ที่เหลือระวังตัวเลย!! "บิ๊กเจี๊ยบ"ไม่ปฏิเสธคสช.คุมก๊วนป่วนเว็บหน่วยราชการ ใหสื่อรอจนท.แจงชัดๆ

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

(เบื้องต้น) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ปฏิเสธตอบคำถามกรณี คสช.ควบคุมตัว กลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ 5 คนที่โจมตีเว็บไซต์หน่วยงานราชการ ที่ มณฑลทหารบกที่11 (มทบ.11) โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า รอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องข้อมูล หากตอบไปเกรงว่าจะเกิดความคลาดเคลื่อน ส่วนกรณีที่กลุ่มแฮกเกอร์โจมตีเว็บไซต์กองทัพภาคที่ 2 นั้น ตนรับทราบแล้ว และกองทัพมีระบบป้องกันที่ดีอยู่แล้ว

 

ทั้งนี้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา แหล่งข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เปิดเผยถึง การเชิญตัวกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิ้ลเกตเวย์ ว่า เจ้าหน้าที่ด้านไซเบอร์ได้ติดตามพฤติกรรมกลุ่มต้องสงสัยมาระยะหนึ่งแล้วจำนวน 5 คน ที่มีพฤติกรรมโจมตี เจาะ เว็บไซต์หน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ คสช.จึงเชิญตัวมาให้ข้อมูลที่ มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11)ตั้งแต่ช่วงค่ำของวานนี้ (22 ธ.ค.)เบื้องต้นทั้งหมดได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และคาดว่าจะสามารถขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกเกือบ 100 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่มีความคึกคะนอง
          " ขณะนี้เรามีข้อมูลเอาผิดบุคคลต้องสงสัยทั้ง 5 คน และกำลังดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม หลังครบ 7 วัน จะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและส่งฟ้องศาลพลเรือน ส่วนความผิดนั้นเกี่ยวข้องคือ พรบ.คอมพิวเตอร์ปี 50 และต้องดูที่เจตนาด้วยว่าทำลายความมั่นคงประเทศหรือไม่  ซึ่งเบื้อต้นมีความชัดเจนว่าเข้าข่าย เพราะไปโจมตีกรมบัญชีกลาง เว็บไซต์หน่วยงานราชการ เพื่อต้องการให้เว็บไซต์ล่ม"

 

 

ที่เหลือระวังตัวเลย!! "บิ๊กเจี๊ยบ"ไม่ปฏิเสธคสช.คุมก๊วนป่วนเว็บหน่วยราชการ ใหสื่อรอจนท.แจงชัดๆ

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มแฮกเกอร์นิรนามที่เรียกตัวเองว่า "Anonymous" ได้ทำการเจาะข้อมูลเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการประเทศไทยกว่าหลายหน่วยงานรวมถึงยังเจาะข้อมูลของประชาชน ว่า หากมีการแฮกข้อมูลของประชาชนจริง ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ทำให้บุคคลอื่นเดือดร้อน ประชาชนที่ถูกเจาะข้อมูลต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องรีบดำเนินการหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นอยู่ส่วนบุคล
          ส่วนกรณีที่หน่วยราชการถูกแฮกเกอร์ข้อมูลหลายหน่วยงานนั้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเร่งหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้ถูกการแฮกข้อมูลได้ เพราะถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งหาคนผิดมาดำเนินคดีให้ได้
          “เท่าที่ทราบจากข่าวการกระทำของกลุ่มดังกล่าวเป็นการต่อต้านต่อต้านพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยมีการรณรงค์ให้กด F5 บนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเรื่อยๆ ในเว็บที่ต้องการให้ล่มหรือเว็บหน่วยงานต้องการแฮกข้อมูล ซึ่งกรณีนี้หากประชาชนคนใดที่ถูกแฮกข้อมูลเข้าร้องเรียนต่อ กสม. กสม.จะทำการสืบสวนสอบสวนโดยเรียกเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สังคมได้ระบบผลกระทบในการละเมิดสิทธิโดยทั่วกัน กสม. ก็สามารถหยิบยกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาได้”

ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สาระสำคัญส่วนใหญ่มีข้อดีจำนวนมาก และมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน และไม่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับซิลเกิลเกตเวย์ อย่างที่สังคมกังวล ทั้งนี้ มั่นใจว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะทำให้กฎหมายเข้มข้นขึ้น ป้องกันการกระทำความผิดบนคอมพิวเตอร์ เช่น ข้อความที่หลอกลวงผู้บริโภค

 

เรียบเรียง : บุญชัย ธนะไพรินทร์