- 22 ธ.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
แม้ว่าคณะบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องชดใช้ความเสียหายจากการดำเนินการขายข้าวภายใต้โครงการรับจำนำข้าวจะใช้สิทธิตามกฎหมายในการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งบังคับทางปกครองชดใช้ค่าเสียหายจีทูจีข้าว รวม 4 สัญญา ปริมาณข้าว 6.2 ล้านตัน มูลค่าความเสียหาย 20,000 ล้านบาท ทั้งยังขอให้ศาลปกครองพิจารณาทุเลาการบังคับคดีดังกล่าว แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการบังคับคดีได้เดินหน้าเตรียมการไว้แล้วทุกขั้นตอนแล้ว
โดยเฉพาะล่าสุด น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ระบุภายหลังได้รับหนังสือบังคับคดีทางปกครองจากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้กรมบังคับคดี ดำเนินการกรณีการขายข้าวรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) กับนักการเมืองและอดีตข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 6 ราย ว่า ตนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาเรื่องการเรียกค่าเสียหายเรียบร้อยแล้วเช่นกัน รวมถึงยังได้ประสานการทำงานร่วมกับ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อติดตามความคืบหน้าคำวินิจฉัยของศาลปกครอง เนื่องจากกรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้เสียหายและเป็นโจทก์ฟ้องในคดีแพ่ง กรมการค้าต่างประเทศจึงต้องเป็นผู้นำชี้ทรัพย์
โดยความหมายก็คือในกรณีศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ทางกรมการค้าต่างประเทศ และ กรมบังคับคดีก็จะเริ่มกระบวนการนำยึดทรัพย์บุคคลทั้ง 6 ประกอบด้วย
1.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ มูลค่าชดใช้ค่าเสียหาย 1,770 ล้านบาท
2.นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ 2,300 ล้านบาท
3.พ.ต.ท.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการรมว.พาณิชย์
4.นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
5.นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
และ 6.นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ ชดใช้ค่าเสียหายคนละ 4,000 ล้านบาท
ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายบุญทรง จากการแสดงบัญชีและทรัพย์สินต่อปปช. แจ้งสถานะว่า สมรสกับ นางปอยใจระพี เตริยาภิรมย์ มีบุตร 3 คน มีรายได้ทั้งหมด 1,847,195 บาท เป็นของนายบุญทรง 1,397,195 บาท (เงินบำนาญ ส.ส. 192,031 บาท, ค่าจ้าง 1.2 ล้านบาท, คืนภาษีเงินได้ 1,863 บาท, เงินปันผล 3,240 บาท) ของนางปอยใจระพี 4.5 แสนบาท (เงินได้จากค่าเช่าที่ดิน 4.4 แสนบาท, คืนภาษีเงินได้ 1 หมื่นบาท)
มีรายจ่ายทั้งหมด 1 ล้านบาท เป็นค่าอุปโภค-บริโภคของนายบุญทรง ส่วนนางปอยใจระพีไม่แจ้งรายจ่าย มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 17,828,911 บาท เป็นของนายบุญทรง 3,979,615 บาท (เงินสด 5 แสนบาท, เงินฝาก 539,615 บาท, เงินลงทุน 3.5 แสนบาท, ยานพาหนะ 1,840,000 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 7.5 แสนบาท)
ส่วนของนางปอยใจระพี 13,849,295 บาท (เงินสด 1 ล้านบาท, เงินฝาก 87,845 บาท, ที่ดิน 12,214,150 บาท, ยานพาหนะ 47,700 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 5 แสนบาท)มีหนี้สินทั้งสิ้น 242,582 บาท เป็นเงินเบิกเกินบัญชีของนายบุญทรง
ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้นายบุญทรงได้แจ้งเงินลงทุนบริษัท เชียงใหม่แลนด์ จำกัด 3.5 แสนบาท ทั้งที่ถือหุ้นมาตั้งแต่ปี 2523 และไม่เคยแจ้งในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯแต่อย่างใด
และเมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2557 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 1,603,926 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 1 ล้านบาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 16,818,981 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 192,623 บาท เท่ากับว่านายบุญทรง มีรายได้เพิ่มขึ้น 243,269 บาท มีรายจ่ายเท่าเดิม มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 1,009,930 บาท มีหนี้สินเพิ่มขึ้น 49,959 บาท
ส่วนกรณีของนายภูมิ แจ้งสถานะว่า สมรสกับนางอรอนงค์ สาระผล มีบุตร 2 คน มีรายได้ทั้งหมด 4,005,120 บาท เป็นของนายภูมิ 2,440,114 บาท (เงินเดือน 240,114 บาท, ดอกเบี้ย 1 แสนบาท, เงินฝากประจำครบกำหนดถอนคืน 1 ล้านบาท, เงินสลากออมสินพิเศษกำหนดถอนคืน 5 แสนบาท, ถอนเงินจากบัญชี 6 แสนบาท) ของนางอรอนงค์ 1,565,006 บาท (เงินเดือน 250,090 บาท, ดอกเบี้ย 1 แสนบาท, ขายรถยนต์ 1 แสนบาท, ถอนเงินจากบัญชี 2 แสนบาท, เงินบำเหน็จค่าดำรงชีพ 2 แสนบาท, เงินคืนจาก กบข. เมื่อลาออก 714,915 บาท)
มีรายจ่ายทั้งหมด 2.6 ล้านบาท เป็นของนายภูมิ 2,180,000 บาท (จ่ายส่วนตัว 6 แสนบาท, ให้บุตร 1.5 ล้านบาท, เงินบริจาค 8 หมื่นบาท) ของนางอรอนงค์ 4.2 แสนบาท (จ่ายส่วนตัว 4 แสนบาท, เงินบริจาค 2 หมื่นบาท)
มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 39,377,047 บาท เป็นของนายภูมิ 26,441,538 บาท (เงินสด 1 แสนบาท, เงินฝาก 2,281,538 บาท, เงินลงทุน 1 ล้านบาท, ที่ดิน 14,050,000 บาท, โรงเรือนฯ 5.6 ล้านบาท, ยานพาหนะ 1,770,000 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 1,640,000 บาท)
ส่วนของนางอรอนงค์ 12,935,508 บาท (เงินสด 2.5 แสนบาท, เงินฝาก 3,430,508 บาทม เงินลงทุน 1 ล้านบาท, ที่ดิน 2,790,000 บาท, โรงเรือนฯ 2.3 ล้านบาท, ยานพาหนะ 2,715,000 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 4.5 แสนบาท) และไม่มีหนี้สิน
ที่น่าสนใจพบว่าก่อนหน้านั้น นายภูมิ และคู่สมรส ได้ถอนเงินออกจากบัญชีถึง 8 แสนบาท และมีการมอบเงินให้บุตรอีก 1.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงพ้นตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 แจ้งว่า มีรายได้ทั้งหมด 5,479,250 บาท มีรายจ่ายทั้งหมด 1.2 ล้านบาท มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 41,503,864 บาท ไม่มีหนี้สิน เท่ากับว่า นายภูมิ มีรายได้ลดลง 1,474,130 บาท มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาท มีทรัพย์สินลดลง 2,126,817 บาท ไม่มีหนี้สินเช่นเดิม
เรียบเรียงโดย : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
