- 16 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ส่อเค้าตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อพลเรือเอกแฮร์รี แฮร์ริส ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ แถลงในเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลียว่า สหรัฐฯ พร้อมเผชิญหน้ากับจีน หากจีนยังคงเดินหน้าอ้างสิทธิ์พื้นที่ในทะเลจีนใต้เกินขอบเขต และสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้พื้นที่ส่วนรวมในภูมิภาคถูกปิดกั้นโดยฝ่ายเดียว ไม่ว่าจีนจะสร้างฐานทัพบนเกาะเทียมมากเพียงใดก็ตาม ที่ผ่านมา จีนอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือเส้นสำคัญที่มีมูลค่าราว 5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 178 ล้านล้านบาทในทุก ๆ ปี ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และเวียดนามต่างอ้างสิทธิ์ในพื้นที่นี้ด้วยเช่นกัน
โดยขณะที่ทางด้าน องค์กรที่ปรึกษาของสหรัฐฯ The Asia Maritime Transparency Initiative (AMTI) เปิดเผยในรายงานโดยมีภาพถ่ายดาวเทียมประกอบ ระบุว่า จีนได้ทำการติดตั้งอาวุธ เช่น ระบบป้องกันอากาศยานและระบบป้องกันขีปนาวุธบนเกาะเทียมทั้ง 7 เกาะในเขตทะเลจีนใต้ แม้จะมีแถลงการณ์จากผู้นำจีนและรัฐบาลจีนว่า ไม่มีเจตนาที่จะติดตั้งระบบอาวุธบนเกาะเทียม ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ทางการค้าในทะเลจีนใต้ และมีหลายประเทศอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดน องค์กรที่ปรึกษาของสหรัฐฯ ได้ติดตามเรื่องการก่อสร้างโครงสร้างรูปทรงหกเหลี่ยมบนเกาะเทียมเฟียรี ครอส, มิชชีฟ และ ซูบีในหมู่เกาะสแปรตลีย์ มาตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงนั้นจีนสร้างรันเวย์สนามบินทางทหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จนถึงขณะนี้โครงสร้างเหล่านั้นได้พัฒนากลายเป็นป้อมปราการเพื่อป้องกัน แล้วก็ยังมีอีกบนเกาะเทียมอย่างกาเวน, ฮิวจ์, จอห์นสัน และแนวปะการังคูอาร์เตรอง ซึ่งมีภาพถ่ายดาวเทียมถ่ายไว้ได้ตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา เชื่อว่าเป็นปืนต่อสู้อากาศยานและเมื่อพิจารณาในระยะใกล้คาดว่าเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธ
อย่างไรก็ตาม จีนอ้างว่า ที่ตั้งทางทหารเหล่านั้นจำกัดเฉพาะเพื่อการป้องกันเท่านั้น ส่วนสหรัฐฯ ก็วิพากษ์วิจารณ์ว่า ที่ตั้งทางทหารของจีนบนเกาะแก่งในทะเลจีนใต้ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการเดินเรืออย่างเสรีดังนั้นจึงต้องมีการลาดตระเวนทั้งทางอากาศและทางทะเลในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งก็สร้างความไม่พอใจให้กับจีน ขณะที่ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่าท่าทีของจีนในทะเลจีนใต้ ซึ่งเขาอาจจะต้องปรับเปลี่ยนท่าทีให้ดูเด็ดขาดขึ้นเพื่อรองรับท่าทีของจีน ต้องดูว่าหลังจากนี้ ที่ทางด้าน ว่าที่รัฐมนตรีกลาโหมพล.อ.เจมส์ แมททิส ขึ้นรับตำแหน่งแล้ว เค้าจะดำเนินนโยบายอย่างไร ด้านการทหาร ถ้ายังเดินแบบเดิม รับรองได้ว่า ทะเลจีนใต้ จะกลายเป็นทะเลเพลิง เพียงเพราะสหรัฐฯ ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ อันมหาศาลในพื้นที่แห่งนี้ นั่นเอง
<
