- 22 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
อย่าเพิ่งออกโรงเลยครับ..หลวงปู่!
รับปาก "อาจารย์ดวงใจ ภรณวลัย" ไว้หลายวัน ว่าจะบอกข่าวไปถึง "ขาประจำ-ขาจร" ให้ ก็ลืมทุกที! วันนี้ไม่ลืม บอกซะเลย ในช่วง "ท้ายปีเก่า-ต้นปีใหม่" คือช่วงนี้แหละ อาจารย์ดวงใจ ผู้เอกอัจฉริยะในศาสตร์ "มองอนาคตผ่านไพ่" ก็ "ปีละครั้ง"........จะเปิดบ้านรับ "ขาประจำ-ขาจร" ตลอดทั้งวัน จากปกติรับเฉพาะที่นัดหมายไม่เกินวันละ ๓ คน ตามวัยคนอายุ ๘๐ ขึ้น เฉพาะรายการ "ปีละครั้ง" นี้ ไม่กำหนดจำนวน ฉะนั้น ใครสนใจก็โทร.ไปนัดหมายเวลากันได้ที่ เบอร์ ๐-๒๓๑๔-๔๗๖๐
ครับ...ก็จบไปเรื่องหนึ่ง...ความจริงยังมีอีกหลายเรื่อง ที่ผมพอจะช่วยทำหน้าที่บอกกล่าวเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ไม่รู้เป็นไง
หันไป-หันมา...อ้าวลืม! ถึงไม่ดำ ก็เหมือนคนใจดำ อย่างหนังสือหลายท่านส่งมาให้ เปิดผ่าน-อ่านรอบแรก ก็กองไว้ ตั้งใจจะช่วยนำมาบอกกล่าวกัน บางทีไม่ลืม แต่ด้วยเรื่องราวจำเพาะหน้า ก็ทำให้เหมือนลืมอีก!
ผมเนี่ย เกลียดใครไม่ได้ เพราะลำพังกับตัวเอง ก็ไม่เหลือเกลียดที่จะเผื่อแผ่ให้คนอื่นแล้ว โลกนี้ เพราะเกื้อกัน จึงอยู่ได้........คนเราเหมือนกัน ต้องเอื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จึงจะอยู่ได้และสวยงาม ดูคลิปเด็กนักเรียนที่หาดใหญ่ สงขลาวานซืนนี้มั้ย "น.ส.วรรณภา มาณะการณ์" กับ "น.ส.อรนรีย์ จันทรยก" คนใจร้ายขับรถชนหมาที่ข้ามถนน ไม่มีใครช่วย จนกระทั่งเด็กนักเรียน ๒ คนนี้ มาช่วยอุ้มไปส่งโรงพยาบาล แต่ก็ตาย เพราะถูกชนแรงมาก!
ด้วยอานิสงส์ใจเกื้อ เธอจึงได้รับการชื่นชม-ยินดี มีคนนำสิ่งที่เธอทำเผยแพร่เป็นแบบอย่างดีให้สรรเสริญกันทั่วสังคมออนไลน์ สังคมไทยเรานี่ พินิจให้ดีแล้ว.........จะเห็นว่า น่ารัก-น่าอยู่มาก หากแต่เราไปจดจ่อ-หมกมุ่นแต่เรื่องไม่ดีจากคนเลวพวกหนึ่งมากไป จึงทำให้ดูเหมือนบ้านเมืองเรา เต็มไปด้วยคนไม่ดี ซึ่งว่าไปจริงๆ แล้ว ใน ๑๐๐ ส่วนของสังคมไทย มีซัก ๒๐ ส่วน จะถึงหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ ที่เป็นส่วนเลวร้าย-ต่ำทรามของสังคม? ถ้าจะมีถึง น่าจะมาจากส่วน "เห็บการเมือง-มารศาสนา" นั่นแหละ!
