ตั้งแต่วันที่ บรัษัทเริ่มดำเนินการ  แม้ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะไม่มองเห็นปัญหาความเดือดร้อนประชาชน แต่จะมุ่งไปที่ ผลประโยชน์และตัวเลขทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

ผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรอบเหมืองแร่ทองคำ เทียวหอบลูกจูงหลานเข้าร้องเรียนกับทุกรัฐบาล รัฐมนตรี หน่วยงานราชการทั้งในส่วนกลางและที่ต่างจังหวัด จนถึงฟ้องศาลปกครอง เพื่อจะขอให้ระงับการก่อสร้าง การเดินหน้าของเหมืองแร่ทองคำ

สำหรับพื้นที่เขาหม้อ พื้นที่ตำบลเขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร และพื้นที่เหมืองยังครอบคลุม 3 จังหวัดคือพิจิตร เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก  โดยมีบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด สัญชาติออสเตรเลีย  ได้ประทานบัตรเหมืองแร่ 5 แปลง จำนวนพื้นที่ 1,400 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ โครงการชาตรีใต้ เริ่มเมื่อปี 2543 สิ้นสุดสัญญา 2563และพื้นที่โครงการชาตรีเหนือ ได้ประทานบัตรเหมืองแร่จำนวน 9 แปลง เนื้อที่ 2,500 ไร่ ในพื้นที่ ใกล้เคียงกัน เริ่มเมื่อปี 2551 และสิ้นสุดในปี 2571 ซึ่งในสัมปทานระบุว่า โครงการทั้ง 2 นั้นเมื่อหมดอายุลงก็ให้ต่อได้คราวละ 5 ปี

บริษัท อัครา เริ่มดำเนินการผลิตทองคำมาตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา จนกระทั่งเกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เสียงระเบิดภูเขาที่ระเบิดตลอด 24 ชั่วโมง ฝุ่น ควัน มลพิษ และที่หนักสุดคือการพบสารปนเปื้อนไซยาไนด์ ในแหล่งน้ำสาธารณะของชุมชน ประชาชน

จนปี 2552 เริ่มมีประชาชนล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ ผลตรวจเลือดออกมาระบุชัดว่ามีสารโลหะหนักปนเปื้อนในร่างกาย ประชาชนเริ่มตระหนักผลกระทบต่อสุขภาพเกิดการรวมกลุ่มกันขึ้นจนนำมาสู่การฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนประทานบัตร ของเหมืองแร่ทองคำในปี 2553  และศาลปกครองมีคำพิพากษาเมื่อวันที่  27 มี.ค.55 ให้ถอนประทานบัตรทั้ง 5 แปลง โดยให้การเพิกถอนมีผลในวันที่ผู้ร้องสอด ก็คือบริษัท อัครา ที่ไม่จัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการเหมืองแร่ทองคำให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้าหากครบกำหนด 1 ปีแล้ว ทางบริษัท ยังจัดทำรายงาน EIA ไม่ครบถ้วนก็ให้ถอนประทานบัตรได้

 

สุดท้าย โรงงานก็ประกอบกิจการเช่นเดิมและหนักมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ ก็ไม่เป็นผล

ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รวมตัวกันยื่นเรื่องร้องเรียน ขอให้คสช.เข้ามาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน มีผู้ได้รับบาดเจ็บล้มตาย โดยไม่ทราบสาเหตุ ถึงขั้นมีการแห่ศพมาเพื่อเรียกร้องขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิกถอนประทานบัตรกับผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำ

จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ ปรับคณะรัฐมนตรีมีการแต่งตั้งนางอรรชกา สีบุญเรือง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  ซึ่งจากเรื่องที่ชาวบ้านเคยร้องเรียน คสช. ให้เข้ามาแก้ปัญหาผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมซึ่งอาจเกิดขึ้นจากกิจการเหมืองทองคำ

จนเป็นที่มาของการตั้งคณะกรรมการทำงานร่วม 5 ฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนชาวบ้าน เหมืองทองคำ ฝ่ายปกครอง ทหาร และทีมวิชาการ มีหน้าที่เก็บข้อมูลในทุกมิติ เพื่อยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

มีรายงานทางวิชาการ เกี่ยวกับผลการตรวจสุขภาพของประชาชนพบว่า มีการปนเปื้อนตะกั่ว และแมงกานีสสูงเกินมาตรฐาน ในตัวอย่างของพืชทอดยอดลงในน้ำ นอกจากนี้ยังพบอีกว่ามีเซลล์เลือดและปัสสาวะของชาวบ้านประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ที่ผิดปกติ

 

ต่อมาได้มีมติครม.เมื่อวันที่ 10 พ.ค.59  ให้ยุติการอนุญาตอาชญาบัตรสำรวจทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ และให้บริษัท อัครา ประกอบกิจการได้ถึงสิ้นปี 2559 และหลังจากนั้นให้เตรียมพร้อมสำหรับการปิดและฟื้นฟูพื้นที่รอบเหมือง

และล่าสุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้คำสั่งตามม.44  โดยมีคำสั่งให้ยุติทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกิจการเหมืองแร่ทองคำ ทั้งการอนุญาตอาชญาบัตรสำรวจและประทานบัตร การดำเนินการตามประทานบัตรก็ให้หยุดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60

และนี้ก็คือเหตุผลอันสำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กล้าหาญและเด็ดขาดกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแม้ว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่พล.อ.ประยุทธ์ ก็คำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญที่สุด

ซึ่งในประเด็นความพึ่งพอใจของชาวบ้านทางสำนักข่าวทีนิวส์ก็ได้สอบถามกับนางสาวสื่อกัญญา ธีระชาติดำรง ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากกิจการเหมืองแร่ทองคำ