โปรดเกล้าฯเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก กรณีพิเศษ “ผบ.ทบ.” เป็นบำเหน็จความดีปฏิบัติหน้าที่

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

       ราชกิจจานุเบกษา วันนี้20 ธันวาคม  2559 เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อเป็นบำเหน็จตอบแทนความดีความชอบในการปฏิบัติหน้าที่

 

       ทั้งนี้พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท หรือ บิ๊กเจี๊ยบ เติบโตจากนายทหารสายรบพิเศษ  ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกลำดับที่ 40   โดยเกิดวันที่  20 ตุลาคม 2500  มีวาระรับราชการจนถึงเกษียณในเดือน  ตุลาคม   2561   เป็นบุตรของ   พ.ท.  บุญโถม กับ  นางจงจิตต์ สิทธิสาท  ชีวิตครอบครัวสมรสกับ นางเบญจวรรณ สิทธิสารท   มีบุตร ธิดา 2 คน

 

        ขณะที่อุปนิสัยส่วนตัว   พล.อ.เฉลิมชัย   หรือ   บิ๊กเจี๊ยบ   ชอบทำงาน และอยู่แบบเงียบๆ ลับๆ  หรือทำงานปิดทองหลังพระ  ตามแบบฉบับทหารรบพิเศษ  แต่ก็เป็นที่รู้กันว่า “บิ๊กเจี๊ยบ”  เคยเป็นหนึ่งคีย์แมนสำคัญช่วยงานในกองทัพ  ให้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

โปรดเกล้าฯเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก กรณีพิเศษ “ผบ.ทบ.” เป็นบำเหน็จความดีปฏิบัติหน้าที่

       รวมถึงเป็นที่รู้กันดีว่า  “บิ๊กเจี๊ยบ”  จะไม่ค่อยใช้รถฉลามบก หรือรถนำ   ในช่วงเย็นเมื่อต้องกลับบ้าน  แม้ว่าบ้านส่วนตัวจะไกลถึงรามอินทรา   หรือบางครั้งก็เลือกพักที่แฟลต ทบ.  และจะใช้รถนำเฉพาะเมื่อต้องไปภารกิจในฐานะ ผช.ผบ.ทบ.  หรือภารกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ทบ. เท่านั้น

 

       ด้านการศึกษา   จบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 16 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 27   รุ่นเดียวกับ   พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล  ปลัดกระทรวงกลาโหม   ,   พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ  ,    พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์   ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก  , พล.อ.  สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล   ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก   ,  พล.อ.ทวีป เนตรนิยม     เลขาธิการ สมช.  ,   พลโท ธวัช สุกปลั่ง  แม่ทัพภาคที่ 2   และ  พลโท  ภัทรพล  รักษนคร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

 

        ส่วนเส้นทางชีวิตรับราชการ   พล.อ.เฉลิมชัย     ในฐานะอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ   ถือเป็นทหารมีคุณสมบัติพิเศษด้านการรบหรือที่รู้จักกันโดยทั่วไป  ในแบบฉบับทหารหมวกแบเร่ต์แดง      โดยผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มาตามลำดับ

ปี 2552  เสนาธิการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ   /   ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1

2554 รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

ปี 2556 ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

ปี 2558 ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

โปรดเกล้าฯเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก กรณีพิเศษ “ผบ.ทบ.” เป็นบำเหน็จความดีปฏิบัติหน้าที่

 

       ที่สำคัญ  พล.อ.เฉลิมชัย  ยังมีเส้นทางการเป็นทหารรบพิเศษมาโดยตลอด  เช่นเดียวกับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์  อดีตผบ.สส. และประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) .  พล.อ.วิมล วงศ์วานิช อดีตผบ.ทบ. , พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์   อดีตผบ.ทบ. และพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  อดีต ผบ.ทบ. และ  หัวหน้าคมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) ที่ยึดอำนาจรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ ปี 2549   จึงเท่ากับว่าพล.อ.เฉลิมชัย  เป็นนักรบหมวกแดงคนที่ 4 ที่ก้าวสู่จุดสูงสุดในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

 

       ยิ่งยวดที่สุดกับอายุราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกถึง 2 ปี    พล.อ.เฉลิมชัย  ทำให้ถูกประเมินว่าเหมาะสมยิ่งกับการทำหน้าที่สนับสนุน   ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ยุคปฏิรูปตามแนวทางของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.อย่างลงตัว   นอกเหนือจากการสร้างความเป็นธรรมให้กับกองทัพ  ที่ถูกมองว่าอยู่ภายใต้การกำกับของนายทหารสายบูรพาพยัคฆ์มาโดยตลอด

โปรดเกล้าฯเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก กรณีพิเศษ “ผบ.ทบ.” เป็นบำเหน็จความดีปฏิบัติหน้าที่

       สำหรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก เป็นตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หนึ่งใน 8 ตระกูลที่สำหรับพระราชทานแด่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และผู้กระทำคุณความดี ทั้งบุรุษและสตรี โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกนี้สำหรับพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบเป็นประโยชน์แก่ราชการหรือสาธารณชน โดยการพิจารณาเสนอขอพระราชทานของรัฐบาล เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติยศอย่างสูงแก่ผู้ได้รับพระราชทาน พระราชทานทั้งบุรุษและสตรี หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แล้ว ให้ประกาศรายนามในราชกิจจานุเบกษา ปรกติแล้วจะประกาศในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ของทุกปี แยกเป็น 2 ฉบับ คือชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และชั้นสายสะพาย

 

       เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2404 แต่มิได้กำหนดให้มีสายสะพาย ต่อมาในปี พ.ศ. 2412 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดชั้นและสายสะพายประกอบ

โปรดเกล้าฯเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก กรณีพิเศษ “ผบ.ทบ.” เป็นบำเหน็จความดีปฏิบัติหน้าที่

 

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์