กรณี เด็กนักเรียนช่วยหมาถูกรถชน บังเกิดอานิสงส์สรรเสริญ นั้น ผมอยากยกให้เป็นตัวอย่าง.......ไม่ใช่ตัวอย่างการทำดีโดยตรง แต่อยากยกเป็นตัวอย่างในด้านของคำว่า "บุญ" ประเด็นแรกเลย เป็นสิ่งยืนยันว่าเส้นทางบุญ ไม่ได้มีเฉพาะเส้นทางวัด-เส้นทางพระ หรือเส้นทางคนด้วยกันเท่านั้น "เส้นทางสัตว์" กับหมาตัวหนึ่ง ก็เป็น "เส้นทางบุญ" ได้เหมือนกัน!แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าทำแบบไหน-กับใคร จึงจะเป็นบุญ?
สรุปรวบยอดเลยนะ ......... บุญหมายถึง การทำให้กมลสันดานของคนนั้นๆ หมดจดจากสนิมเกาะ คือ "โลภ-โกรธ-หลง" ทางที่ทำให้ "โลภ-โกรธ-หลง" ไม่กัดเกาะในสันดานจนเกรอะกรัง ทางนั้นแหละเป็นทางบุญ มี ๑๐ ทาง
-การให้ รวมทั้งการเกื้อกูลแบ่งปัน
-การสำรวมทางกาย ทางวาจา
-การอบรมจิตทางสมถะ-วิปัสสนา
-การนอบน้อมต่อผู้ที่ควรนอบน้อม
-การขวนขวายในกิจที่ควรทำ
-การแบ่งบุญที่ตนทำแล้วให้คนอื่น
-การอนุโมทนาบุญที่คนอื่นทำแล้ว
-การฟังธรรม
-การแสดงธรรม
-การกระทำความเห็นให้ตรง
เนี่ย...อยากรู้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำ ได้บุญหรือไม่ได้บุญ ก็ดูตามนี้ ถ้าไม่เป็นตาม ๑๐ เส้นทางนี้ ที่ทำนั้น ต่อให้ซื้อค้อนสวรรค์ร้อยอัน ถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ๑๐ เอ็ม ก็ไม่ใช่เส้นทางบุญ สู้เด็กนักเรียน ๒ คนนี้ก็ไม่ได้ แค่ให้แก่หมาตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า "ทานัง" เธอได้บุญบริสุทธิ์ อานิสงส์บังเกิด ทำให้ "ใจฟู" ด้วยความดีงามฉับพลัน! เพราะเชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขณะที่หมาดิ้นทุรน-ทุรายคาถนน รถคันแล้วคันเล่า ผ่านมา-มองดู แล้วก็ผ่านเลยไป ไม่มีใครอินังขังขอบ ก็...แค่หมาตัวหนึ่ง!
แต่จิตใจของเด็กนักเรียนที่ไปอุ้มจากถนนส่งโรงพยาบาลนั้น เธอไปให้ความช่วยเหลือ เพราะจิตเกื้อกูล เมตตา-แบ่งปันบริสุทธิ์ คงไม่ไปช่วยเพราะหวังเอาบุญ-เอาคุณกับหมา หวังลาภยศจากการช่วยหมา กระทั่งหวังเอาหน้า-เอาตาจากหมา อย่างที่พูดกันว่า "ทำบุญเอาหน้า" การทำแบบนี้แหละ.......เป็นการทำด้วยกมลสันดานบางเบาจาก "ราคะ-โทสะ-โมหะ" ห่อหุ้ม เป็นการเกื้อกูลแบ่งปันแท้จริง
การให้โดยไม่แอบจิต คือไม่คิดหวังจะได้อะไรตอบแทนจากการให้นั้น นี่แหละ "บุญ" ที่จะเกิดอานิสงส์ตามพุทธวจนะ "สุโข ปุญญัสสะ อุจจะโย" การสั่งสมบุญจะนำสุขมาให้ เด็กนักเรียนทั้งสอง รวมทั้งคนอื่นที่ร่วมกันช่วยเหลือ รวมทั้งคนที่ร่วมอนุโมทนากับกรรมดีของเธอ ก็จะได้บุญเช่นกัน ตามเส้นทางที่ ๘ คือ "การอนุโมทนาบุญที่คนอื่นทำแล้ว"
