- 18 ธ.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 18 ธ.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผู้อำนวยสถาบันปฏิรูปประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมในร่างเบื้องต้นของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. .... ว่า เห็นว่าร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองมีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ควรพิจารณาทบทวนและรับฟังทุกฝ่ายเพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์มากขึ้น โดยจุดอ่อนนั้นมีหลายประเด็น เช่น ประเด็นแรก เรื่องการกำหนดให้จ่ายค่าสมาชิกพรรคปีละ 100 นั้น ในทางปฏิบัติทำได้ยาก แม้ กรธ.จะมีเจตนาดีต้องการให้สมาชิกรู้สึกเป็นเจ้าของพรรค แต่ความเป็นเจ้าของพรรคควรอยู่ที่การออกแบบการมีส่วนร่วมของสมาชิกและสาขาพรรคในการกำหนดทิศทางพรรคน่าจะเหมาะสมกว่า แต่หากพรรคไหนจะเก็บค่าสมาชิกก็ให้เป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่สามารถเขียนไว้ในข้อบังคับพรรคได้
ประเด็นที่ 2 ในมาตรา 44 ของร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ห้ามพรรคเรียกรับเงินในการแต่งตั้งรัฐมนตรีและข้าราชการ หากฝ่าฝืนโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตนั้น แม้เจตนาดีแต่อาจเปิดช่องให้กลั่นแกล้งกันได้ และที่สำคัญเรื่องนี้ก็อยู่ในอำนาจประชาชนเข้ามาควบคุมตรวจสอบเอาผิดได้อยู่แล้ว
ประเด็นที่ 3 กรธ.ยังไม่ส่งเสริมและเพิ่มบทบาทให้กับคณะกรรมการส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในพรรค กรรมการจัดทำนโยบายพรรคและกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร เพราะกรรมการทั้ง 3 ชุดนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคให้เป็นสถาบัน ไม่ใช่ตัดสินใจโดยเจ้าของพรรคเพียงไม่กี่คน ทำให้สาขาและสมาชิกพรรคไม่มีความหมายอะไร
ประเด็นที่ 4 ควรทำให้กองทุนเงินอุดหนุนพรรคการเมือง มีบทบาทมากกว่านี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้พรรคเล็กเติบโตได้ในระยะยาว ที่ผ่านมาเงินกองทุนจะถูกจัดสรรไปให้เฉพาะพรรคที่มี ส.ส.เท่านั้น
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ส่วนจุดเด่นนั้น ก็มีหลายประเด็นน่าสนใจ เช่น ประเด็นแรก การควบคุมเงินทุนพรรคการเมือง ที่พยายามสร้างกลไกที่รัดกุมขึ้น แต่ กรธ.ต้องไม่ลืมว่าทุนก็มีการปรับตัวจับได้ไล่ทันยากขึ้น ลำพังแต่การคุมเงินบริจาคไม่พอ ต้องดูเม็ดเงินที่อยู่นอกระบบ ซึ่งอาจใช้กลไกของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาช่วยอีกทาง ประเด็นที่ 2 กรธ.กำหนดให้การส่งผู้สมัคร ส.ส.ในระบบเขตต้องถามความเห็นจากสาขาพรรค ถือว่าเป็นกลไกใหม่ที่ดีขึ้น แต่ต้องเขียนให้ชัดเป็นรูปธรรมกว่านี้ เพราะกลไกนี้จะทำให้เกิดระบบไพรมารี่โหวตได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรรคการเมืองไทย ประเด็นที่ 3 การกำหนดให้บัญชีผู้สมัครของพรรคคำนึงถึงสัดส่วนผู้แทนภาคและเพศชายหญิง จะทำให้บัญชีผู้สมัครเปิดกว้าง มีความเสมอภาคมากขึ้นไม่ใช่แหล่งรวมของนายทุนพรรคเหมือนที่ผ่านมา
วิทย์ณเมธา สำนักข่าวทีนิวส์
