- 19 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่19 พฤศจิกายน พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงการดำเนินการกับพระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีบุกรุกพื้นที่ป่าก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา และทุจริตสหกรณ์ยูเนียนคลองจั่น
ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ชะลอแผนการจับกุมพระธัมมชโย เพราะมีการดำเนินคดีอื่นๆอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจเข้าค้นวัดพระธรรมกายเท่านั้น ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบคอบ ต้องคำนึงถึงหลายอย่างเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย เลวร้ายลงกว่าเดิม
เพราะจะส่งผลเสียกับประเทศชาติ เจ้าหน้าที่คิดหลายมุมหลายมิติ ยืนยันว่ากระบวนการของรัฐไม่ได้ล้มเหลว ถ้าตัดสินใจบุกแล้วสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม ก็จะเกิดความเสียหาย
สมมุติว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปโดยไม่มีอาวุธ แล้วมีเสียงระเบิด เสียงปืน ดังขึ้นจะทำอย่างไร คงต้องเกิดโกลาหนแน่นอน แต่เป็นห่วงประชาชน ซึ่งมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลัว แม้ผู้สื่อข่าวยังเข้าไปในวัดไม่ได้เช่นกัน
ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ส่วนการหมายค้นขอเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งทุกฝ่ายกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะมีความจำเป็นในการใช้มาตรา 44 มาใช้ดำเนินการกับพระธัมมชโยหรือไม่นั้น ยังไม่ต้องถึงขนาดนั้น ทำตามกฎหมายธรรมดาก็ได้
ถ้าพระธัมมชโยมอบตัวคนเดียวก็จบ ง่ายกว่า ส่วนการดำเนินการกับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ยังไม่มารับทราบข้อกล่าวหานั้นก็ไม่เป็นอะไร เรื่องของเขา ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายทุกฉบับอยู่แล้ว จากข้อมูลคาดว่านายองอาจ ยังอยู่ภายในประเทศ ส่วนจะอยู่ด้วยกันกับพระธัมมชโยหรือไม่นั้นก็ไม่สามารถทราบได้
นอกจากนี้ ผบ.ตร.ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "จริงๆแล้ว สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ควรจะเอากรณีแบบนี้ไปกฏิรูปด้วย ก็ปล่อยให้มีอย่างนี้ ตนก็พูดได้เท่านี้ องค์กรอื่นเขาปฏิรูปหมดแล้ว ตนไม่ได้พูดพาดพิงถึงใคร ต้องฝากไว้ด้วยว่าต้องปฏิรูป พรบ.สงฆ์"
เรียบเรียง : บุญชัย ธนะไพรินทร์