แต่อยากคุยในเส้นทางบุญที่ ๑๐ ที่ว่า "ด้วยการทำความเห็นให้ตรง" สักนิด การทำความเห็นให้ตรง ก็คือ "สัมมาทิฐิ" ถ้าพูดตามเส้นทางมรรคจะ "ลึก" เกิน เรามันพวกชายตลิ่ง พูดไปก็จะมิดหัวเสียเปล่าๆ เอาตาม "พจนานุกรมพุทธศาสน์" ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ในส่วน "โยนิโสมนสิการ" ก็พอจะเห็นไหวๆ ในเส้นทางบุญกันอยู่หรอก
คือ............"การใช้ความคิดถูกวิธี ความรู้จักคิด คิดเป็น คือกระทำในใจโดยแยบคาย มองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณา รู้จักสืบสาวหาเหตุผล แยกแยะสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆ ออก ให้เห็นตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย" นั่นก็คือ การที่เอะอะอ้างสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เอะอะอ้างอียูว่า...สหรัฐฯ ว่า...สิทธิมนุษยชนว่า...ยูเอ็นว่า "ไม่มองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณา ไม่รู้จักสืบสาวหาเหตุผล แยกแยะสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆ ออกให้เห็นตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัย"
มุ่งแต่ยึดคนอื่น-ที่อื่นเป็นเหตุขึ้นมาก่นด่าหยามประณามบ้านเมืองตัวเอง อย่างที่เป็นมาเป็นสิบปี และหนักหนาถึงขั้นบั่นทอน-บ่อนทำลายความเป็นสถาบันชาติ นี่แหละ คือเส้นทางคด ไม่ใช่ "การทำความเห็นให้ตรง" ตามทางบุญเส้นทางที่ ๑๐
ฉะนั้น พวก "เห็นผิดเป็นชอบ" เห็นการโกงบ้าน-โกงเมืองเอามาแบ่งกัน เป็นความถูกต้อง เห็นการล้มสถาบันเป็นเส้นทางประชาธิปไตย เห็นการ "ตู่พระธรรม-นำนรกสวรรค์มาขาย" ว่านี่เป็นพระพุทธศาสนา พวกนี้ อยู่ในเส้นทาง "สายนรก"........สู้เด็กนักเรียนช่วยหมาถูกรถชนยังไม่ได้ นั่นอยู่ในเส้นทางบุญ ๑๐๐%!
อันที่จริง จะคุยเรื่อง "พระพุทธะอิสระ" ที่ท่านโพสต์ fb เกี่ยวกับคดี "ธัมมชโย" ในส่วนที่ท่านโพสต์ว่า......"วันนี้เรามีรัฐบาล คสช.แล้ว ถ้ายังทำอะไรไม่ได้ เร็วๆ นี้จะได้เห็นพุทธะอิสระออกโรงกันบ้างละ"
แต่ไม่ทันเวลา "ปิดต้นฉบับ" ซะแล้ว ขอบิณฑบาตนิดเดียวละกัน หลวงปู่บำเพ็ญ "ทานบารมี" ที่สนามหลวงไปก่อนละกัน อย่าเพิ่งมาออกโรงทางนี้เลยครับ เพราะผมพิเคราะห์บทบาทตำรวจต่อกรณีธัมมชโย-จานบินขณะนี้ เขากำลัง "เข้าแผน" ของเขาชนิดเข้มข้น ให้เวลาเขาหน่อยเถอะครับ ดูแล้ว งานนี้ท่าจะ "ตบจริง-จูบจริง" ครับหลวงปู่!
จะเห็นตำรวจใช้กฎหมาย "ตีวงล้อม" ตั้งข้อหา-ยึดของกลางด้วยความชำนิ-ชำนาญ ต่างกับที่ผ่านๆ มา ปรากฏผล ตัวแสบๆ ระดับหัวโจก ค่อยๆ หดหัวและหัวหด หายไปทีละหัว-สองหัว "ทั้งหัวดำ-หัวโล้น" พวกหลงบุญข้างใน ก็หด
ยุทธการนี้ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ น่าจะเรียกว่า
แผน "โกนขนให้โลนเดียวดาย"!
เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณข้อมูล : เปลว สีเงิน นสพ.ไทยโพสต์
